ไลฟ์สไตล์

ศิลปนิพนธ์สู่แรงบันดาลใจ

ศิลปนิพนธ์สู่แรงบันดาลใจ

01 พ.ค. 2557

ศิลปวัฒนธรรม : ศิลปนิพนธ์สู่แรงบันดาลใจ

 
                     อีกหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้เหล่าคนรักงานศิลป์นำไปต่อยอดได้เป็นอย่างดี กับงานนิทรรศการ “ ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี 2557” เวทีจัดแสดงผลงานอันหลากหลายของนักศึกษาระดับปริญญาตรี และโท ที่ผ่านการคัดเลือกจากคณาจารย์ของสถาบันการศึกษาที่เปิดการเรียนการสอนวิชาศิลปะทั่วประเทศ รวบรวมไว้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจภายในหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ กรุงเทพฯ
 
                     งานจัดเป็นครั้งที่ 6 ซึ่งแต่ละปีก็มีจำนวนสถาบันและผลงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยพิธีเปิดนิทรรศการหนนี้ โฆสิต ปั้นเปื่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหารหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯ นำตัดริบบิ้น พร้อมด้วยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิมากมายร่วมเป็นเกียรติ โดย อ.สุรชาติ เกษประสิทธิ์ หัวหน้าสาขาวิชาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ตัวแทนผู้จัดงานเปิดเผยว่า นับเป็นโครงการที่มีประโยชน์อย่างมากในการพัฒนาวงการศิลปะของประเทศ เป็นการส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาที่เปิดสอนวิชาศิลปะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำงาน และเผยแพร่ผลงานให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
 
                     “เราเชื่อว่าจะช่วยให้นักศึกษาศิลปะได้มีโอกาสสร้างสรรค์ผลงานอย่างที่ตั้งใจแล้วนำเสนอให้ผู้สนใจได้รับรู้ นอกจากนี้การจัดงานแต่ละครั้งจะเป็นโอกาสในการสร้างความพึงพอใจให้คนดู แล้วนำกลับไปเป็นแรงบันดาลใจในเส้นทางศิลปะของตัวเอง ซึ่งจะเป็นแนวทางให้วงการศิลปะบ้านเรามีการพัฒนาสู่สากลยิ่งๆ ขึ้นไป” หัวแรงสำคัญในการจัดนิทรรศการ กล่าว
 
                     สำหรับเนื้อหาภายในนิทรรศการประกอบด้วยผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และสื่อผสม ของนักศึกษาระดับปริญญาโท สถาบันละ 2 คน ระดับปริญญาตรี สถาบันละ 3 คน ส่งผลงานมาร่วมแสดงคนละ 1 ชิ้น รวมทั้งสิ้น 110 ผลงาน แต่ละชิ้นงานล้วนสะท้อนบุคลิกและตัวตนของผู้สร้างสรรค์ทั้งสิ้น อย่างผลงานเทคนิคภาพพิมพ์สีน้ำมันบนผืนผ้าใบชื่อ “Thai Fight” ของ “จ้อย” กลยุทธ สฤษดิกุล นักศึกษาปริญญาตรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง ที่เคยผ่านการแสดงผลงานที่ประเทศสิงคโปร์มาแล้ว ครั้งนี้เขานำประสบการณ์ส่วนตัวหรืออาจรวมถึงผู้คนทั่วไปที่ไม่ชอบเดินทางไปไหนแต่จะชอบนั่งเสพสื่ออยู่กับที่มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ศิลปะภาพปะติดปะต่อ แล้วตั้งคำถามว่าแต่ละส่วนจะเชื่อมกันได้อย่างไรผ่านภาษาจิตรกรรมที่เกิดจากมายาคติ ส่วนจะตีความอย่างไรเพิ่มเติมนั้นก็สุดแต่ผู้ชมจะคิดอ่าน...
 
