ไลฟ์สไตล์

ยางพาราไทยก้าวไกลสู่ตลาดโลก

ยางพาราไทยก้าวไกลสู่ตลาดโลก

15 เม.ย. 2557

ยางพาราไทยก้าวไกลสู่ตลาดโลก 'พัทลุง'ต้นแบบพัฒนายางทั้งระบบ : สุรัตน์ อัตตะรายงาน

           "ปัจจุบันนี้ยางพาราแม้จะขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มไปยังภาคอื่นๆ แต่ก็ยังให้ความสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ปลูกยางเดิมให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน โดยภารกิจสำคัญซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางและองค์การสวนยาง ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่จะต้องบูรณาการในการมุ่งเน้นการพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพ ดูแลและส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนยางมีความรู้ความเข้าใจในการประกอบอาชีพการทำสวนยางและสามารถรวมกลุ่มร่วมกันขายสินค้า ยกระดับสินค้าให้แข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ"
 
           วิมล จันทโรทัย รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดงานวันยางพาราแห่งชาติประจำปี 2557 ณ ศูนย์ประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พัทลุง ว่ายางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญเคียงคู่กับเกษตรกรภาคใต้มาอย่างยาวนานและมีการถ่ายทอดอาชีพจากรุ่นสู่รุ่น และปัจจุบันยังได้ขยายพื้นที่ปลูกไปยังภูมิภาคต่างๆ จนทำให้ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกยางพารารวมทั้งสิ้นกว่า 18 ล้านไร่ พร้อมทั้งมีผลผลิตส่งออกในรูปแบบต่างๆ มากเป็นอันดับ 1 ของโลก เฉลี่ยปีละไม่น้อยกว่า 3 ล้านตัน
 
           วิมลกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ ได้ให้ความสำคัญและผลักดันยางพาราให้เป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญมาโดยตลอดเพื่อพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันให้ไทยมีความเป็นเลิศ พร้อมก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินงานและพยายามแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง

           โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาภาคเกษตรกร ซึ่งเป็นบุคลากรกำลังสำคัญของชาติให้สามารถพร้อมรับมือในการแข่งขันเมื่อประเทศเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 โดยน้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพัฒนาภาคการเกษตรมาอย่างยาวนานเพื่อให้เสริมสร้างเป็นองค์ความรู้และทักษะในการผลิตให้สามารถประกอบอาชีพการเกษตรได้อย่างยั่งยืน เสริมรายได้ในครัวเรือนเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้เกษตรกรพ้นจากความยากจนและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

           "งานวันยางพาราแห่งชาติที่พัทลุง นับว่าเป็นโอกาสดีในการสร้างแนวทางการพัฒนายางพาราตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ จนสามารถนำไปสู่การพัฒนาระบบตลาดยางพาราไทยให้รองรับกับการส่งออกยางพาราสู่ตลาดต่างประเทศต่อไป เพราะในพื้นที่ จ.พัทลุงมีกลุ่มและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางที่มีศักยภาพไม่น้อยและมีปราชญ์เกษตรกรในหลายๆ พื้นที่ได้ยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านในการประกอบอาชีพ ดังนั้นทุกๆ กิจกรรมที่ สกย.และหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมกันจัดขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและส่งเสริมเกษตรกรชาวสวนยางอย่างยิ่ง" รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวย้ำ

           ขณะที่ ประสิทธิ์ หมีดเส็น รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) กล่าวเพิ่มเติมว่า งานวันยางพาราแห่งชาติมีกำหนดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2547 เห็นชอบให้วันที่ 10 เมษายน เป็นวันยางพาราแห่งชาติเพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีและเชิดชูเกียรติพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) ผู้ได้รับการขนานนามว่า "บิดาแห่งยางพาราไทย" เนื่องจากท่านเป็นผู้ริเริ่มนำยางพาราเข้ามาปลูกในแผ่นดินไทยเป็นคนแรก กระทั่งยางพารากลายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ สร้างอาชีพ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนไทยจนปัจจุบัน

           "ปัจจุบันยางพารายังเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศที่นำรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับ 1 ถือเป็นสินค้าเกษตรที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สร้างความภาคภูมิใจให้ประเทศไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตและส่งออกยางธรรมชาติเป็นอันดับ 1 ของโลกมากว่า 20 ปี"
 
