
'กระดาษสา'ยอดผลิตภัณฑ์-สู่มุมท่องเที่ยว
07 พ.ค. 2557
ทำมาหากิน : 'จินนาลักษณ์' กระดาษสา ยอดผลิตภัณฑ์-สู่มุมท่องเที่ยว : โดย...ธานี กุลแพทย์
ผลิตภัณฑ์กระดาษสาคุณภาพ แบรนด์ "จินนาลักษณ์" แห่ง อ.แม่สาย จ.เชียงราย รังสรรค์ผลงานโดย บริษัทจินนาลักษณ์ มัลเบอร์รี่สาเปเปอร์ จำกัด นำโดย นางจินนาลักษณ์ ชุ่มมงคล ตลอดกว่า 2 ทศวรรษ ได้มุ่งพัฒนาผลงานด้วยกลยุทธ์การตลาดที่เปลี่ยนไปตามเศรษฐกิจประเทศ จากเริ่มต้นผลิตเป็นแผ่นเพื่อจำหน่าย ได้ต่อยอดแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากสไตล์ ล่าสุด ยกระดับพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ควบคู่เป็นศูนย์เรียนรู้ผลิตกระดาษสาของเมือง
จินนาลักษณ์ ชุ่มมงคล ย้อนให้ฟังว่า บริษัทตั้งขึ้นเมื่อปี 2534 อยู่ที่ 235 หมู่ 1 ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย หรือเมื่อกว่า 20 ปี จากใจรักและชื่นชอบงานกระดาษสาเป็นชีวิตจิตใจ เธอจึงจัดตั้งเป็นกิจการเล็กๆ เริ่มจากผลิตกระดาษสาเป็นแผ่นก่อนพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์กระดาษสาหลากสไตล์ อาทิ กล่องกระดาษ ถุงกระดาษ หมวก เสื้อผ้า ฯลฯ ชิ้นงานจากกระดาษหญ้าแฝก ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์กว่า 3,000 รายการ
โดยเธอบอกว่า ชิ้นงานคุณภาพเหล่านี้เป็นฝีมือของพนักงานประจำ 20 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว และกระจายงานสู่ชาวบ้านตามความถนัดเพื่อสร้างรายได้แก่ชุมชน ขณะที่การทำตลาดนั้น เธอย้ำเน้นผลิตเพื่อค้าส่ง 70% ค้าปลีก 30% ทว่านับแต่ปี 2555 ได้เน้นทำตลาดค้าปลีกมากขึ้น ด้วยเปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่สวนโคมตุง ถนนคนเดิน จ.เชียงราย โดยใช้ยี่ห้อ "จินนาลักษณ์" เน้นเอกลักษณ์ความเป็นไทยผสานความเป็นล้านนา
"พี่ไม่ได้มองเรื่องดีมานด์-ซัพพลายของตลาดเท่าที่ควร ผลที่ตามมาคือ มีสินค้าเหลือในสต็อก ซึ่งเป็นปัญหาต่อเนื่อง จนได้เข้าร่วมโครง การพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค ตามนโยบาย One Province One Agro-Industrial หรือ OPOAI ของกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อปี 2556 ซึ่งเราเข้าร่วมโดยเลือกแผน 6 คือขับเคลื่อนการตลาดเพื่อขยายตลาดให้เพิ่มขึ้น" จินนาลักษณ์ แจง
พร้อมระบุว่า จากทีมที่ปรึกษาโครงการ เข้าสำรวจสถานประกอบการและเก็บข้อมูล พบปัญหา 4 เรื่อง คือ การทำตลาดไม่ชัดเจน ทีมงานขาดความคิดสร้างสรรค์ ขาดการจดสิทธิบัตรด้านเทคนิคการผลิต และเป้าหมายการขายไม่ชัดเจน ดังนั้นทีมที่ปรึกษาจึงวางกลยุทธ์ขับเคลื่อนตลาดในระยะสั้น กลาง และยาว ด้วยการจัดอบรมหลักสูตรขอบเขต บทบาท และเทคนิคการตลาด แก่ทีมงาน เพื่อให้เข้าใจโครงสร้างต้นทุน ตลาด การแข่งขัน ประเมินคู่ค้า ฯลฯ
ขณะที่การปฏิบัตินั้น "จินนาลักษณ์" บอกว่า ได้ดำเนินการด้านการตลาดใน 3 แผน คือ พัฒนาสินค้าใหม่ เช่น ประยุกต์ใช้สินค้าค้างสต็อกดังกล่าว นำมาพัฒนาเป็นที่ครอบแก้วกาแฟจำหน่าย โดยมียอดขายถึงเดือนธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา จำนวน 4.8 หมื่นชิ้น คิดเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของยอดขาย 1.44 แสนบาท
"พร้อมปรับปรุงโชว์รูมเป็นศูนย์เรียนรู้ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ควบคู่จัดโปรแกรมผลิตผลิตภัณฑ์กระดาษสาให้นักท่องเที่ยวได้ลงมือสร้างผลงานด้วยตัวเอง ค่าบริการคนละ 299 บาท ตั้งเป้าผู้สนใจราว 6,000 คน จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่อปี กว่า 2.9 ล้านคน ที่ไปเชียงราย นั่นหมายถึงจะทำรายได้เพิ่ม 1.8 ล้านบาท ด้านการทำตลาดออนไลน์ คาดว่าจะเพิ่มยอดขายได้ 1,500 แผ่นของกระดาษสาแผ่น หรือ 1.8 หมื่นแผ่นต่อปี คิดเป็นมูลค่า 4.5 แสนบาทต่อปี
จากการเข้าร่วมโครงการ เธอย้ำ นอกจากจะเพิ่มยอดขายให้บริษัทได้กว่า 2.3 ล้านบาทต่อปีแล้ว ยังมั่นใจแนวโน้มผลิตภัณฑ์จะสดใสมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาต่อยอดสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของเชียงราย อย่างไรก็ตาม ท่านที่สนใจสินค้า วิธีทำ แวะชมได้ที่บริษัท หรือ โทร.09-0750-8432 และ 0-5367-5395
-------------------------
(ทำมาหากิน : 'จินนาลักษณ์' กระดาษสา ยอดผลิตภัณฑ์-สู่มุมท่องเที่ยว : โดย...ธานี กุลแพทย์)