                     ผลงานเทคนิคสื่อผสมแปลกตา ชื่อ “บันทึกหยดสี” ของ “เอ้” สุญานีย์ อินทรักษา นักศึกษาสาขาจิตรกรรม ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เธอนำหินสีธรรมชาติผลึกในแก้วเป่า แล้วจัดวางบนหนังสือ ก่อนจะแกะลายลงสี โดยเล่าแรงบันดาลใจว่า เกิดจากความประทับใจที่ได้พบเห็นหินสีที่ตกผลึกผ่านกาลเวลาและถูกบันทึกจากธรรมชาติ บางคนเห็นแล้วก็อยากเก็บไว้ในความทรงจำ แต่ตัวเองอยากนำมาบันทึกไว้ในรูปแบบศิลปะที่จับต้องได้ โดยเลือกใช้หนังสือเก่า เพราะเป็นวัสดุแทนการบันทึกโดยมนุษย์แล้วใช้กาวยึดหินสีลงไป เปรียบเหมือนการหยุดไว้ ซึ่งหนังสือเก่าบางคนอาจมองว่าน่าเสียดายเมื่อนำมาทำแบบนี้ แต่ส่วนตัวกลับรู้สึกว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าในเชิงศิลปะมากกว่า
 
                     เช่นเดียวกับผลงานสื่อผสมชื่อ “หิมพานต์ ครีเอเตอร์ส” ของนิสิตครุศาสตร์ สาขาศิลปะ เจนจิรา พันธุ์วิเชียร ที่นำเสนอมุมมองการออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้าผ่านภาพพิมพ์สีน้ำบนกระจก และลายรดน้ำ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากภาพจิตรกรรมไทย ที่ทำออกมาแล้วสามารถสวมใส่ได้จริง และยังคงอัตลักษณ์ของความเป็นไทย เพื่อให้ผู้สวมใส่และพบเห็นเกิดความตระหนักถึงความงดงามแบบไทย หวงแหนแล้วอยากอนุรักษ์ให้ดำรงสือไป
 
                     ขณะที่ผลงานสะท้อนแนวคิดทางศาสนาและความเชื่อ ชื่อ “ชมพูทวีป” ของ “โอ๊ต” วิริยพร จิตราภิรมย์ นักศึกษาปริญญาโท คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้รับความสนใจไม่น้อย เขาใช้เทคนิคสีอะคริลิกบนผ้าใบ สื่อสารความคิดโดยนำเอาเอกลัษณ์ทางวัฒนธรรมภาคเหนือที่เต็มไปด้วยความงดงามและน่าหลงไหลมาเป็นแรงบันดาลใจ ผนวกกับการศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ และความคิดสร้างสรรค์ จนสำเร็จเป็นผลงาน
 
                     “งานชิ้นนี้มาจากจักรวาลในอุดมคติไทย ผมตีความโดยใช้ลัญลักษณ์ชมพูทวีปแทนพุทธภูมิ โดยดอกบัวแทนศีล สมาธิ ปัญญา จริงๆ อยากพูดเรื่องสติ ในสภาวะของอารมณ์ จึงยกเส้นสายขึ้นมาแล้วตีโจทย์เพื่อสื่อความหมาย อยากให้ผู้ชมได้เห็นทั้งความงดงามของศิลปะไทยพร้อมๆ กับมุมมองการใช้ชีวิตที่ต่างออกไป หากสนใจก็เชิญชวนให้เข้ามาชมนิทรรศการกันเยอะๆ คุณอาจได้อะไรกลับไปมากกกว่าความสุนทรีด้านศิลปะก็ได้” ศิลปินปริญญาโท ชี้ชวน
 
                     ยังมีผลงานอีกมากที่รอผู้พิสมัยงานศิลป์เข้าไปสัมผัส โดยนิทรรศการจัดยาวไปจนถึงวันที่ 3 สิงหาคมนี้ (ยกเว้นวันพุธ) ตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึงราวทุ่มตรง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 0-2281-5360-1