ไลฟ์สไตล์

'โกลด์เด้นเทเนอร่า'แหล่งปาล์มน้ำมันคุณภาพ

'โกลด์เด้นเทเนอร่า'แหล่งปาล์มน้ำมันคุณภาพ

13 เม.ย. 2557

ท่องโลกเกษตร : ย้อนไปกระบี่เข้าแปลง 'โกลด์เด้นเทเนอร่า' แหล่งปาล์มน้ำมันคุณภาพแห่งอันดามัน : โดย...ดลมนัส กาเจ

 
                         ได้มีโอกาสหวนกลับไปที่แปลงพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสม "โกลด์เด้นเทเนอร่า" ที่ ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมือง จ.กระบี่ ของบริษัท โกลด์เด้นเทเนอร่า จำกัด หลังจากสัมผัสและดูงานด้านการผลิตพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ปาล์มลูกผสม "โกลด์เด้นเทเนอร่า" ในพื้นที่กว่า  40 ไร่ ต.ทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ มาแล้ว เมื่อหลายปีก่อน หลังจากที่ "เอนก ลิ่มศรีวิไล" กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลด์เด้นเทเนอร่า จำกัด ประสบผลสำเร็จในการปรับปรุงสายพันธุ์ลูกผสม "โกลด์เด้นเทเนอร่า" พร้อมมีการจดทะเบียนการค้าในนาม "ห้างหุ้นส่วนจำกัด โกลด์เด้นเทเนอร่า" ในปี 2548  และจดทะเบียนต้นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่ใช้ผลิตเมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสมจากกรมวิชาการเกษตรในปีเดียวกัน 
 
                         ปาล์มน้ำมันลูกผสมโกลด์เด้นเทเนอร่า ถือเป็นพันธุ์ปาล์มลูกผสมที่ เอนก สามารถผลิตพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ลูกผสมได้เองเป็นรายแรกของเกษตรกรไทย หลังจากที่เขาได้ทุ่มเทซุ่มทำการวิจัยและพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ปาล์มแปลงแรก ที่ ต.ทับปริก  อ.เมือง จ.กระบี่ มานานนับสิบปี จนสามารถผลิตพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสมคุณภาพ “โกลด์เด้นเทเนอร่า” ที่ให้ผลผลิตการันตีได้ที่ไร่ 3.5 ตันต่อปี ขณะที่ปาล์มน้ำมันทั่วไปในขณะนั้นให้ผลผลิตไร่ 2.5-2.7 ตันต่อปีเท่านั้น 
 
                         ปัจจุบัน เอนก ยืนยันว่าให้ผลผลิตมากกว่าไร่ละ 5 ตันต่อปี และที่สำคัญต้นปาล์มลูกผสมโกลด์เด้นเทเนอร่า จะให้ผลผลิตเมื่อต้นปาล์มมีอายุเพียง 2 ปีเท่านั้น จึงทำให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม เลือกเป็นแปลงทดลอง เพื่อการพัฒนาพันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสมพันธุ์ "อาร์ดา (ARDA)" ที่ให้ผลผลิตไม่ต่ำกว่าไร่ 5 ตันต่อปี ภายใต้โครงการปรับปรุงพันธุ์ปาล์มน้ำมันแบบก้าวกระโดด โดยมี "ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง" เป็นหัวหน้าโครงการ และได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร หรือ สวก.
 
                         พื้นที่กว่า 100 ไร่ที่ เอนก เนรมิตทำเป็นแปลงแปลงพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสม "โกลด์เด้นเทเนอร่า" แห่งใหม่ที่ ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ พื้นที่เกือบทั้งหมดจะปลูกต้นพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสมโกลด์เด้นเทเนอร่า เว้นไว้เพียงตรงกลางเป็นสำนักงาน ห้องประชุม ต้อนรับแขกผู้มาเยือน และอีกส่วนหนึ่งเป็นอาคารที่ใช้สำหรับงานวิจัย ที่ประกอบด้วยห้องแล็บสำหรับการผสมพันธุ์ปาล์มน้ำมันโกลด์เด้นเทเนอร่าด้วยระบบเพาะเนื้อเยื่อ ซึ่งถือว่าประเทศไทยเป็นประเทศอันดับต้นๆ ของโลกที่มีแล็บผสมสายพันธุ์ปาล์มน้ำมันด้วยระบบเพาะเนื้อเยื่อรองจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย คอสตาริกา     
 
