ไลฟ์สไตล์

มุมมอง'ศิลป์'ผ่านบ้านดำของ'ถวัลย์ ดัชนี'

มุมมอง'ศิลป์'ผ่านบ้านดำของ'ถวัลย์ ดัชนี'

24 เม.ย. 2557

ศิลปวัฒนธรรม : มุมมอง 'ศิลป์' ผ่านบ้านดำของ 'ถวัลย์ ดัชนี'

 
                     ครั้งนี้มีโอกาสตามทริปของสายการบินบางกอกแอร์เวย์สในเที่ยวบินปฐมฤกษ์ กรุงเทพ-เชียงราย จึงได้ไปเยือนบ้านของศิลปินคนดัง "บ้านดำ" หรือ "พิพิธภัณฑ์บ้านดำ" บ้านพักของศิลปินแห่งชาติ อ.ถวัลย์ ดัชนี ซึ่งนำผลงานศิลปะของตัวเองรวมถึงผลงานศิลปะและของสะสมส่วนตัวมาจัดแสดงให้ชมกันอย่างเต็มที ภายใต้เนื้อที่อันกว้างขวางพร้อมจัดตั้งในบ้านกว่า 40 หลัง
 
                     เพียงรถจอดมองไปโดยรอบก็รู้สึกถึงความตื่นเต้น ด้วยมีบ้านพักสีดำศิลปะแบบล้านนาหลังเล็ก หลังใหญ่ เรียงรายกันอยู่โดยรอบในพื้นที่กว้างบนพรมหญ้าสีเขียวผืนใหญ่ จึงเป็นที่มาของคำว่า “บ้านดำ” และยังเป็นสีที่ อ.ถวัลย์ โปรดปราน ในบ้านแต่ละหลังจะประดับด้วยไม้แกะสลักที่มีลวดลายงดงาม นอกจากไม้แกะสลักแล้วยังประดับด้วยเขาสัตว์ เช่น เขาควาย เขากวาง และยังมีกระดูกสัตว์ หนังสัตว์ไล่เลียงไปจนถึงสัตว์สตาฟฟ์บางชนิด
 
                     ก่อนที่จะได้เข้าไปเดินชมความเป็นตัวตนของศิลปินคนดัง เจ้าหน้าที่เล่าถึงที่มาที่ไปว่า บ้านแต่ล่ะหลังล้วนมีคอนเซ็ปต์ และความน่าสนใจต่างกันออกไปอย่าง บ้านลาว ได้แรงบันดาลใจจาก สุวรรณภูมิ ข้างในก็จะเป็นพวกเครื่องเงิน ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์เองตั้งใจที่จะไม่ติดตั้งป้ายชื่อในตอนนี้ เพราะเจ้าของย้ำเสมอว่า ทุกสิ่งอยากให้เป็นปรัชญา อยากให้คนที่มาดูรับรู้ด้วยตัวเอง ทุกอย่างบอกกล่าวได้ด้วยสิ่งของหรืองานศิลป์ที่จัดวางไว้อยู่แล้ว
 
                     "อย่างซุ้มหนังสัตว์ก็บอกถึงความเป็นไปของวงจรชีวิต เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้านหน้าก็จะมีเหมือนซากของสัตว์ตายวางไว้ ให้ทุกคนรู้จักปลง ระมัดระวังในการใช้ชีวิต ซึ่งที่นี่คือตัวตนของ อ.ถวัลย์ ดัชนี เห็นได้อย่างชัดเจนผ่านทางงานศิลปะและสถาปัตยกรรม ของสะสมทั้งหมด โดยผลงานมีทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม ของสะสมทั้งหมดก็จากทั่วโลก แล้วก็นำมาสร้างสรรค์เป็นผลงาน เช่น พวกเก้าอี้ที่จะไม่ได้เห็นที่ไหน" เจ้าหน้าที่บ้านดำ กล่าวนำ
 
