
เด็กเป็นสมบัติล้ำค่าต้องได้พัฒนา
เด็กเป็นสมบัติล้ำค่าต้องได้พัฒนา 'พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา'ผู้สูงอายุดีเด่น : ขวัญเรียม แก้วสุวรรณรายงาน
เสียงปรบมือดังกึกก้องทั่วห้องประชุมขนาดใหญ่ ณ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร เมื่อเช้าวันพุธที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา ทันทีที่พิธีกรในงาน "วันผู้สูงอายุ ปี 2557" ประกาศชื่อ พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา รับรางวัลผู้สูงอายุดีเด่นประจำปี 2557 ซึ่งมีเพียงบุคคลเดียวเท่านั้นที่ได้รับในแต่ละปี
พารณ ศิษย์เก่าจากรั้วจามจุรี ปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาไฟฟ้า ผู้ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล มุ่งมั่นพัฒนาเด็กไทยและคนไทยให้สู้ได้ในโลก บนพื้นฐานเทคโนโลยี วิชาการ คุณภาพตามแบบวิถีพุทธ โครงการที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป อาทิ โครงการสร้างฝายแม้ว และพัฒนาชุมชนที่บ้านสามขา จ.ลำปาง โครงการเศรษฐกิจพอเพียง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ โครงการชีวะมาบตาพุด จ.ระยอง เป็นผู้บุกเบิกและริเริ่มโรงเรียนดรุณสิกขาลัย ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ คิดได้ด้วยตัวเอง
"ผมใช้ชีวิตตามหลักพระพุทธศาสนา อยู่ด้วยการให้ปัญญาคน เพราะคิดว่า การให้วิทยาทาน เป็นทานอันยิ่งใหญ่ ผมไม่มีเงินไปให้ มีแต่ปัญญา อย่างโครงการสร้างฝายที่บ้านสามขา เมื่อก่อนป่าเขาหัวโล้นหมด มีร่องรอยเผาป่า เพราะมีความเชื่อว่า เผาป่าแล้วจะเห็นสัตว์ป่าได้ดีขึ้น อีกอย่างเห็ด ผักหวานจะเยอะกว่า เลยพาเด็กในโรงเรียนเข้าไปในป่า พวกเราจึงคิดสร้างฝาย หาเงินได้ 4 แสนบาท ซึ่งมีแต่เด็กผู้หญิงช่วยกันทำ ทำตั้งแต่ด้านล่างภูเขาขึ้นไป แต่พอฝนตกฝายก็พัง เพราะน้ำจากข้างบนภูเขาไหลลงมาแรง เด็กผู้หญิงเลยไปชวนแม่มาช่วย แต่แม่ก็ช่วยไม่ได้เยอะ เพราะระยะทางขึ้นเขามันยาวและชันมาก ต้องใช้แรงผู้ชาย แม่เลยไปชวนพ่อมาช่วย ตอนแรกพ่อไม่มา เพราะไม่มีรายได้ ผู้ชายต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัว แต่สุดท้ายเขาก็มา ตอนมาก็ห่อข้าว หรือไม่ก็ยกเครื่องครัวขึ้นมาทำกับข้าวกินกันเอง กลายเป็นว่า ตอนนี้ป่าของพวกเขามีต้นไม้อุดมสมบูรณ์ มีเห็ด มีผักหวานขึ้นเต็ม ป่าอุดมสมบูรณ์" ผู้สูงอายุดีเด่นประจำปี 2557 กล่าว
พารณ ในวัย 87 ปี บุตรของพระยาอิศรพงศ์พิพัฒน์ และม.ล.สำลี อิศรเสนา ณ อยุธยา สมรสกับ บุญนาค อิศรเสนา ณ อยุธยา มีบุตร 1 คน คือ พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา เล่าว่า หลักในการใช้ชีวิต (วัยชรา) ให้มีความสุข ต้องเป็นคนดี นับถือศีล 5 และการเป็นคนเก่ง สนใจเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อนำความรู้ให้เป็นวิทยาทาน เพราะโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วมาก ต้องรู้จักรักษาเอาตัวรอดเป็นยอดดี ที่สำคัญเมื่อตอนอายุมากต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี เจ็บป่วยเล็กน้อยต้องรีบไปหาหมอ เพราะไม่ทราบว่าอนาคตอาการที่เป็นอาจรักษาไม่ทัน
"การพัฒนาต้องเริ่มตั้งแต่เด็กในโรงเรียน แล้วเด็กจะส่งไปหาพ่อแม่ผู้ปกครองเอง และหลักที่สำคัญคือ ถ้าให้ความรวยกระจุกอยู่ในเมือง ความจนกระจายก็พัฒนาประเทศไม่ได้ เราต้องกระจายความรวย ผมก็เลยช่วยหาทุนการศึกษาให้เด็กในบ้านสามขาได้ออกมาเรียนหนังสือ เพื่อให้เขากลับไปทำให้ชุมชนของเขาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเวศ ซึ่งตอนนี้เด็กๆ กลับไปแล้ว มีนักท่องเที่ยวไปเยือนแล้วเป็นแสนคน (ยิ้ม)" พารณ เล่าด้วยรอยยิ้ม
ปัจจุบัน พารณ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนดรุณสิกขาลัย มีประสบการณ์การทำงานกับภาคเอกชน บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย และบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) สะสมประสบการณ์กว่า 12 ปี ไต่เต้าจากผู้บริหารระดับกลางจนถึงผู้บริหารระดับสูงในองค์กรนี้ และได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการทรัพยากรบุคคลในเครือบริษัทปูนซิเมนต์ไทย เป็นคนที่เชื่อว่า บุคลากรเป็นสิ่งมีคุณค่าในองค์กร และได้นำแนวคิดในการพัฒนาบุคลากรให้มีความก้าวหน้าในระดับประเทศและต่างประเทศ รวมถึงส่งเสริมให้บุคลากรดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์ มีคุณธรรมจริยธรรม
จากความเชื่อที่ว่า เด็กเป็นสมบัติที่มีค่าของประเทศ พารณ จึงขออุทิศชีวิตในบั้นปลายเพื่อการพัฒนาเด็กไทยให้มีความรู้ ความสามารถทางด้านคุณภาพการศึกษา และวิชาการให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ และยังคงทำหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียนดรุณสิกขาลัยต่อเนื่องยาวนานตลอดไป
..........
(หมายเหตุ : เด็กเป็นสมบัติล้ำค่าต้องได้พัฒนา 'พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา'ผู้สูงอายุดีเด่น : ขวัญเรียม แก้วสุวรรณรายงาน)



