ไลฟ์สไตล์

เตรียมรับมือผลไม้ตะวันออกทะลัก

เตรียมรับมือผลไม้ตะวันออกทะลัก

01 พ.ค. 2557

เตรียมรับมือผลไม้ตะวันออกทะลัก ยกระดับคุณภาพสู่ปีทองผลไม้ไทย

 
                           มีการคาดกันว่าปีนี้จะเป็นปีทองของผลไม้ไทย ที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเตรียมรับมือ หลังกระทรวงเกษตรฯ งัดมาตรการเด็ดรับมือผลไม้ทะลักออกสู่ตลาดในปีนี้ โดยเฉพาะผลผลิตทุเรียน เงาะ ลองกองจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ส่วนมังคุดจะออกสู่ตลาดน้อยลง พร้อมเชื่อมั่นหลังเปิดประชาคมอาเซียนจะช่วยแก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำในระยะยาว
 
                           ล่าสุดสำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี ระบุว่า ขณะนี้ผลไม้ต่างๆ ของจังหวัด เริ่มออกสู่ตลาดแล้ว โดยเฉพาะผลไม้หลักทั้ง 4 ชนิดที่เพาะปลูกกันมาก ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง โดยปีนี้คาดว่าจันทบุรีจะมีผลผลิตผลไม้ทั้ง 4 ชนิด ออกสู่ตลาดกว่า 520,000 ตัน จากปี 2556 ที่มีผลผลิตรวมกันกว่า 488,000 ตัน โดยขณะนี้ที่ออกสู่ตลาดแล้วคือ ทุเรียนและมังคุด ราคายังปกติ เนื่องจากเพิ่งจะเริ่มต้นฤดูกาลออกสู่ตลาด 
 
                           นายวิมล จันทรโรทัย รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การประชุมคณะอนุกรรมการบริหารผลผลิตกลุ่มสินค้าผลไม้ ทางกระทรวงเกษตรฯ ได้ศึกษาและประเมินสถานการณ์การผลิตและปริมาณความต้องการของตลาดของผลไม้ทั้งระบบ เพื่อนำไปวางแผนการปลูกให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและการกำหนดโซนนิ่งในอนาคตให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อจะได้แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดจนนำมาสู่ผลผลิตราคาตกต่ำในระยะยาว    
 
                           จากการศึกษาซับพลายและดีมานด์ของผลไม้ในปี 2557 ที่กำลังทยอยออกสู่ตลาดด้วยว่า คาดว่าทุเรียน เงาะ ลองกองจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ประมาณร้อยละ 2.49 ร้อยละ 4 และร้อยละ 1.15 ตามลำดับ ส่วนผลไม้ที่คาดว่าจะมีปริมาณลดลง ได้แก่ มังคุด จะมีปริมาณลดลงร้อยละ 4.35 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา  
 
                           "มาตรการสำคัญในการแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ ที่ประชุมเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพัฒนาระบบการบริหารจัดการผลผลิตของผลไม้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมให้เกษตรกรเร่งพัฒนาคุณภาพผลผลิตเข้าสู่ระบบจีเอพีให้มากขึ้น" นายวิมล กล่าว  
 
                           รองปลัดกระทรวงเกษตร ระบุอีกว่า ในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนของทุกปี  นับว่าเป็นช่วงที่มีผลไม้ออกสู่ตลาดมากที่สุด โดยมีแหล่งผลิตที่สำคัญคือ ภาคตะวันออก มีกำลังการผลิตทุเรียนประมาณ 348,000 ตันต่อปี ส่วนปีนี้คาดว่ามีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ 569,000 ตันต่อปี คณะกรรมการบริหารผลผลิตกลุ่มผลไม้จะมีการหารืออีกครั้งเพื่อพิจารณาหาทิศทางตลาดผลไม้ต่อไป
 
                           "ปีนี้นับว่าเป็นปีทองของผลไม้ไทย เนื่องจากช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์เป็นช่วงที่ผลไม้ยังออกไม่มากนักเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทำให้ราคาผลไม้สูงขึ้น แต่กระนั้นที่ประชุมได้มีการทำแผนแก้ปัญหาผลไม้ระยะยาว โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การวางมาตรการเก็บกักรักษาคุณภาพของผลไม้ไทยให้ดี เพื่อที่จะรักษาตลาดผลไม้ให้ได้ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากปี 2558 จะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็จะเป็นปีทองของผลไม้ไทยเช่นกัน เพราะจะเป็นโอกาสดีที่ผลไม้ไทยจะเป็นที่ต้องการของตลาดอาเซียน" รองปลัดกระทรวงเกษตร กล่าว 
 