                     เริ่มจาก "วิหารเล็ก" ตั้งต้อนรับทุกคนอยู่ด้านหน้าสุด เป็นอาคารชั้นเดียวยกพื้นสูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร โครงสร้างอาคารเป็นไม้ทั้งหมด อยู่บนฐานปูนปั้น มีเสาไม้รองรับโครงสร้างของอาคารทั้งหมด 6 ต้น หลังคาทรงสามเหลี่ยมลดระดับสี่ชั้น  มุงด้วยกระเบื้องดินเผาไม่เคลือบสี ด้านบนประดับด้วยฉัตรบราลี ป้านบน-ด้านล่าง ประดับด้วย หางหงส์และค้ำยัน มีประตูเข้าออกสองด้าน ตรงกัน มีหน้าต่างด้านละสองบาน ใช้เวลาในการก่อสร้าง 1 ปี
 
                     ในขณะที่มองตรงไปจะเห็น "มหาวิหาร" เพียงสังเกตซุ้มประตูบานใหญ่ด้านหน้า เป็นไม้สักและแกะสลักอย่างสวยงาม ซึ่งเป็นการออกแบบโดย อ.ถวัลย์ และให้ช่างฝีมือมาแกะเพื่อรักษาคุณค่าของผลงานไว้เพื่อคนรุ่นหลัง ซึ่งมหาวิหารลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียวขนาดใหญ่ยกพื้นสูงจากพื้นดินประมาณ 2.80 เมตร บนฐานก่ออิฐถือปูน โครงสร้างอาคารเป็นไม้ทั้งหมด มีเสาไม้รองรับโครงสร้างของอาคาร และฐานของเสาแต่ละต้น มีประตูขนาดใหญ่ ใช้เวลาสร้าง 7 ปี เพื่อใช้ประโยชน์ในการจัดงานแสดงถาวร ทัศนศิลป์ทุกสาขา ของ อ.ถวัลย์ ดัชนี งานแสดงหมุนเวียนของศิลปิน ทั้งในและนอกประเทศ ประชุมสัมมนาทางศิลปะสุนทรียศาสตร์ ปรัชญา ตลอดจนกิจกรรมทางศิลปะ
 
                     และเมื่อมองตรงออกไปอีกจะเห็น "วิหารราม" ที่มีประตูตรงกับ "มหาวิหาร" ลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียวยกพื้นสูงจากพื้นดิน โครงสร้างอาคารเป็นไม้บนฐานปูน  มีเสาไม้รองรับโครงสร้างของอาคาร หลังคาทรงสามเหลี่ยม มีประตูขนาดใหญ่สองด้าน ตรงกัน แรงบันดาลใจจาก ความงามบริสุทธิ์ของไม้ขนาดใหญ่ ตั้งแต่เสา ฝา เครื่องบน ม้าต่างไหม กวีของไม้
 
                     พร้อมกันนี้ยังมี เรือนหลังข้าว, บ้านยุ้งข้าว, สุขากระบวนลุงแสง, เรือนเชียงทองทาทาบรุ้ง, บ้านสามเหลี่ยม หรือ ไตรภูมิ และที่น่าสนใจด้วยเป็นสถาปัตยกรรมคล้ายอูบหลายหลังสร้างเรียงไว้ใกล้ๆ กัน มีลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียวทรงโดมฐานกลมมีลักษณะคล้ายเจดีย์ โครงสร้างอาคารเป็นปูนทั้งหมด มีประตูเข้าทางด้านหน้า-หลังทำจากเหล็กบนยอดติดฉัตร ด้านในจะเป็นเก้าอี้ที่สร้างจากโครงของกระดูกสัตว์และเขาควาย
 
                     สำหรับผู้ที่สนใจจะเข้ามาชมศิลปะและผลงานของ อ.ถวัลย์ ดัชนี อยากจะบอกว่าขอให้จัดสรรเวลาให้พอสมควร เพราะผลงานแต่ละชิ้น สิ่งก่อสร้างแต่ละอย่าง หรือแม้กระทั่งก้อนหินที่จัดเรียงไว้ ทุกอย่างบ่งบอกถึงความเป็นศิลปินของเจ้าของบ้านหลังนี้จริงๆ ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์บ้านดำ เปิดให้เข้าเยี่ยมชมทุกวัน ในเวลา 09.00-12.00น. และ 13.00-17.00 น.