
ศธ.ดึงสถาบันศึกษาจีนร่วมพัฒนาปฏิรูปการสอนภาษาจีน
ศธ.ดึงสถาบันศึกษาจีนร่วมพัฒนา ปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาจีน : ชุลีพร อร่ามเนตรรายงาน
กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ภายใต้การดูแลของ นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ พยายามผลักดันปฏิรูปการศึกษาภาษาจีน อาทิ พัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีน สนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนนักเรียน นักศึกษา และครูอาจารย์ ความร่วมมือด้านวิชาการ และด้านอื่นๆ ล่าสุดเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ กรุงปักกิ่ง นครเทียนจิน และนครเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 23-27 เมษายน เพื่อเข้าพบกับ H.E. Yuan Guiren รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, E.Xu Lin ผู้อำนวยการสำนักงานใหญ่ฮั่นปั่น, ผู้บริหารมหาวิทยาลัยปักกิ่ง, เยี่ยม Tianjin University of Technology and Education และหารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านเตรียมการสำหรับการสอน PISA สร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนา ยกระดับการเรียนการสอนภาษาจีนในทุกระดับการศึกษา
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ประเทศไทยและจีนมีความร่วมมือด้านการศึกษาโดยได้รับการสนับสนุนจากผู้นำทั้ง 2 ประเทศ มีความร่วมมือหลายด้าน เช่น ด้านภาษาจีน การแลกเปลี่ยนทางวิชาการ และการร่วมมือด้านอาชีวศึกษา ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ เพื่อมาหารือถึงแนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนของไทย รวมถึงขอความคิดเห็นข้อเสนอแนะจากสถาบันการศึกษาระดับชั้นนำของประเทศจีน และอยากได้ผู้เชี่ยวชาญในการสร้าง พัฒนาระบบการศึกษาของจีนไปช่วยยกระดับการศึกษาของประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น และจากการเข้าพบรมว.ศึกษาธิการจีน รวมถึงที่ต่างๆ ทุกแห่งพร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนการเรียนการสอนของไทย
ทั้งนี้ได้เสนอความร่วมมือต่อ รมว.ศึกษาธิการจีน 5 เรื่อง คือ 1.ขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการจีนที่ได้ให้การสนับสนุน เพราะทราบดีว่าระบบของจีน เมื่อกระทรวงศึกษาธิการให้การสนับสนุน หน่วยงานการศึกษาอื่นๆ ก็จะสามารถให้ความร่วมมือระหว่างกันได้ง่ายขึ้น และได้ขอให้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศ เพื่อติดตามการดำเนินงานความร่วมมือ หรือข้อมูลต่างๆที่จะนำไปสู่การพัฒนาการศึกษาร่วมกัน 2.ความร่วมมือด้านอุดมศึกษา ที่ผ่านมามีความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยไทยและจีนจำนวนมาก และจีนเองได้ให้การส่งเสริมมหาวิทยาลัยไทยให้สู่ความเป็นเลิศ แต่ตอนนี้มีมหาวิทยาลัยอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้ร่วมมือกัน อยากให้มีการวางระบบ หาวิธีการที่จะทำให้เกิดความชัดเจนส่งผลต่อความร่วมมือในทุกด้าน
3.อาชีวศึกษา ปัจจุบันได้มีการลงนามความร่วมมือเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอาชีวะร่วมกัน อาทิ การพัฒนาหลักสูตร การเรียนการสอนอาชีวะร่วมกันไทย-จีน แต่อยากเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น เป็นไปได้หรือไม่ที่วิทยาลัยของจีนเลือกโมเดลอาชีวะของไทยไปศึกษา พัฒนาร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอาชีวะ ปัจจุบันได้มีการเปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนภาษาจีนในอาชีวศึกษาเพื่อจบออกไปสามารถใช้งานได้ทันที และขอให้มีการตั้งคณะทำงานย่อยในการดูแลเรื่องอาชีวะร่วมกัน 4.การแลกเปลี่ยนอาจารย์ นักเรียน ขอให้มีการพัฒนา ผ่านการดูแล ตระเตรียมการเรียนการสอนภาษาจีนของนักเรียน นักศึกษามากขึ้น
5.การเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย ได้รับการส่งเสริมจากประเทศจีนเป็นอย่างดี โดยทางประเทศจีนได้ส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย จัดส่งครูจีน อาสาสมัครจีนจำนวนมาช่วยพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีน จึงอยากให้ช่วยเพิ่มระยะเวลาของครูจีน หรืออาสาสมัครจีนที่จะมาอยู่ที่ไทยนานกว่า 3 ปี เพราะจากเดิมพอสอนได้ 3 ปีก็ต้องกลับประเทศ และ 6.ประเทศจีนประสบความสำเร็จในการเรียนการสอน
โดยดูได้จากผลคะแนน PISA ของเด็กที่อยู่ในอันดับหนึ่ง อยากมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ศึกษาความสำเร็จของจีนจากผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยพัฒนาแลกเปลี่ยนระบบการเรียนการสอนของไทย ซึ่งทั้ง 6 ข้อ รมว.ศึกษาธิการของจีน ยอมรับในหลักการทุกข้อ โดยเฉพาะเรื่องของการเรียนการสอนภาษาจีน และการศึกษาระดับอาชีวศึกษา เพราะรัฐบาลจีนได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ รวมถึงได้เชิญให้ประเทศไทยส่งนักศึกษาอาชีวะเข้าร่วมการประกวดทักษะด้านอาชีพ และขอให้ในระดับผู้บริหารอาชีวะของไทยและจีนได้มาหารือร่วมกัน และตั้งคณะทำงานร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างไทยและจีน ที่ได้สานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยดูได้จากจำนวนนักเรียนไทยที่ไปศึกษาในจีน นับเป็นอันดับ 3 ของนักศึกษาต่างชาติในจีน และมีนักศึกษาจีนมาศึกษาในไทย นับเป็นอันดับ 1 นักศึกษาต่างชาติในไทย อีกทั้งได้มีการจัดตั้งสถาบันขงจื้อถึง 12 แห่ง มากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันอกเฉียงใต้ และมีอาสาสมัครที่ประเทศจีนส่งมาช่วยที่ไทยอันดับหนึ่งของโลกและในอาเซียน อนาคตความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาไทยและจีน จะนำมาสู่การขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาของไทยให้ดียิ่งขึ้น
...........................
(หมายเหตุ : ศธ.ดึงสถาบันศึกษาจีนร่วมพัฒนา ปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาจีน : ชุลีพร อร่ามเนตรรายงาน)



