
สมศ.หนุนสอบ'ยูเน็ต'แนะต้องคุม5ด้าน
สมศ.หนุนสอบ'ยูเน็ต'แนะต้องคุม5ด้าน 'จาตุรนต์'มอบสกอ.เจรจาสมศ.ถอนชนวน
เมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่อาคารพญาไทพลาซ่า สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.)องค์กรมหาชน ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสมศ. เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด)สมศ.ว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณาถึงกรณีการนำผลสอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติระดับอุดมศึกษา หรือ ยูเน็ต ที่จัดสอบโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.)มาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินภายนอกสถานศึกษารอบที่สี่นั้น สมศ.เป็นหน่วยงานที่ประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา ไม่ได้เป็นหน่วยงานจัดสอบ เพียงแต่จะหยิบผลคะแนน การประเมินจากหน่วยงานต่างๆที่มีการดำเนินการอยู่แล้วมาใช้เป็นตัวบ่งชี้ อย่าง ในส่วนของมหาวิทยาลัยจะมีการนำคุณลักษณะตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ(TQF)ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) กำหนดโดยครอบคลุมอย่างน้อย 5 ด้าน
คือ 1.ด้านคุณธรรมจริยธรรม 2. ความรู้ 3. ทักษะทางปัญญา 4.ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ และ5.ทักษะการวิเคราะห์ การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งTQF ตามสาขาวิชาชีพ และบัณฑิตระดับปริญญาตรีมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์สอดคล้องกับตามความต้องการของผู้ใช้บัณฑิต มาใช้เป็นตัวบ่งชี้ ดังนั้น ในส่วนการนำการจัด ยูเน็ต จะนำมาใช้เป็นตัวบ่งชี้หรือไม่นั้นหากมีความสอดคล้องกับกรอบทีคิวเอฟ สมศ.ก็จะใช้ยูเน็ต เพราะไม่ว่าจะเรียกว่าอะไรถ้าสามารถวัดคุณลักษณะและความพอใจของผู้ใช้บัณฑิตได้ สมศ.ก็จะนำมาใช้ โดยจะต้องได้ข้อสรุปภายในเดือน มิ.ย.2557 นี้
สมศ.จะนำร่องตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ เพื่อปรับปรุงและจะประกาศเกณฑ์การประเมินรอบสี่ภายในวันที่ 1 ต.ค.2557ซึ่งจะเป็นการประกาศล่วงหน้า 1 ปีก่อนการเข้าสู่การประเมินรอบสี่ ซึ่งหากยูเน็ตยังไม่ชัดเจน สมศ.ก็จะใช้ทีคิวเอฟมาเป็นตัวประเมินเช่นเดิม ทั้งนี้ ในการดำเนินการยูเน็ต ไม่อยากให้ยูเน็ตใช้วิธีการจัดสอบเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ของเด็ก แต่อยากให้เป็นการวัดคุณลักษณะของเด็กมากกว่า
“สมศ.ยังไม่เห็นข้อสอบยูเน็ตว่ามีหน้าตาอย่างไร และสามารถวัดคุณลักษณะเช่นเดียวกับกรอบทีคิวเอฟได้หรือไม่ อีกทั้งที่ผ่านมาสมศ.ไม่ได้มีนโยบายให้จัดสอบยูเน็ตเพื่อนำผลมาใช้ประเมินรอบ 4 แต่ถ้าภารกิจของสทศ.ต้องจัดสอบ ก็จะมาดูก่อนว่าเป็นการวัดผลสัมฤทธิ์ของเด็กเป็นเพียงผ่านปากกาและกระดาษหรือไม่ ถ้าใช้เพียงการวัดผ่านกระดาษสมศ.ก็คงจะไม่ใช้ ทั้งนี้ ผมอยากเสนอให้ 4 หน่วยงาน ทั้งรมว.ศึกษาธิการ สกอ. สมศ. และสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.) มาหารือร่วมกันเพื่อหาความชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ข้อสอบยูเน็ต ส่วนกรณีที่ สกอ.ออกมาระบุว่าทีคิวเอฟ ควรใช้เพื่อการประเมินภายในของสถาบันการศึกษาเท่านั้น ทางสมศ.ก็จะนำเสนอประชุมบอร์ดเพื่อพิจารณาว่าจะใช้หรือตัดทีคิวเอฟ ออกจากตัวบ่งชี้ และจากที่สกอ.ระบุว่าได้ทำหนังสือขอให้สมศ.ทบทวนตัวบ่งชี้ในการประเมินรอบ 4 ขณะนี้ผมยังไม่เห็นการประเมินรอบ 4 ดังกล่าว” ศ.ดร.ชาญณรงค์กล่าว
ศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ประธานบอร์ดสมศ.กล่าวในฐานะอธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา ถึงกรณีการจัดสอบยูเน็ตของสทศ.ว่า ไม่เห็นความจำเป็นที่มหาวิทยาลัยจะต้องสอบยูเน็ต และก็คิดว่าจะไม่ร่วมสอบ เพราะนิสิตนักศึกษาต้องสอบมากอยู่แล้ว ภาพรวมการศึกษาขั้นพื้นฐานกับระดับอุดมศึกษามีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในส่วนของมหาวิทยาลัยมี พ.ร.บ.มหาวิทยาลัย ของตนเองที่จะควบคุมการเรียนการสอนและคุณภาพบัณฑิต โดยผ่านสภามหาวิทยาลัย สภาวิชาการ ซึ่งเป็นผู้ควบคุมดูแลคุณภาพหลักสูตร คุณภาพการเรียนการสอนตั้งแต่รับเด็กเข้ามาเรียนจนจบปริญญาตรี หากสอบยูเน็ตตนเกรงว่า เด็กจะไปกวดวิชาเพื่อสอบยูเน็ต
