ไลฟ์สไตล์

'โคโตบูกิ'คอนโดฯติดหาด'แหลมแท่น'

'โคโตบูกิ'คอนโดฯติดหาด'แหลมแท่น'

26 เม.ย. 2557

'โคโตบูกิ'คอนโดฯติดหาด'แหลมแท่น' : คอลัมน์ ตึกแถวอพาร์ตเมนต์ไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว

 
 
          สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน" ในช่วงหลังๆ ผมมักจะให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่สำหรับการพักอาศัยขนาด 28-35 ตารางเมตร++ เพราะในมุมมองของผมแล้วน่าจะเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุด (ไม่ใหญ่จนเกินไปและไม่เล็กจนเกินไป) สำหรับ “บ้านของคนเมือง" ที่อยู่ใน “ชุมชนเมือง" ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ครับว่า เมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น ประชากรเพิ่มมากขึ้น แต่ที่ดินมีจำกัด เพราะไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ ก็เลยเป็นผลให้คนส่วนใหญ่ที่เคยใฝ่ฝันว่าอยากมี “บ้านเดี่ยว", “บ้านแฝด" หรือ “ทาวน์เฮ้าส์" ในเมือง ก็ดูจะไกลเกินเอื้อมไปทุกที เพราะราคาที่ดินต่อตารางวาก็มีมูลค่านับหมื่นนับแสนบาท คงไม่ต้องพูดถึงที่ดินขนาดเป็นไร่หรอกครับ  เพราะมีมูลค่าหลายสิบล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบทุนนิยม 
 
          แนวทางในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในปัจจุบันและในอนาคต คงต้องเปลี่ยนจากการอาศัยในแนวราบขึ้นมาเป็นแนวดิ่งสูงหลายชั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารสูงไม่เกิน 23 เมตร และพื้นที่ใช้สอยไม่เกิน 4,000 ตารางเมตร ที่เป็นที่นิยมกันทั่วไปคือ อาคารที่สูงไม่เกิน 8 ชั้น จากระดับพื้นดิน ในบางกรณีก็อาจถึง 9 ชั้น โดยทำเป็นชั้นรถจอดใต้ดิน 1 ชั้นครับ  
 
          จากการที่ผมได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา “อสังหาริมทรัพย์" โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาคอนโดมิเนียมหลายๆ โครงการ สิ่งหนึ่งที่ผมได้ค้นพบคือ ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น อพาร์ทเม้นท์, เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์, บูทิคโรงแรม, คอนโดมิเนียม แทบจะไม่แตกต่างกันเลยครับ ทั้งในด้านการออกแบบรูปลักษณ์อาคาร การตกแต่งภายใน ตลอดจนการให้บริการก็ดูจะเป็นมาตรฐานเดียวกันไปทั่วโลก ก็ต้องยอมรับอีกครับว่า ในปัจจุบันเศรษฐกิจโดยรวมของทั้งโลกกำลังถูกขับเคลื่อนโดยระบบ “ทุนนิยม” เป็นโครงข่ายสลับซับซ้อนเปรียบเสมือน “ใยแมงมุม” หากใครตกอยู่ในโครงข่ายนี้ก็ยากที่จะหลุดพ้นมาได้ 
 
          จะเห็นได้ว่า บรรดาผู้คนในประเทศทุนนิยมต่างๆ ล้วนแล้วแต่มี “วิถีการกินอยู่" ที่คล้ายๆ กัน แต่งบ้านและแต่งตัวคล้ายๆ กัน ผูกเนกไทใส่สูทคล้ายๆ กัน ใส่เสื้อยืด กางเกงยีนยี่ห้อคล้ายกัน ดูหนัง ฟังเพลง คล้ายกัน มีเครื่องใช้ไม้สอย อุปกรณ์อำนวยความสะดวก ทั้งเครื่องปรับอากาศ เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ดิจิทัล อินเทอร์เน็ต ฯลฯ ก็เป็นระบบเดียวกัน ผมอยากเรียกว่าเป็น “โมโนคัลเจอร์" หรือ “วัฒนธรรมเดี่ยว” 
 
          นอกจากนี้ ยังกินอาหาร “ฟาสต์ฟู้ด" เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น แฮมเบอเกอร์, แซนด์วิช, พิซซ่า, สปาเกตตี ฯลฯ เหมือนกันไปทั้งโลก จนเกิดเป็น “วัฒนธรรมการกินอยู่” แบบ “แดกด่วน" กลายสภาพเป็นวิธีการปรุงอาหารสำเร็จที่แช่แข็งในเตา “ไมโครเวฟ" เป็นผลให้ “ศิลปะการกินอยู่" ที่เคยหลากหลายและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นก็ค่อยสูญหายไป ดังนั้นโจทย์ที่ผมคิดอยู่ตลอดเวลาคือ เราจะอยู่ร่วมกับกระแส “โลกาภิวัตน์" ได้อย่างไร ภายในพื้นที่อยู่อาศัยขนาด 28-35 ตารางเมตร++ ได้อย่างลงตัวที่สุด และสอดคล้องกับ “วิถีการกินอยู่" ของเรามากที่สุด  
 
