
เลาะป่าชายเลน เขาสามร้อยยอด
20 เม.ย. 2557
ชวนเที่ยว : เลาะป่าชายเลน เขาสามร้อยยอด : เรื่อง/ภาพ นพพร วิจิตร์วงษ์
ป่าชายเลนขึ้นชื่อว่าเป็นป่าที่เหลือเนื้อที่น้อยที่สุด ปัจจุบันมีอยู่กว่า 113 ล้านไร่ กระจายอยู่ทั่วโลก หากเทียบกับป่าบนบกแล้วเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก แต่ก็เป็นแหล่งที่ดูดซับก๊าซคาร์บอน ที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก สาเหตุของภาวะโลกร้อนได้มากกว่าป่าบนบกอย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้งยังเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้มนุษย์ทั้งในทางตรง และทางอ้อม
เมืองไทย มีพื้นที่ป่าชายเลนกระจายอยู่ทั่วไป ทั้งที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ และนอกเขตอุทยานแห่งชาติ ปัจจุบัน ผู้คนสนใจหันมาช่วยกันอนุรักษ์ป่าชายเลนกันมากขึ้น รวมถึงการปลูกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ เพราะเห็นผลแล้วว่า ป่าชายเลน เป็นพื้นที่ช่วยให้เกิดสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่จะเติบโตไปเป็นอาหารของผู้คนเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งอาหารของสัตว์เล็ก สัตว์น้อย และนกนานาชนิด ที่สุดท้ายกลายเป็นแหล่งหย่อนใจของผู้คนไปในที่สุด
สัปดาห์นี้เลยอยากชวนไปเที่ยวชิลๆ ที่ป่าชายเลน ในเขต อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อยู่ในเขตกิ่งอำเภอสามร้อยยอด และอำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดที่ยาวที่สุดและแคบที่สุดของประเทศ ทำให้มีเนื้อที่ติดทะเลมากกว่า 200 กิโลเมตร
อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรก แต่พื้นที่นี้กลับมีความหลากหลาย ทั้งป่า เขา พื้นที่น้ำเค็ม พื้นที่น้ำกร่อย และแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ รวมทั้งมีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ป่าชายเลนไม่น้อยหน้าใคร
ความหมายของสามร้อยยอด บ้างก็ว่า เป็นเพราะยอดเขาที่มีมากถึง 300 ยอด แต่ก็มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมา ว่าเป็นคำที่เพี้ยนเสียงมาจาก "สามร้อยรอด" เมื่อสมัยก่อนที่พื้นที่แถบนี้จะเป็นเทือกเขานั้น เคยเป็นเกาะมาก่อน แล้ววันหนึ่งมีเรือสำเภาจีนบรรทุกผู้โดยสารแล่นผ่านมา ประสบลมพายุรุนแรง จึงแวะหลบภัยเข้ามาตามร่องน้ำด้านทิศตะวันตกของเกาะ แต่เนื่องจากไม่ชำนาญพื้นที่ เรือได้ชนกับหินโสโครกอับปางลง ผู้คนจมน้ำตายจำนวนมากที่เหลือรอดตายขึ้นมาอาศัยอยู่บนเกาะประมาณ 300 คน จึงได้ตั้งชื่อว่า “เกาะสามร้อยรอด” แล้วก็เพี้ยนมาเป็น "สามร้อยยอด” ในทุกวันนี้ ส่วนบริเวณที่สันนิษฐานว่าเรือจมนั้นชาวบ้านเรียกว่า “อ่าวทะเลสาบ” เคยมีผู้พบซากเสากระโดงเรือโบราณด้วย
แต่จะสามร้อยยอดมาจากไหน ที่เห็นทุกวันนี้ พื้นที่แถบนั้นเหมือนเป็นทะเลภูเขาหินปูน ใครๆ คุ้นกันดีกับสถานที่ท่องเที่ยวที่นี่ อย่างเช่น หาดแหลมศาลา ถ้ำพระยานคร อันเป็นสถานที่ ที่รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมาประทับ ภายในถ้ำมีพระที่นั่งคูหาคฤหาสถ์ เป็นพลับพลาทรงจตุรมุขขนาดย่อม ตั้งอยู่บนเนินดินกลางถ้ำ นอกจากนี้ ยังมี ถ้ำไทร ถ้ำแก้ว จุดชมวิวเขาแดงที่สามารถขึ้นไปชมอาทิตย์ขึ้นเหนือขอบทะเล และเห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างไกล
เขตของอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ยังครอบคลุมไปถึง บึงน้ำจืดทุ่งสามร้อยยอด ขนาดใหญ่ ที่มีแหล่งกำเนิดมาจากเทือกเขาตะนาวศรีไหลผ่านห้วยโพระดก ห้วยขมิ้น ห้วยหนองคาง ห้วยไร่ตาพึง แล้วระบายลงสู่ทะเลตามคลองเขาแดง อีกส่วนหนึ่งไหลจากเทือกเขาสามร้อยยอด ทุ่งสามร้อยยอดมีระดับน้ำลึกเฉลี่ย 3 เมตร และที่นี่กลายเป็นบึงบัวหลากหลายชนิด ที่สวยงามในยามที่ออกดอก เสียดายว่ามาช่วงหลังๆ บึงบัวจะโทรมไป เพราะสภาพน้ำที่เปลี่ยนไปจากการทำเกษตรใกล้เคียง ในบริเวณบึงบัว จะมีสะพานให้เดินชมสถานที่ มีภูเขาหินปูนเป็นฉากหลัง หรือจะใช้บริการเรือถ่อของชาวบ้าน ล่องไปตามบึง ที่นอกจากบัวแล้ว ยังมีพืชน้ำนานาพันธุ์ คราวหน้าจะพาไปเที่ยวชมกันนะคะ
