ไลฟ์สไตล์

ชวนเที่ยว : กินลม ชมเกาะ 'ชุมพร'

ชวนเที่ยว : กินลม ชมเกาะ 'ชุมพร'

27 เม.ย. 2557

ชวนเที่ยว : กินลม ชมเกาะ 'ชุมพร' : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์

 
                           ส่งท้ายเดือนแห่งอากาศร้อนๆ ด้วยเรื่องราวของน้ำทะเลใส ให้คลายร้อนอีกสักครั้ง
 
                           ก็ในเมื่อเขาบอกว่า ชุมพร เป็นประตูสู่ภาคใต้ ฉันก็เลยต้องเข้า-ออกประตูนี้บ่อยๆ จนชุมพรกลายเป็นห้องรับแขกของฉันไป จะลงใต้ไม่ไหวก็แวะแค่ชุมพร นอนเล่นริมทะเล หรือจะแวะไปนอนเกาะใกล้ๆ ก็ยังได้ นอกจากชายหาดยอดฮิต อย่างทุ่งวัวแล่น หาดทรายรี ที่นี่ยังมีเกาะเล็ก เกาะน้อยให้ไปดำน้ำเล่นให้ฉ่ำปอด บอกลาอากาศร้อนได้ชั่วคราว 
 
                           เมื่อเดือนก่อน ชุมพร ก็เพิ่งจะจัดงาน "เปิดโลกทะเลชุมพร" ไป นอกจากจะทำให้คนชุมพรตื่นตัว ตื่นตาตื่นใจกับสถานที่ท่องเที่ยว และบ้านเมืองที่สวยงามของตัวเองแล้ว ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปได้รู้จักชุมพรในแง่มุมต่างๆ มากขึ้น ผ่านภาพถ่าย ที่ได้ "สห+ภาพ" ที่มีจิระนันท์ พิตรปรีชา เป็นโต้โผใหญ่ ระดมช่างภาพฝีมือดีทั้งในและนอกพื้นที่ มาช่วยกันถ่ายทอดมุมมองของชุมพร จนหลายคนนึกทึ่งว่า "นี่บ้านของฉันหรือ" 
 
                           ไปชุมพรคราวนี้ ไม่วอกแวกขึ้นเขา เข้าป่า แต่ขอไปนั่งเรือกินลม ชมทะเล เลาะไปตามหมู่เกาะต่างๆ ร้อนนักก็หนีลงไปดำน้ำดูประการังก็ยังได้ เพราะชุมพรมีแหล่งประการังสวยงาม ทั้งน้ำลึก น้ำตื้นอยู่หลายจุด แถมเดี๋ยวนี้ไปชุมพรแค่หลับตาแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว เพราะมีเครื่องบินทั้งนกแอร์ และแฮปปี้แอร์ ไปลงที่สนามบินชุมพร ในอ.ปะทิว ห่างจากตัวเมืองราวๆ 38 กม. (หรือใครจะขับรถไป ก็ใช้เวลาเดินทางราวๆ 5-6 ชั่วโมง) แต่ฉันขอนั่งนกแอร์ไปลงที่ปะทิว และนั่งรถชมเมืองต่ออีกหน่อยดีกว่า 
 
                           เหมือนของคู่กัน ไปชุมพรก็ต้องไปไหว้ศาลกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และหาดทรายรี จัดการมื้อเช้า ตอนสายๆ ในตัวเมืองเสร็จ ก็เดินทางไปหาดทรายรี เพื่อไหว้ศาลกรมหลวงชุมพรฯ ชาวเรือออกเรือก็มักจุดประทัดบอกกล่าวและขอให้โชคดี บ้างก็ไปจุดประทัดแก้บน คณะของเราก็ตั้งเป้าต้องไปกราบไหว้เช่นกัน เพื่อขอพร ขอให้การออกเที่ยวทะเลครั้งนี้พบเจอแต่สิ่งสวยงาม 
 
                           ระหว่างทางจากตัวเมืองไปศาลกรมหลวงชุมพรฯ ที่หาดทรายรี จะผ่านเขามัทรี เข้าสู่เส้นทางเลียบหาดภราดรภาพ ไปสิ้นสุดที่ต้นหาดทรายรี เป็นบริเวณอนุสรณ์สถานกรมหลวงชุมพรฯ ที่รวมทั้งสวนสมุนไพรหมอพร ศาลกรมหลวงฯ ทั้งศาลเก่าและศาลใหม่ แล้วยังมีเรือรบหลวงชุมพร ซึ่งเป็นเรือขนาดใหญ่มีความยาวตลอดลำเรือ 68 เมตร กว่าง 6.55 เมตร เรือลำนี้ปลดประจำการและกองทัพเรือได้มอบให้จ.ชุมพรในเวลาต่อมา ก็นำมาตั้งไว้ที่นี่ด้วย 
 
