ไลฟ์สไตล์

ความหลังของ ตุ๊ แครี่ออน

ความหลังของ ตุ๊ แครี่ออน

13 เม.ย. 2557

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : ความหลังของ ตุ๊ แครี่ออน : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

 
                         เราต่างอยู่ในปัจจุบัน เราต่างมีวันข้างหน้า และมีวันที่ผ่านมาในรูปของความทรงจำ
 
                         แม้ผมจะทำงานศิลปะทั้งสามแขนง วรรณกรรม จิตรกรรม และดนตรี แต่ตัวตนของผมในสายตาคนอื่น ผมจะดูเป็นกวีเสียมากกว่า งานด้านจิตรกรรมตามมา โดยงานดนตรีนั้นอยู่หลังสุด
 
                         แต่สำหรับตุ๊ แครี่ออน เขาเป็น “คนดนตรี” โดยแท้  เขาเป็นคนนครนายก ชีวิตก้าวเดินมาพร้อมกีตาร์ในอ้อมแขน เข้ากรุงเล่นดนตรีในผับ ท่ามกลางละอองสีแสงและกลิ่นความฝัน และควันใต้แสงไฟ
 
                         บนถนนสายดนตรี เขาพบเพื่อนร่วมทาง..ผูกพัน..ร่วมฝัน..ล่องลอย..เคว้งคว้าง ในมายาของเมืองใหญ่ ชีวิตดั่งบทเพลงที่ไร้ทำนอง หัวใจสัญจรแสวงหาแห่งไหนที่ใจอยู่ เขาไม่เหมือนใคร และใครไม่เหมือนเขา แม้คนเราจะสุข ทุกข์ เศร้าไม่ต่างกัน แต่ความสุข ทุกข์ของเขา มีท่วงทำนองที่แตกต่าง ไม่เหมือนใคร ไม่เหมือนคุณ ไม่เหมือนเขา ไม่เหมือนเธอ ใช่ไหม
 
                         ตุ๊ แครี่ออน ยังหวังไปข้างหน้า ยังคิดย้อนไปถึงวันวาน เส้นเสียงชีวิตของเขา ยังสั่นสะท้าน พริ้วไหวในว่างเวิ้งก้องกังวานไปในลึก
 
                         ผมรู้จักเขาทีหลังเพื่อนคนอื่นๆ ของเขา ถามว่าเราสนิทกันไหม ผมขอตอบว่า ผมไม่รู้ว่าเขารู้สึกสนิทกับผมหรือเปล่า แต่ผมรู้สึกสนิทกับเขา ถามว่าผมรู้จักเขาดีแค่ไหน ขอตอบว่าผมรู้จักเขาน้อยมาก แต่คิดว่ารู้จักในสิ่งที่สำคัญของเขา
 
                         เขาก็เช่นทุกคน คือมี “ความหลัง”
 
                         เขาฝากความหลังไว้กับวันเวลาที่ผ่านเลย “เคยฝากความร้าวรานไว้กับความทรงจำ เคยคิดถึงเธอที่อยู่ในความหลังครั้งเก่า กอดเอาความเหงาไว้ในใจเรื่อยมา เจ้ากลับมาแล้ว กลับสู่อ้อมกอดเหมือนเก่า ดับความทรงจำในอดีตทิ้งไป เจ้าควรจะอยู่ในดวงใจของฉันตลอดไป ไม่มีสิ่งใดแยกเราให้ห่างเหินกัน แม้กาลเวลาจะมากางกั้น แม้กายเรานั้นจะห่างแสนห่าง ริ้วรอยบาดแผลของความร้าวราน ไม่อาจกีดขวางอีกแล้ว”
 
                         เพลง “ความหลัง” ของเขา ร้อยฝันของคนฟังอย่างผมให้เปล่งปลั่ง อลังการด้วยความเศร้า และหงอยเหงาอย่างสุดซึ้ง “ความหลัง” เป็นเพลงเศร้าซึ้ง ถึงอรรถรสอย่างที่สุดเท่าที่เพลง เพลงหนึ่งจะให้ได้ ในยามที่เราเคว้งคว้างอยู่ในปัจจุบัน ขณะเสมือนว่า ไม่มีที่ให้เท้าหยัดยืน กระทั่งว่าไม่มีที่ให้มือไขว่คว้า เหนียวรั้ง การหวนคืนสู่ “ความหลัง” เป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้ใจของเราได้มีที่อยู่ แม้จะพลิ้วไหวไปในเวิ้งแห่งอารมณ์ก็ตาม 
 