อย่างที่เกริ่นไว้ตอนแรกว่าจะพามาเลาะป่าชายเลนที่เขาสามร้อยยอด ก็ไม่ต้องไปไหนไกล เพราะอยู่ตรงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดนั่นเลย เพราะที่บริเวณที่ทำการมีทั้งที่พัก ลานกางเต็นท์ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน ที่เดินเลาะไปตามสะพานไม้ มีระยะทาง 960 เมตร ใช้เวลาเดินราวๆ 40-45 นาที ช่วงเวลาที่เหมาะสุดเจ้าหน้าที่เขาแนะนำช่วงเช้า 06.00-09.00 น. และช่วงเย็น 16.00-17.30 น. เพราะไม่เช่นนั้นร้อนแน่ๆ
แต่คราวนี้ ฉันขอลองกิจกรรมใหม่ๆ ของที่นี่ เป็นบริการล่องเรือชมป่าชายเลน ที่เพิ่งเริ่มให้บริการนักท่องเที่ยวไม่กี่เดือนมานี่เอง
อ๊ะๆๆ อย่าคิดว่าป่าชายเลนจะต้องมีแค่ต้นโกงกาง ต้นแสม ไม้ชายเลนต่างๆ ปลาตีน ปูก้ามดาบ อะไรทำนองนั้น เพราะป่าชายเลนสามร้อยยอดมีมากกว่าที่คิด เพราะที่นี่ มีแหล่งที่อยู่อาศัยของค่างแว่นถิ่นใต้ แล้วยังมีฟอสซิลหอยนางรมอายุเป็นร้อยล้านปีอยู่ในยอดเขาหินปูนให้ได้ชมกันด้วย
ฉันลงเรือพายขนาดกลาง บรรทุกผู้โดยสารได้ราว 7-8 คน มีเจ้าหน้าที่ช่วยพายหัว และท้าย เลาะไปตามลำคลองเล็กๆ ที่มีต้นโกงกางใบเล็ก เป็นเสมือนกองทัพป่าชายเลนแถบนี้ และไม้ป่าชายเลนอีกหลายชนิดให้ร่มเงา เส้นทางก็ขนานไปกับเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เป็นสะพานไม้ ใช้เวลาล่องเรือไป
พันธุ์ไม้ป่าเขาสามร้อยยอด มีมากถึง 55 ชนิด ทั้งไม้ป่าชายเลน ป่าชายหาด และป่าหินปูน ส่วนสัตว์ก็มีมากถึง 193 ชนิด แยกเป็นนกมากที่สุด 136 ชนิด รองมาเป็นสัตว์เลื้อยคลาย 25 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 18 ชนิดส่วนพวกปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ มีไม่น้อยกว่า 45 ชนิด
ราวๆ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็ถึงจุดหมายปลายทาง เป็นจุดชมวิวหินเทิน และซากฟอสซิลหอยนางรม แค่ขึ้นฝั่งก็ได้เห็นฟอสซิลของหอยนางรมกระจายไปทั่วบริเวณ ซึ่งจากการตรวจพิสูจน์ พบว่า เป็นซากหอยนางรมที่มีอายุประมาณ 240 ล้านปี โดยภูเขาบริเวณแถบนี้เคยเป็นทะเลที่มีระดับความลึก 30-40 เมตรมาก่อน ต่อมามีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงสภาพเป็นชายทะเล เป็นที่อยู่อาศัยของหอยนานาชนิด ทั้งที่ถูกน้ำทะเลซัดเข้าหาฝั่ง และที่น้ำทะเลกัดเซาะเข้าไปในแผ่นดิน ซากเปลือกหอยกองทับถมกันอยู่ภายใต้แผ่นหินเป็นเวลานาน จนกระทั่งกลายเป็นเนื้อเดียวกัน
เดินขึ้นฝั่ง แถวนี้ เจอทั้งต้นสลัดไดขนาดสูงท่วมหัว หรือต้นเสลา ตะบองเพชรที่มีดอกสวยๆ ลูกกินได้ (เนื้อคล้ายๆ แก้วมังกร) ขึ้นอยู่เยอะตามสภาพของป่าหินปูน ซึ่งภูเขาแถวนี้ เป็นภูเขาหินปูนยุคเพอร์เมียนซึ่งมีอายุประมาณ 280-230 ล้านปีมาแล้ว ปีนขึ้นไปบนจุดชมวิวหินเทิน มองไปรายรอบเห็นถึงความยิ่งใหญ่ของผาหิน ที่ค่อนข้างจะร้อน มีเพียงต้นสลัดไดที่ให้ร่มเงา
ด้านบนเขายังมีซากหอย รวมถึงหินควอทซ์ สะท้อนแสงอาทิตย์สวยๆ กระจายอยู่ทั่วไป
เลยจากจุดชมวิวไปไม่ไกล เป็นที่อยู่ของค่างแว่นถิ่นใต้ ขากลับเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เห็นทิวเขาหินปูนอยู่รายรอบ เหมือนหลุดออกมาอีกโลกหนึ่ง ต้นเสลาสูงท่วมหัว พื้นเป็นทราย ราวกับเดินอยู่ในแถบทะเลทรายกันทีเดียว ต่างกันก็แต่ที่นี่ยังมีต้นหญ้าขึ้นปกคลุม ไม่ไกลก็เป็นป่าชายเลน
มาเขาสามร้อยยอด เที่ยวนี้ ไม่ต้องสำรวจครบสามร้อยยอด ก็เห็นถึงความหลากหลายของสภาพพื้นที่ ที่หาดูที่ไหนไม่ได้จริงๆ