                           ศาลเก่ากรมหลวงชุมพรฯ ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับเรือรบหลวงชุมพรนี่แหละ แต่ศาลใหม่จะอยู่ขึ้นไปบนเนิน บนเรือรบหลวงพระร่วงจำลอง ที่หันหน้าออกสู่ทะเล เป็นจุดที่มองเห็นทิวทัศน์ของหาดทรายรีได้ชัดเจนตลอดเวิ้งอ่าว ผู้คนเดินทางมาไหว้ที่ศาลกรมหลวงชุมพรฯ กันตลอดเวลา เสียงประทัดแก้บนดังขึ้นอยู่บ่อยๆ ซึ่งที่นี่ก็เปิดทุกวันเหมือนกัน ตั้งแต่ 08.00-20.00 น.
 
                           หาดทรายรี อยู่ในเขตอำเภอเมือง เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวและชาวชุมพรมานานแล้ว แต่ทุกวันนี้ หาดทรายก็ยังสวยงามและเงียบสงบ มีคนหาปลาชายฝั่งออกไปทอดแหบ้าง ตกปลาบ้าง เด็กๆ เล่นน้ำกันสนุกสนาน พูดถึงหาดทรายรี ยังมีชื่อเดียวกันนี้ แต่อยู่ที่อ.สวี เรียกกันว่า หาดทรายรีสวี นั่นก็สวยงามเป็นอันซีนของชุมพรอีกที่หนึ่งเลยเชียว  
 
                           ออกจากหาดทรายรี เลยพากันไปเอ้อระเหย กินลมชมวิวปากน้ำชุมพรกับบน ยอดเขามัทรี ที่เดี๋ยวนี้ปรับปรุงสถานที่ ที่ทางใหม่ แต่ทางขึ้นเขาค่อนข้างชัน ต้องใช้รถแรงดี คนขับชำนาญหน่อยก็ปลอดภัย ส่วนรถบัสต้องจอดไว้ด้านล่าง เปลี่ยนเป็นรถเล็กขึ้นไปแทน ขึ้นไปถึงก็อยากจะกรี๊ดกับวิวด้านบน ซึ่งปรับเป็นที่ราบ มีศาลาหลังคาแบบเก๋งจีน อยู่ริมหนึ่ง อีกริมหนึ่งเป็นมุมถ่ายรูปกิ๊บเก๋ที่มีคนเข้าแถวรอไปถ่ายรูปกับป้าย หรือไม่ก็กระโดดๆๆ กันหน้าป้าย ตรงกลางเป็นที่ตั้งของพระมหาโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (พระโพธิสัตว์กวนอิม) ปางมหาราชลีลา องค์ใหญ่ อยู่ในท่านั่ง มองออกไปทางฝั่งปากน้ำชุมพร  
 
                          ด้านบนโดยรอบพระโพธิสัตว์ มองเห็นวิวได้ 360 องศา ฝั่งหนึ่งเห็นบ้านเรือนแถบปากน้ำชุมพร ตั้งอยู่เรียงรายริมฝั่งน้ำ เป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีเรือเล็ก เรือใหญ่สัญจรไปมา เพราะเป็นท่าเทียบเรือประมงอยู่ด้วย หันมองอีกด้านเป็นปากน้ำชุมพร เลยไปหน่อยเห็นเกาะมัตโพนอยู่ไม่ไกล หมุนมองไปอีกฝั่งเป็นหาดภราดรภาพ ในมุมมองที่เห็นเป็นเวิ้งทะเลกว้างไกล แถมใกล้ๆ ยอดเขา มีฝูงค่างแว่น มาห้อยโหนทักทายอยู่ไม่ห่าง เหมาะมากถ้าจะขึ้นมาบนเขามัทรี เพื่อชมอาทิตย์ลับฟ้าหลังหมู่บ้านประมง  
 
                           บอกแล้วว่ามาเที่ยวทะเล หลังจากตะลุยดูทะเลจากบนบกไปแล้ว วันรุ่งขึ้นเลยใช้เวลาเต็มอิ่มกับการล่องทะเลชุมพร เลาะไปตามเกาะแก่งต่างๆ ชุมพรเป็นเกาะที่ขึ้นชื่อเรื่องรังนก ที่ให้ผลผลิตที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง มีหลายเกาะที่เป็นสัมปทานเก็บรังนกและเป็นเกาะต้องห้ามที่ไม่ใช่ว่าใครๆ จะไปเที่ยวได้โดยไม่ขออนุญาต แต่บางเกาะถึงอนุญาต เราก็ขอแค่เอาเรือไปจอดลอยดำน้ำเล่นเฉยๆ ดีกว่า เพราะสภาพเกาะเป็นเพียงโขดหิน ไม่ได้มีหาดทรายหรือที่ที่จะนั่งเล่น นอนเล่นชิลๆ ได้ 
 
                           จากปากน้ำชุมพร แล่นไปราวชั่วโมงเศษ ผ่านเกาะเล็ก เกาะน้อย อย่างเกาะกะโหลก ดูๆ ไปเหมือนเป็นโขดหิน มีหน้าผาลาดชัน แถวนั้นลึกมาก ไม่เหมาะกับการดำน้ำ เลยไปหน่อย เป็นเกาะทะลุ ซึ่งเป็นเขาหินปูน ไม่มีหาดทราย ไม่มีที่พักค้างคืน แต่จัดเป็นเกาะยอดนิยมของนักถ่ายภาพกันทีเดียว ตัวเกาะยาวประมาณ 100 เมตร มุมที่ใครๆ ก็ชอบถ่ายรูป คือมุมที่เห็นช่องทะลุของเกาะที่เหมือนจะลอดไปมาได้ และบริเวณนี้สามารถดำน้ำชมประการังได้
 
                           ราวชั่วโมงเศษๆ เรือถึง เกาะง่ามน้อย และ เกาะง่ามใหญ่ ที่ไม่ไกลกัน ทั้งเกาะง่ามน้อยและเกาะง่ามใหญ่ เป็นเกาะสัมปทานรังนก ที่นี่ไม่มีหาดทราย มีแต่โขดหิน เราเลยได้เห็นกระต๊อบหลังเล็กๆ ของคนเฝ้ารังนกปลูกเรียงรายตามกองหิน บางหลังก็อยู่บนเนินก้อนหินดูหวาดเสียวจริงๆ ในยามที่พายุมา แต่นอกจากรังนกแล้ว แถวนี้แหละ เป็นแหล่งดำน้ำดูประการังน้ำตื้นและน้ำลึก มีสัตว์ทะเลหลากหลาย รวมถึง "ฉลามวาฬ" ที่เคยมีคนพบแถวเกาะง่ามน้อย พี่ใหญ่ใจดีของท้องทะเล ซึ่งตอนใต้ของเกาะง่ามน้อยเป็นจุดดำน้ำลึก ที่มีเรือหลวงปราบ 741 วางอยู่ใต้ทะเลด้วย  
 
                           ส่วนเกาะง่ามใหญ่ อยู่ไม่ไกลกัน เป็นจุดที่ใครๆ ก็ชอบถ่ายรูป โดยเฉพาะความมหัศจรรย์ของหน้าผา ที่ให้สีสันและรูปทรงเหมือนฝ่ามือ จนได้ชื่อว่า "ฝ่ามือพระพุทธเจ้า" อีกด้านหนึ่งมีกระท่อมของคนเฝ้ารังนก เรียงรายชิดหน้าผา มีสะพานไม้ยาวๆ ทอดถึงกัน ดำน้ำแถวนี้ จะเห็นดงดอกไม้ทะเลหนาแน่น รวมถึงปลาทะเลสวยงามอีกลายชนิด ส่วนพวกเราน่ะรึ อยู่ถ่ายรูปบนเรือ แต่ก็จอดได้ไม่นาน เพราะเรือโคลงจนท้องไส้ปั่นป่วน จนต้องออกเดินทางกันต่อ ผ่านเกาะลังกาจิว เกาะรังนกที่ขึ้นชื่อสวยงาม 
 
                           ชุมพรแม้จะไม่ได้ชื่อว่าเมืองร้อยเกาะ แต่ก็มีเกาะเล็กเกาะน้อย ผ่านเกาะหลักแรด และเกาะแรดที่รูปทรงเหมือนจริงๆ เกาะมัตรา  ซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่ แต่เราไปแวะเล่นน้ำใสๆ ที่เกาะกุลา ในเขตอ.สวี แม้เป็นเกาะไม่ใหญ่ แต่น้ำใส หาดทรายสวย ห่างฝั่งก็แค่ 8 กม. แถมยังมีหอยมือเสือให้ตื่นเต้นด้วย ก่อนจะพาไปขึ้นฝั่งที่บ้านท้องตม ที่อยู่ในอ.สวี ติดกับทุ่งตะโก 
 
                           น้ำใสๆ เกาะรูปทรงสวยๆ เวลา 4 ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว กับ 3 อำเภอที่ผ่านมาทางทะเล จนเจอแหล่งพักผ่อนใหม่ๆ ที่ฉันต้องบอกกับตัวเองว่า น่าจะหาเวลามาตอนใต้ของชุมพรบ้างซะแล้ว
 
 
 
 
-----------------------
 
(ชวนเที่ยว : กินลม ชมเกาะ 'ชุมพร' : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์)