
Hola... 'บาร์เซโลนา' ทอดน่องชมสถาปัตยกรรม
27 เม.ย. 2557
ชิค & ชิล : Hola... 'บาร์เซโลนา' ทอดน่องชมสถาปัตยกรรม : โดย...รมยกร
แม้ฤดูหนาวจะผ่านพ้นไปแล้วฤดูใบไม้ผลิกำลังย่างกรายเข้ามา แต่สายลมใน "บาร์เซโลนา" ช่วงต้นเดือนมีนาคมก็ยังหอบเอาความหนาวเย็นโชยชายมาให้ชื่นใจ ด้วยอุณหภูมิประมาณ 7-14 องศาเซลเซียส น่าจะถูกใจคนที่คิดหนีร้อนจากเมืองไทยมาพึ่งเย็นแถวยุโรป ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทาง 12-13 ชั่วโมงกว่าจะถึงสนามบินนานาชาติเอลเพลต บาร์เซโลนา ประเทศสเปน และเมื่ออุตส่าห์บินลัดฟ้ามาไกลขนาดนี้ บอกได้คำเดียวต้องเที่ยวให้คุ้ม แม้จะมีเวลาให้ใช้จ่ายในเมืองนี้แค่ 2 วัน 2 คืนเท่านั้น
ความโดดเด่นของ "บาร์เซโลนา" นอกเหนือจากการเป็นเมืองตำนานก่อกำเนิดสโมสรฟุตบอลชื่อดังของสเปนแล้ว ยังเป็นเมืองท่าสำคัญ และเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยเป็นอาณานิคมของโรมันมาก่อน จึงทำให้บาร์เซโลนามีความหลากหลายทั้งทางด้านวัฒนธรรม อาหาร รวมทั้งสถาปัตยกรรมต่างๆ อีกด้วย ดังนั้นหากใครมีโอกาสมาเหยียบดินแดนกระทิงดุ ก็ไม่ควรพลาดที่จะแวะเวียนมาเยี่ยมชม
สถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่เป็นไฮไลท์สำคัญของเมืองบาร์เซโลนา ก็คือ "มหาวิหารซากราดา ฟามีเลีย" (Sagrada Familia) มหาวิหารคาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโกในปี ค.ศ.1984 เป็นแนวศิลปะที่เรียกว่า "โมเดิร์นนิสซึ่ม" (Modernisme) ถือเป็นงานเฉพาะถิ่นและเป็นศิลปะชิ้นเอกของ "อันตอนิ เกาดิ" (Antoni Gaudi) สถาปนิกชาวสเปน สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1882 และแม้ว่าเกาดิจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่มหาวิหารแห่งนี้ก็ยังสร้างไม่เสร็จ ทุกวันนี้ก็ยังสร้างอยู่ตามแบบจำลองที่เกาดิวางไว้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 12 ปีข้างหน้า
แม้เครื่องจักรและเครนยังติดตั้งอยู่โดยรอบมหาวิหารซากราดา ก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์และความอลังการลดน้อยลงไป นักท่องเที่ยวยังมาเยี่ยมชมมากมาย ด้านในออกแบบและตกแต่งผนังหลังคาที่ตระการตา กระจกสีที่แสงตกกระทบเกิดเป็นสีสันงดงาม ผสมผสานกับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติที่เน้นส่วนโค้งให้จินตนาการเป็นธรรมชาติรอบๆ ตัว เช่น ภูเขา ดอกไม้ ต้นไม้ คนที่หลงใหลในศิลปะและสถาปัตยกรรมแล้ว รับรองได้ว่าต้องประทับใจ
อย่าแปลกใจหากชื่อสถาปนิก "เกาดิ" จะติดตามไปเกือบทุกแห่งหนที่มีงานสถาปัตยกรรมเด่นๆ ในเมืองนี้ อีกหนึ่งผลงานที่โดดเด่นของเขาก็คือ สวนสาธารณะปาร์กเกวย์ (Park Guell) ตั้งอยู่บนเขาเอลการ์เมล ในเขตกราเซียน เป็นหนึ่งในงานด้านสถาปัตยกรรมที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปใต้ เป็นศิลปะแบบคาตาลัน อาร์ต นูโว สร้างขึ้นโดยการสนับสนุนจากคหบดีผู้มั่งคั่งของเมือง ระหว่างปีค.ศ.1900-1914 ซึ่งในช่วงแรกเป็นสวนส่วนบุคคล ก่อนจะกลายเป็นสวนสาธารณะในปีค.ศ.1922 และปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่นกัน