          เมื่อปีที่แล้ว ผมได้เผยแพร่โครงการ “โคโตบูกิ" คอนโดมิเนียม ติดหาดบริเวณ “แหลมแท่น" ชายทะเล “บางแสน” หนึ่งในการออกแบบพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัยพักผ่อนตากอากาศขนาด 28-35 ตารางเมตร++ ที่ลงตัวที่สุดโครงการหนึ่งที่ผมได้ทำมา จากการเริ่มต้นออกแบบและเขียนแบบในพิมพ์เขียวและได้ทำการทดลองสร้างในห้อง “Mock Up Room" (ห้องตัวอย่าง) จนกระทั่งการก่อสร้างอาคารจนแล้วเสร็จ ผลที่ออกมาก็ลงตัวเกินคาดครับ เพราะบรรยากาศในห้องจริงน่าอยู่เป็นที่สุด สามารถมองเห็นวิวทะเลเมื่อไปยืนตรงระเบียงได้อย่างสวยงาม  
 
          สำหรับโครงการ “โคโตบูกิ" น่าจะเป็นหนึ่งในกระบวนการพัฒนาของที่อยู่อาศัยประเภท “คอนโดมิเนียมไม่บาน" ชายทะเลที่ลงตัวที่สุดโครงการหนึ่ง การที่ผมได้ออกแบบวางผังให้เป็นอาคารที่โล่งโปร่งสบายประเภท “ซิงเกิลโหลดคอริดอร์” (Single Load Corridor) ซึ่งเป็นระเบียงด้านเดียวเป็นผลให้อากาศสามารถถ่ายเทได้ดีเยี่ยม โดยปกติแล้วอาคารประเภททั่วไปมักจะออกแบบให้เป็น “ดับเบิลโหลดคอริดอร์" (Double Load Corridor) ซึ่งหมายถึงทางเดินจะอยู่ตรงกลาง และขนาบไปด้วยห้องซ้าย-ขวา ถ้าหากออกแบบโดยไม่จัดระบบการระบายอากาศและมีแสงธรรมชาติอย่างพอเพียงแล้วจะทำให้อาคารอับ ทึบ จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยโดยรวมครับ  
 
          น่าชื่นใจครับ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จก็ทราบว่าเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ทั้งยังมีมาตรฐานในการก่อสร้างที่สูง เห็นได้จากการเอาใจใส่ในทุกรายละเอียดของทางโครงการก็ไม่น่าแปลกใจครับ เพราะเป็นโครงการร่วมทุนระหว่างคนไทยกับคนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นชนชาติที่ได้รับการยกย่องเรื่องความเป็นระเบียบและเป็นงานก่อสร้างที่ได้รับการเอาใจใส่เหมือนกับการเตรียมอาหารญี่ปุ่นนั่นแหละครับ เราจะเห็นความตั้งใจ ตลอดจนความชัดเจนของการจัดวางบนจาน ที่ไม่มากไปหรือน้อยไปทำให้ดูสะอาดตา นอกจากนี้ ผมมักจะย้ำเสมอว่า การที่จะลงทุนในอาคารประเภทคอนโดมิเนียม “ทำเลที่ตั้ง” ถือว่ามีความสำคัญที่สุดและราคาต่อตารางเมตร (ที่ไม่แพงเกินเอื้อม) จะสำคัญรองลงมา เพราะจะเป็นเครื่องชี้วัดว่า การลงทุนดังกล่าว ในอนาคตจะคุ้มค่าหรือไม่ และการทวีค่าของสินทรัพย์จะมากน้อยเพียงใด  
 
          สำหรับโครงการ “โคโตบูกิ" คอนโดมิเนียมก็ถือได้ว่าตั้งอยู่บนทำเลที่ดีเยี่ยมของหาด “แหลมแท่น" ถือได้ว่าเป็นทำเลทองของชายทะเล “บางแสน" และนับวันที่ดินทำเลสวยๆ แบบนี้ก็จะหมดไป ผมจึงไม่แปลกใจเลยครับว่าจะมีผู้ที่สนใจเข้ามาจับจองกันอย่างล้นหลาม สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นครับ ถ้ามีโอกาสไปตากอากาศ “บางแสน" ไปกินลมชมคลื่น สูดโอโซนที่ “แหลมแท่น" พร้อมกับไปรับประทานอาหารทะเลสดๆ เลิศรส ก็ลองแวะไปเยี่ยมโครงการ “โคโตบูกิ” คอนโดมิเนียม กันดู เพื่อดูให้เห็นจริงกับตาว่า ที่ผมชื่นชมนักชื่นชมหนากับการออกแบบพื้นที่ขนาด 28-35 ตารางเมตร++ ในราคาที่ไม่สูงเกินเอื้อมจะดีสมคำกล่าวอ้างหรือไม่ ท่านที่สนใจเยี่ยมชมก็สามารถติดต่อนัดหมายได้ที่เบอร์ 08-7539-5153 แต่ก็ต้องรีบๆ หน่อยครับ เพราะแว่วๆ ว่า จวนจะปิดโครงการเต็มทีแล้วครับ  
 
.......................................
(หมายเหตุ 'โคโตบูกิ'คอนโดฯติดหาด'แหลมแท่น' : คอลัมน์ ตึกแถวอพาร์ตเมนต์ไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว)