ไลฟ์สไตล์

พระเทพฯทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์งานวิจัย'สกว.'

พระเทพฯทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์งานวิจัย'สกว.'

25 เม.ย. 2557

พระเทพฯทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์งานวิจัย'สกว.'

               สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานเปิดอาคารวิจัยและพัฒนา ณ บริษัทอุตสาหกรรมเครื่องหอมไทย-จีน จำกัด ณ ตำบลลาดบัวหลวง อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรกิจการของบริษัทฯ พร้อมทั้งทอดพระเนตรกิจกรรมและงานโครงการความร่วมมือกับสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และภาครัฐต่าง ๆ รวมถึงสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยมี ดร.จันทรวิภา ธนะโสภณ ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรม สกว. เฝ้าฯรับเสด็จ

               นางบังอร เกียรติธนากร รองกรรมการผู้จัดการบริษัทฯ เปิดเผยว่า การทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ครั้งนี้มีงานวิจัยภายใต้การสนับสนุนของ สกว. รวมทั้งสิ้น 4 โครงการ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ขาดแคลนทั้งบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและงบประมาณ การสนับสนุนงบประมาณในการวิจัย นักวิจัย และองค์ความรู้ทางวิชาการของ สกว. จึงเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการที่จะนำปัญหามาเป็นโจทย์วิจัยและสามารถต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการนำงานไปใช้

               นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังได้สามารถนำความรู้จากงานวิจัยในด้านกระบวนการผลิตไปประยุกต์ใช้กับวัตถุดิบตัวอื่นในวิธีการเดียวกัน เพื่อให้มีความน่าสนใจและหลากหลายมากขึ้น “ข้อดีของ สกว. คือ มีการเสริมความรู้ด้านการวางแผนธุรกิจและช่องทางการจัดจำหน่าย เพื่อที่จะเป็นหลักประกันแก่ผู้ประกอบการว่าสามารถขายได้จริง ไม่พลาดเรื่องการลงทุน และมีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญมาให้คำปรึกษา ผลงานวิจัยที่ได้จึงมีคุณภาพ อย่างไรก็ตามยังมีข้อกังวลว่าการลงทุนด้านวิจัยค่อนข้างใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่จะได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ หากตลาดไม่ตอบรับก็ต้องทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไป”

               ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยของ สกว. ทั้ง 4 โครงการ ประกอบด้วย “โครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากข้าวหอมมะลิไทย” ซึ่งนำสารสกัดที่สำคัญจากข้าวหอมมะลิ คือ แกมมาออไรซานอล กรดเฟรูลิก และกรดไลโนเลอิค มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ออกฤทธิ์ยับยั้งมะเร็ง 6 ชนิด ได้แก่ มะเร็งช่องปาก มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเม็ดสีเมลานิน อีกทั้งมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ที่เป็นสาเหตุของอาการผมร่วงทางพันธุกรรม นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์น้ำข้าวหมากซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ร้อยละ 79 ของกลุ่มควบคุม โดยผลการทดสอบตัวอย่างผลิตภัณฑ์น้ำข้าวหมากพร้อมดื่มสำหรับพัฒนาเป็นอาหารเสริม พบว่ามีค่าเปอร์เซ็นต์การกระตุ้นการเกิดการกลืนกินของเซลล์ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการย่อยอาหารในเซลล์ จึงเป็นประโยชน์ในการนำตัวอย่างน้ำข้าวหมากพร้อมดื่มไปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในเชิงพาณิชย์ได้ต่อไป

