
ถิ่นไทยงาม : ร้อนนักพักบ้านเกาะแรต
20 เม.ย. 2557
ถิ่นไทยงาม : ร้อนนัก พักบ้านเกาะแรต
เกาะแรต เกาะเล็กๆ ในอ่าวไทย ใน อ.ดอนสัก ไม่ไกลจากท่าเทียบเรือไปเกาะสมุย มองจากท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ดอนสัก (ท่าเรือแหลมทวด) จะเห็นเกาะเล็กๆ ทางด้านขวามือ ดูเหมือนเป็นติ่งของแผ่นดินใหญ่ มากกว่าเป็นเกาะ เพราะมีเส้นทางเชื่อมต่อถึงกันเป็นสะพานปูน ไม่ต้องนั่งเรือข้ามน้ำข้ามทะเลไปแล้ว
หลังจากยืนมองสะพานสายยาวที่เชื่อมไปยังเกาะอยู่พักใหญ่ สลับกับชมวิถีความประมงชายฝั่ง คนหาปลายืนอยู่บนห้างในทะเล เฝ้ารอจังหวะปลากระบอกเข้ามาใกล้ค่อยเหวี่ยงแหลงไป ยกขึ้นมาแต่ละครั้งมีปลาติดมาหลายตัว ตัวไหนไซส์ไม่ได้ ก็โยนคืนทะเลไป ผู้ช่วยต้อนปลาอย่างดี คือฝูงโลมาสีชมพู ที่ป้วนเปี้ยนหากดินปลาเล็กปลาน้อยไม่ไกลจากฝั่ง พวกมันไล่ปลาเข้ามา แล้วก็ยังได้กินปลาบางส่วน เกื้อกูลกันไป
จากท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ ไปบ้านเกาะแรตไม่ไกลกันนัก เลยท่าเทียบเรือซีทรานส์ และราชาเฟอร์รี่ มาหน่อยหนึ่ง ก็ถึงทางแยกเข้าบ้านเกาะแรต เกาะที่เห็น เต็มไปด้วยบ้านเรือนริมฝั่งหลากสีสัน กว่า 90 ครัวเรือน ทำให้เกาะเล็กๆ แห่งนี้ดูหนาแน่นเอาการ ชุมชนที่นี่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน ที่เข้ามาตั้งหลักแหล่งทำมาหากินประกอบอาชีพประมงจากรุ่นสู่รุ่น ต่อมาก็มีชาวบ้านใกล้เคียงอพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานทำมาหากินด้วยเหมือนกัน
เมื่อก่อนเกาะนี้ ก็ไม่ได้เชื่อมต่อกับแผ่นดิน ชาวบ้านที่นี่จึงเดือดร้อนกับการเดินทาง แต่ปัจจุบัน มี สะพานเฉลิมสิริราช เป็นสะพานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เชื่อมจากฝั่งสู่เกาะแรต ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ ประกอบพิธีเปิดสะพานเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2553
สุดปลายสะพานก็เข้าสู่เขตชุมชน จะผ่านศาลเจ้าพ่อกวนอู และศาลเจ้าแม่ทับทิม แล้วเป็นถนนเล็กๆ ผ่านชุมชน เดินเที่ยวชมได้รอบเกาะทีเดียว (รถยนต์ต้องจอดตรงสะพาน) ด้านหนึ่งเริ่มเตรียมการทำเป็นโฮมเสตย์รองรับนักท่องเที่ยวกันแล้ว ในชุมชนเองก็มีร้านค้า ขายของผลิตภัณฑ์ของชุมชน นอกจากปลา ปลาหมึกตากแห้ง ที่ขึ้นชื่ออีกอย่างก็คือกะปิ
ด้วยความที่เป็นเกาะ ทำให้ทิวทัศน์รอบด้านติดทะเล แน่นอนว่า ฝั่งของเกาะแรตก็มืองไปเห็นท่าเรืออเนกประสงค์ และเวิ้งอ่าวแถวนั้น ด้วยเช่นกัน ตอนน้ำขึ้น ก็จะได้เห็นเจ้าปลาโลมา ก็จะเข้ามาล้อมจับปลาหากิน มองเห็นไปไกลถึงยอดเขาอันเป็นที่ตั้งของเจดีย์วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ ของหลวงพ่อจ้อยที่มีชื่อเสียงและเป็นผู้สร้างเมืองดอนสัก แม้หลวงพ่อจ้อยจะมรณภาพไปแล้ว แต่สังขารยังบรรจุอยู่ในโลงแก้ว ตั้งไว้ในมณฑป ใครมีเวลามีโอกาสผ่านไปแถวนั้นก็แวะขึ้นเขา ไปไหว้พระ แล้วยังได้ชมทิวทัศน์ ของเวิ้งทะเลดอนสัก ที่มีชีวิตชีวาทั้งวัน แม้จะไม่ใช่ทะเลที่มีหาดทรายขาวก็ตาม
ไม่ว่าจะมองจากฝั่งท่าเรือ หรือจากเกาะแรต หรือจากบนยอดเขา ก็จะเห็นเวิ้งทะเลเดียวกัน วิถีประมงที่หากินชายฝั่ง และที่สำคัญ ทั้ง 3 สถานที่แม้จะห่างกันด้วยระยะทางแผ่นดิน แต่ต่างก็มองเห็นซึ่งกันและกันผ่านท้องทะเล