“จาตุรนต์”มอบสกอ.เจรจาสมศ.ถอนชนวนสอบยูเน็ต
นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ นายกำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)ศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) และ รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสทศ. เพื่อให้แนวทางแก้ปัญหากรณีนักเรียน นักศึกษา ออกมาคัดค้านการ จัดสอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติระดับอุดมศึกษา หรือ ยูเน็ต ว่า สมศ.ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับการของกระทรวงศึกษาธิการ จึงไม่สามารถสั่งการได้โดยตรง แต่ได้มอบหมายให้สกอ.ไปหารือสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแล และผู้บริหารของสมศ. เพื่อหาทางผ่อนคลายการใช้คะแนนยูเน็ตมาเป็นส่วนหนึ่งในตัวบ่งชี้การประเมิน คุณภาพภายนอกสถานศึกษา รอบ4 (พ.ศ.2559-2563 ) ทั้งนี้เพื่อจะได้ลดปัญหาต่าง ๆ เชื่อว่าสมศ. จะต้องเห็นด้วย
“เท่าที่หารือกับสทศ. มีข้อมูลชี้ชัดว่า ไม่สามารถพัฒนาข้อสอบยูเน็ตทั้ง 4 วิชา ได้แก่ การใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร การใช้สารสนเทศและเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิต:การรู้เท่าทันสื่อ และการคิดวิเคราะห์แก้ปัญหาและการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ได้ทันในการประเมินรอบ 4 ที่จะเริ่มในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2558 แน่นอน แม้แต่วิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นข้อสอบที่พัฒนาง่ายที่สุดก็มีแนวโน้มว่าไม่สามารถทำได้เสร็จทัน เพราะขั้นตอนการทำข้อสอบยูเน็ตเพื่อใช้ในการประเมินภายนอกนั้น เมื่อพัฒนาข้อสอบเสร็จแล้ว จะต้องนำไปรับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่าง ๆ และทำให้เกิดการยอมรับโดยเฉพาะจากสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ต้องใช้เวลานานมาก ไม่สามารถทำได้เสร็จภายใน 1- 2 ปี ”นายจาตุรนต์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในปีการศึกษา 2557 สทศ. จะเริ่มนำร่องจัดสอบยูเน็ตในวิชาภาษาอังกฤษ โดยการทดสอบจะดำเนินการผ่านสถาบันการศึกษา โดยไม่มีการบังคับ และจะไม่มีการสร้างสภาพบังคับหรือกึ่งบังคับใด ๆ ทั้งสิ้น อาทิ ถ้าไม่สอบจะไม่จบการศึกษา หรือหากไม่สอบจะไม่สามารถไปสมัครงานได้ ขณะเดียวกันจะมีผู้สอบเท่านั้นที่จะรู้ผลสอบของตนเอง แต่สถาบันที่ประเมินผลทั้งภายนอก และภายในจะรูปผลโดยรวม เพื่อดูในเชิงคุณภาพ
อธิการ"มศว"ระบุควรดูเครื่องมือที่ใช้วัดเด็กก่อน
ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวถึง การที่สทศ.มีแนวคิดเกี่ยวกับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติในระดับอุดมศึกษา (University National Education test) ว่าทุกวันนี้มหาวิทยาลัยมีการประเมินทั้งภายนอกภายใน จากสกอ.และสมศ.อยู่แล้ว เป็นการวัดเรื่องของการเรียนการการสอนและบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา ในการประกันคุณภาพของมหาวิทยาลัย แต่ละมหาวิทยาลัยมีการสอบรายวิชา รายเทอม รายปีอยู่แล้ว แต่ละสถาบันดำเนินการอย่างเข้มข้น แต่ไม่ได้เป็นการสอบวัดปลายทางอย่างที่สทศ.นำเสนอให้มีการสอบ U- NET
“แต่หากจำเป็นต้องทำเพราะมีการอ้างถึงกฎหมาย ก็ควรจะมีวิธีการโดยใช้วิธีการที่มหาวิทยาลัยใช้ประเมินและทำอยู่แล้ว นำไปใช้ในการประเมินในส่วนของ U-NET ด้วย แต่ในความเป็นไปได้ที่ สทศ.นำเสนอนั้นคิดว่าเป็นเรื่องยาก ที่สำคัญผมอยากจะให้ช่วยวัดเครื่องมือที่จะนำมาวัดทดสอบหรือวัดเด็กก่อนดีไหม แล้วถึงจะนำมาวัดเด็กหรือทดสอบเด็กจริงๆ ทุกวันนี้เครื่องมือที่ใช้วัดเด็กยังวัดได้ไม่ถูกเลย และยิ่งวัดก็จะยิ่งผิดกันไปใหญ่ อย่างนี้ควรให้มหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานที่เขาดูแล อย่างเช่นผู้ใช้บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา สถานประกอบการ ช่วยกันวัด หรือประเมินไม่ดีกว่าหรือ”