               “โครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำลายเทียมสำหรับผู้ป่วยขาดน้ำลาย” เป็นการนำสารสกัดมิวซิเลจจากผักและผลไม้รวม ได้แก่ ผักปลัง แมงลัก กระเจี๊ยบเขียว ขนุน และกล้วยน้ำว้า มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยขาดน้ำลาย และประยุกต์ใช้เป็นสารหล่อลื่นต่างๆ โดยการพัฒนาวิธีการสกัดมิวซิเลจจากน้ำและตัวทำละลายร่วม ผลการวิจัยพบว่าสารสกัดมิวซิเลจมีสมบัติการไหลเช่นเดียวกับน้ำลายตามธรรมชาติ การศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดมิวซิเลจจากพืชส่วนใหญ่มีฤทธิ์ต้านปฏิกิริยาออกซิเดชัน คิดเป็น 1.01 และ 16.86 เท่าของสารมาตรฐานวิตามินซี  และสารมาตรฐาน EDTA ตามลำดับ และไม่มีความเป็นพิษต่อเซลล์ผิวหนังในช่องปาก นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ยับยั้งการยึดเกาะของเชื้อ S. mutans ซึ่งเป็นแบคทีเรียนชนิดหนึ่งที่พบในช่องปาก และมีประสิทธิภาพดีกว่าน้ำลายตามธรรมชาติร้อยละ 3.90-5.50 เมื่อนำมาทดสอบกับอาสาสมัครที่มีภาวะน้ำลายแห้ง พบว่ามีความพึงพอใจต่อสีและความใกล้เคียงกับน้ำลายตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถบรรเทาอาการปากและคอแห้ง รวมทั้งอาการเจ็บปวดในช่องปากและลิ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ

               “โครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชนิดผงพองตัวช่วยลดน้ำหนักจากผลสำรอง” ส่วนประกอบที่สำคัญในผลสำรองแห้งจะประกอบไปด้วยเส้นใยอาหารเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสามารถพองตัวได้ 10 เท่าของขนาดเดิม อุ้มน้ำได้ถึง 92 เท่าของน้ำหนักเส้นใยแห้ง อีกทั้งมีสารสำคัญที่มีองค์ประกอบย่อยเป็นน้ำตาลกาแลคโตส อราบิโนส และแรมโนส รวมถึงเส้นใยอาหารเป็นสารในกลุ่มโอลิโกแซคคาไรด์ โพลิแซคคาไรด์ และอนุพันธ์อื่นๆ ที่ไม่ถูกย่อยโดยเอนไซม์ในระบบย่อยอาหารของมนุษย์ ช่วยในเรื่องจับไขมัน ทำให้ลดการดูดซึมของไขมัน งานวิจัยนี้ได้พัฒนาผลสำรองเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชนิดผงสำเร็จรูปที่สามารถพองตัวในน้ำได้ดีและรวดเร็ว ใช้ผสมน้ำเตรียมเป็นเครื่องดื่มหรือใช้ผสมกับเครื่องดื่มชนิดอื่นๆได้ เช่น ชา กาแฟ นมถั่วเหลือง หรือน้ำผลไม้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดการบริโภคอาหาร ลดน้ำหนัก 

               “โครงการการผลิตวัตถุดิบทางเครื่องสำอางต้านริ้วรอยและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเสริมจากข้าวด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ” สารสกัดข้าวหอมมะลิไทยมีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ทำให้เนื้อเยื่อเสื่อมสภาพ เพิ่มความชุ่มชื่นและความยืดหยุ่นให้แก่ผิวหนัง รวมทั้งป้องกันการเกิดสีผิวที่ผิดปกติ ทำให้สีผิวขาวขึ้นด้วยกระบวนการยับยั้งสร้างเม็ดสีหรือเอนไซม์ไทโรซิเนส ที่สำคัญคือสามารถลดเลือนริ้วรอยโดยยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสลายคอลลาเจน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยได้ถึงร้อยละ 70.76 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมและความคงตัวให้กับสารสกัดข้าวหอมมะลิจึงนำมาเก็บกักในถุงขนาด 210-225 นาโนเมตร (นีโอโซม) นอกจากนี้ยังมีความปลอดภัยไม่เป็นพิษต่อเซลล์ผิวหนังของมนุษย์ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้และระคายเคือง จากการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครจำนวน 30 คน พบว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้สีผิวขาวขึ้น ลดเลือนริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นผิวในอาสาสมัครได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีการใส่นีโอโซมเก็บกักผงข้าวหมากในปริมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ หลังใช้ผลิตภัณฑ์สารสกัดข้าวหอมมะลิที่เก็บกักในนีโอโซมเป็นเวลา 4 สัปดาห์  ผิวของอาสาสมัครมีความชุ่มชื้นดีกว่าผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดและกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ หลังใช้ผลิตภัณฑ์เป็นเวลา 6 สัปดาห์  ผิวของอาสาสมัครขาวขึ้นและเมื่อหยุดใช้ไป 1 สัปดาห์ สีผิวขาวลดลงแต่ดีกว่าผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดและกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