                         “เพราะเราต่างก้าวมาจากฟ้าเดียวกัน เธอคงฝันเหมือนฉันใช่ไหม เธอคงเคยคิดสักวันต้องมีใครอยู่ข้างเคียง คนเราวนเวียนกับความหลังแต่ครั้งเก่า ดั่งใจคนเราคอยมองหาใจอีกดวง ที่เรามองหาหรือเป็นเพียงภาพเหมือน ที่เราใช้เพื่อหลอกตัวเอง เธอคงตามหาความรักเช่นฉัน เธอคงคอยวันเรียนรู้ความจริง เธอคงคอยคิดสักวันได้รักใคร เท่ารักเธอ”
 
                         เพลง “เท่ารักเธอ” มาสเตอร์พีซ อีกเพลงหนึ่งของเขาและในบรรดาเพลงรัก ทั้งหลายที่มีในโลก (หลายคนรู้สึกอย่างนั้น) “เหมือนดั่งที่เคยเป็น” คนเราวนว่ายในความรัก ขณะที่ความหมายของมันเคลื่อนไหวไปบนเส้นเสียงชีวิต
 
                         ตุ๊ แครี่ออน ในปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ในชนบท ที่จังหวัดชัยนาท อยู่ในบ้านเล็กๆที่สวยงาม อยู่กับความรักความฝัน ความจริง ความคิดถึงยังออกเดินทางอยู่เสมอ พร้อมเสียงเพลงของเขา ไปตามถนนหนทางของเขา เล่นเพลง ร่วมกิจกรรม ร่วมสนทนา ร่วมร่ำสุนทรีรส กับเพื่อนมิตร ร่วมคิด ร่วมทำ ดำเนินชีวิตไปตามวิถีแบบเขา รักวรรณกรรม ดื่มด่ำชีวิต ขีดเขียนถ้อยคำชื่นชมศิลปะ วาดเส้นเล่นบ้าง ที่แน่ๆเขามีพรสวรรค์และรสนิยมด้านการปรุง(อาหาร)
 
                         ผมเองเสมือนอยู่ห่างเขา แต่ทุกคนอยู่ใกล้กันได้ เพราะเมื่อเข้าสู่วัยร่วงโรย เราต่างรำลึก นึกถึง “ความหลัง”
 
                         เพลง “ความหลัง” ของเขาเพลงนี้ น่าจะนำพาใครต่อใครย้อนกลับไปทบทวนความรู้สึกของตนเองได้เป็นอย่างดี ใครที่ไม่เคยฟังเพลงของตุ๊ แครี่ออน ลองเริ่มจากเพลง “ความหลัง”นี้แล้วตามด้วยเพลง “เหมือนดังที่เคยเป็น” ตามด้วยเพลง “เท่ารักเธอ” และอีกหลายๆเพลงของเขาที่มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งชีวิต ธรรมชาติ และสังคม
 
                         ถามว่าหาเพลงของตุ๊ แครี่ออนฟังได้ที่ไหน ตอบว่าติดต่อโดย..เอ่ยนามของเขาออกไปในความเงียบสิ พิมพ์ชื่อของเขาลงไปด้วยปลายนิ้ว จะได้ฟัง ตราบใดที่เรายังหวัง ยังคิดถึง ความรักยังดำเนินอยู่เหมือนดังที่เคยเป็น เพลงของตุ๊ แครี่ออนและชีวิตของเขาเป็นหนึ่งเดียวกัน เราต่างอยู่ในปัจจุบัน เราต่างมีวันข้างหน้า และต่างมีวันที่ผ่านไป...เราหวนคืนสู่ความหลัง “เพื่อทบทวนความรู้สึก ผนึกเป็นพลังเพื่อก้าวไปข้างหน้า ดื่มด่ำกับความหลัง” ด้วยกันนะครับ
 
 
 
-----------------------
 
(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : ความหลังของ ตุ๊ แครี่ออน : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)