                           สอดคล้องกับนายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตร ที่ระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตร ความก้าวหน้าจัดทำโซนนิ่งเกษตร และสถานการณ์ภัยแล้งก่อนหน้านี้ การประชุมกำหนดแนวทางการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรว่า  จากมติที่ประชุมติดตามสถ มอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการสินค้าเกษตร เพื่อเตรียมรับมือและบรรเทาปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับสินค้าในแต่ละรายการ หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการกำหนดแนวทางบริหารจัดการสินค้าเกษตรเป็นรายชนิด โดยมีคณะอนุกรรมการบริหารการผลิตรายกลุ่มสินค้า 11 คณะและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันอย่างจริงจัง เพื่อแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวภายใต้อนุกรรมการการบริหารการผลิตรายกลุ่มสินค้าเกษตร 11 คณะ
 
                           สำหรับสินค้าเกษตรที่กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญในการเร่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในขณะนี้คือ อาทิ ข้าวนาปรัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา และผลไม้  ซึ่งได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบริหารจัดการผลผลิตอย่าให้เกิดปัญหาล้นตลาด รวมทั้งให้เร่งประสานผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม ในการรับซื้อสินค้าเกษตรที่เป็นส่วนเกินของตลาดไปแปรรูป 
 
                           นอกจากนี้กระทรวงเกษตรฯ ยังได้ให้ความสำคัญในการติดตามปฏิทินการผลิตสินค้าที่สำคัญของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ที่จัดทำขึ้น และข้อมูลผลผลิตสินค้าเกษตรของจังหวัดต่างๆ ที่กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกับจังหวัด ในการวางแผนการผลิต และวางแผนการตลาดอีกด้วย
 
 
------------------------
 
จีนไฟเขียวนำเข้า “ชมพู่” รอบใหม่
 
 
                           นายดำรงค์ จิระสุทัศน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากการที่กรมวิชาการเกษตรได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและทีมนักวิจัยจากสำนักงานควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรคแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (AQSIQ) ศึกษาวิจัยและทดสอบประสิทธิภาพการใช้ถุงห่อผลชมพู่ เพื่อป้องกันแมลงวันผลไม้เข้าทำลายชมพู่ที่จะส่งออกไปจีน การทดลองทั้งในห้องปฏิบัติการของกลุ่มวิจัยกักกันพืชและแปลงเกษตรกร จำนวน 8 ราย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเปิดตลาดชมพู่ในจีนรอบใหม่ ผลการศึกษาพบว่า ถุงพลาสติกของไทยสามารถป้องกันการเข้าทำลายของแมลงวันผลไม้ได้ 100% ทำให้จีนยอมรับในประสิทธิภาพของถุงพลาสติกที่ผลิตในไทย  
 
                           เบื้องต้นทางจีนได้อนุญาตให้ไทยสามารถส่งออกชมพู่ไปยังจีนได้จำนวน 8 สวน โดยจะเริ่มส่งออกชิพเมนท์แรกในเดือนกันยายนนี้ ประมาณ 10-20 ตัน และเดือนกุมภาพันธ์ 2558 จะอนุญาตให้ส่งออกเพิ่มอีก 41 สวน ทั้งนี้ จีนได้กำหนดให้มีการนำเข้าสินค้าชมพู่จากไทยเฉพาะด่านตรวจพืชสนามบินไป๋หยุน นครกวางเจา มณฑลกวางตุ้งเท่านั้น ซึ่งนับเป็นโอกาสดีของไทยที่จะสามารถส่งออกสินค้าชมพู่ไปจีนได้อีกครั้งหลังถูกจีนระงับการนำเข้าเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ทางจีนเสนอว่า ชมพู่ที่จะส่งออกไปจีนต้องมาจากสวนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจีเอพี และขอให้ไทยมีการตรวจโรคและแมลงศัตรูพืชก่อนส่งออกด้วย
 
 
------------------------