สวนสาธารณะแห่งนี้เปิดให้ชมฟรี เมื่อขึ้นไปบนยอดเขา สามารถมองเห็นวิวของเมืองอันเต็มไปด้วยบ้านเรือนที่งดงามยาวไปจนถึงขอบชายฝั่งทะเล สิ่งที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของสวนสาธารณะแห่งนี้คือ การออกแบบและการประดับลวดลายสิ่งก่อสร้างด้วยกระเบื้องโมเสกนับล้านชิ้น สร้างผสมผสานไปกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน โดยเฉพาะตัวซาลาแมนเดอร์ หรือที่ชาวเมืองบาร์เซโลนาเรียกกัน The dargon
ท่ามกลางอากาศเย็นที่ค่อนไปทางหนาวเล็กน้อย ทำให้การเดินเล่นไปตามตรอกซอกซอยในย่านเก่าแก่ที่เรียกว่า "Gothic Quarter" เป็นไปแบบสบายๆ ย่านนี้มีอาคารบ้านเรือนสมัยกลางรายล้อมโบสถ์แบบกอธิก และมีอนุสรณ์ของอาณาจักรโรมันตั้งตระหง่านอยู่ แซมด้วยร้านขายของที่ระลึก ช่วงลานกว้างทางแยกมีนักดนตรีเปิดหมวกนั่งสีไวโอลินขับกล่อมผู้คนที่ผ่านไปมา
ในย่านนี้ยังเป็นที่ตั้งของมหาวิหารแห่งบาร์เซโลนาที่สวยงามอีกแห่ง ด้านบนของโบสถ์มีลักษณะเป็นปลายยอดแหลม 3 ยอด ด้านในสูงโปร่งและมีโคมระย้าห้อยลงมาจากเพดาน ตามฝาผนังมีรูปวาดและรูปแกะสลักด้วยหินอ่อนตกแต่งตัวโบสถ์ไว้อย่างสวยงาม จุดเด่นของวิหารนี้อยู่ที่ความประณีต บรรจงของกระจกสี อีกทั้งยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมและแสดงภาพวาด ประติมากรรมจากยุคหินกลางชั้นดีอีกด้วย
อีกจุดหนึ่งที่เหมาะแก่การเดินเล่นชมเมืองคือ "จตุรัสคาตาลุนญา" ตั้งอยู่กลางเมืองบาร์เซโลนา ถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจที่สำคัญที่สุดของสเปน รวมถึงถนนคนเดิน "ลา แรมบลา" เป็นถนนที่มีชีวิตชีวามากที่สุดในเมืองนี้ มีทั้งร้านค้าแฟชั่น ดอกไม้ และตลาดสด เมื่อเดินมาถึงปลายถนนจะพบอนุสาวรีย์นักสำรวจ นักเดินเรือคนสำคัญ "คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส" ผู้ค้นพบทวีปอเมริกาเป็นคนแรก ชาวสเปนเชื่อว่าเขาผู้นี้น่าจะเป็นชาวสาธารณรัฐเจนัว ที่ออกเดินทางสำรวจดินแดนให้สเปน สำหรับขาช็อปแบรนด์เนม คงไม่พลาด ถนนกราเซีย เป็นที่ตั้งของร้านแบรนด์เนมชื่อดัง ไม่ว่า ชาแนล หลุยส์วิตตอง กุชชี่ หรือปราดา
หากต้องการบอกลาเมืองบาร์เซโลนาพร้อมเก็บทัศนียภาพอันสวยงาม แนะนำให้ขึ้นไป "เขามงต์จุยค์" (Montjuic) ซึ่งสามารถมองเห็นเมืองในมุมสูงจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ได้ทั้งเมือง ภูเขานี้มีตำนานเล่าว่าเป็นเนินฝังศพของพวกยิว
ไฮไลท์ในยามค่ำคืนที่พลาดไม่ได้จริงๆ คือการชม "น้ำพุศักสิทธิ์มงต์จุยค์" ถือเป็นหนึ่งในการแสดงที่สวยงามที่สุดของเมืองบาร์เซโลนา สะท้อนได้จากเสียงชื่นชมและสีหน้าเปี่ยมสุขของเหล่านักท่องเที่ยวหรือชาวสเปนในยามเฝ้าดูน้ำพุเต้นรำและเปลี่ยนสีเพื่อให้เข้าจังหวะกับเสียงดนตรีนั่นเอง เชื่อได้เลยว่าคงทำให้ทุกคนหลับฝันดี...Buenas Noches Barcelona
ช่วงเวลา 2 คืน 2 วัน ใน "บาร์เซโลนา" แค่นี้ก็ถือว่าสุดแสนคุ้มค่า...
-----------------------
(ชิค & ชิล : Hola... 'บาร์เซโลนา' ทอดน่องชมสถาปัตยกรรม : โดย...รมยกร)