           ประสิทธิ์เผยต่อว่า การจัดงานวันยางพาราแห่งชาติในปีนี้ สกย.ในฐานะเจ้าภาพหลักได้ร่วมกับหน่วยงานยางคือองค์การสวนยาง สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนได้ร่วมบูรณาการจัดงานวันยางพาราแห่งชาติขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 เมษายน ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พัทลุง ภายใต้แนวคิด "ยางพาราไทย ก้าวไกลสู่ตลาดโลก" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรมีความเข้าใจในแนวทางการพัฒนายางพาราตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำที่สามารถพัฒนาระบบตลาดยางพาราไทยให้รองรับการส่งออกยางพาราสู่ต่างประเทศไทย

           "การแปรรูปเพิ่มมูลผลผลิตค่าให้เกษตรกร การยกระดับมาตรฐานสินค้าสู่สากลและการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างภาครัฐและภาคเกษตรกรในการพัฒนายางทั้งระบบจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนายางพาราให้เข้มแข็งและยั่งยืน โดยการนำร่องสถาบันเกษตรกรในพื้นที่ของแหล่งปลูกยางเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จ.พัทลุง เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีสถาบันเกษตรกรที่เข้มแข็งและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง"

           รักษาการ ผอ.สกย.ย้ำด้วยว่า นอกจากการจัดงานวันยางพาราแห่งชาติแล้ว สกย.พัทลุงยังได้ดำเนินการการจัดสร้างอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดีขึ้น บริเวณหน้าที่ทำการ สกย.จ.พัทลุง เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางใน จ.พัทลุง และพื้นที่ใกล้เคียงได้มีโอกาสร่วมรำลึกถึงคุณงามความดีของพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ปูชนียบุคคลผู้ริเริ่มนำยางพาราเข้ามาปลูกในประเทศเป็นครั้งแรกทำให้ยางพารากลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศในทุกวันนี้

"ยางพารา" แหล่งรายได้คนเมืองลุง
 
           เสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวว่าพัทลุงเป็นดินแดนที่มีความโดดเด่นทั้งทางธรรมชาติและประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามที่หลากหลาย ดั่งคำขวัญประจำจังหวัดพัทลุงที่ว่า "เมืองหนังโนราห์ อู่นาข้าว พราวน้ำตก แหล่งนกน้ำ ทะเลสาบงาม เขาอกทะลุ น้ำพุร้อน" ดังนั้นด้วยศักยภาพของพื้นที่ ทำให้ จ.พัทลุง เป็นเมืองเกษตรกรรมที่สำคัญของภาคใต้ในการผลิตพืชผลทางการเกษตร ทั้งด้านกสิกรรม ปศุสัตว์ การประมง เช่น ยางพารา ข้าว พืชผัก ผลไม้ ปาล์มน้ำมัน สุกร ไก่ โคเนื้อและโคนม

           "การพัฒนาจังหวัดพัทลุงจะเน้นการพัฒนาด้านภาคเกษตรเป็นสำคัญ สำหรับยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่มีความสำคัญและมีศักยภาพสูงในการสร้างรายได้ให้แก่ระบบเศรษฐกิจของจังหวัด"

           ผู้ว่าฯ พัทลุง เผยต่อว่า ปัจจุบันพัทลุงมีเกษตรกรประกอบอาชีพการทำสวนยางประมาณ 61,500 ครัวเรือน มีพื้นที่ปลูกยางพาราครอบคลุมทั้ง 11 อำเภอ รวมทั้งสิ้นกว่า 8.7 แสนไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 60 ของพื้นที่การเกษตรทั้งจังหวัด โดยมีพื้นที่ปลูกยางพาราที่ให้ผลผลิตแล้วประมาณ 6.2 แสนไร่ ซึ่งผลผลิตโดยรวมจากยางพาราในปีที่ผ่านมามีประมาณกว่า 1.6 แสนตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านบาท นับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญที่จะช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ของเกษตรกรใน จ.พัทลุง และมีรายได้จากอาชีพที่มั่นคง ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดด้วย

..........

(หมายเหตุ : ยางพาราไทยก้าวไกลสู่ตลาดโลก 'พัทลุง'ต้นแบบพัฒนายางทั้งระบบ : สุรัตน์ อัตตะรายงาน)