                         เอนก บอกว่า กว่าจะถึงวันนี้ได้เขาคลุกคลีอยู่กับวงการปาล์มน้ำมากว่า 40 ปี เป็นทั้งลูกจ้าง เป็นทั้งเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม จนหันมาปรับปรุงเพื่อผลิตพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสมเอง โดยเริ่มจากแปลงแรกที่ ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ และมาขยายพื้นที่ ต.กระบี่ใหญ่แห่งนี้ โดยทั้ง 2 แปลง จะเพาะปลูกปาล์มน้ำมันที่เป็นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์เท่านั้น จะไม่เน้นการปลูกเพื่อขายผลผลิตป้อนโรงงาน ซึ่งขณะนี้การติดตามของแม่พันธุ์บางต้น ให้ผลผลิตถึงต้นละ 700-800 กก.ต่อปี หากคิดเป็นไร่ตกไร่ละ 22 ตันต่อปี ถ้าขยายส่วนนี้ได้ เอนก มั่นใจว่าอีกไม่นานจะสามารถสร้างประวัติศาสตร์ได้ แต่โดยภาพรวมแล้วปาล์มน้ำมันพันธุ์โกลด์เด้นเทเนอร่าจะให้ผลผลิตมากกว่าไร่ละ 5 ตันต่อปี ถือว่าไม่ด้อยกว่าประเทศอื่น   
 
                         "ที่ผมได้ทุ่มเทกับงานในด้านพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสมโกลด์เด้นเทเนอร่า รวมเวลากว่า 20 ปีแล้ว ตอนแรกหลังจากที่จดทะเบียนการค้าในปี 2548 พอปีถัดมามีบริษัท เจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ จำกัด (ซีพีเอส) มารับช่วงทำการตลาดในนาม ซีพี โกลด์เด้นเทเนอร่า แต่หลังจากที่ซีพีเอสเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ ก็ยกเลิกไป ทำให้น้องๆ ที่เคยอยู่กับซีพีเอส มองว่า ในพื้นที่ภาคใต้ และอีสานเกษตรกรยังมีความต้องการพันธุ์ปาล์มน้ำมันของโกลด์เด้นเทเนอร่าอีกจำนวนมาก จึงออกมาทั้งหมดมาตั้ง บริษัท โกลด์เด้น  ออยปาล์ม จำกัด เพื่อทำตลาดต่อ มีสำนักงานอยู่ย่านถนนพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ ถือเป็นบริษัทลูกของบริษัท โกลด์เด้นเทเนอร่า โดยผมเป็นที่ปรึกษา" เอนก กล่าว     
 
                          ส่วนกรณีที่ทาง สวก. และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ใช้แปลงของพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์โกลด์เด้นเทเนอร่า เป็นที่วิจัยพัฒนา และปรับปรุงสายพันธุ์ปาล์มน้ำมัน ลูกผสมพันธุ์อาร์ดา ก็ยินดีที่จะร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐและสถาบันการศึกษา เพื่อต้องการพัฒนาให้ปาล์มน้ำมันของไทยให้คุณภาพไม่เป็นรองใครในโลกนี้ในอนาคต
 
                         ด้าน ชัยฤทธิ์ ดำรงเกีรติ อดีตอธิบดีกรมการข้าว ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาของ สวก. ซึ่งเดินทางไปพร้อมกัน บอกว่า เป็นที่น่ายินดีที่คนไทยเราสามารถปรับปรุงสายพันธุ์ปาล์มน้ำมันได้เอง โดยเฉพาะโกลด์เด้นเทเนอร่า และอาร์ดา ที่สามารถให้ผลผลิตได้ถึงไร่ละ 5 ตันต่อไป จากเดิมอยู่ที่ 3 ตัน ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง เพราะปาล์มน้ำมันถือเป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่สร้างรายได้ปีละนับหมื่นล้านบาท จากพื้นที่การปลูกปาล์มน้ำมันปัจจุบันราว 5 ล้านไร่ 
 
                         ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการไปตะลุยในดงพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ปาล์มโกลด์เด้นเทเนอร่า ที่ จ.กระบี่ในครั้งนี้
 
 
-----------------------
 
มั่นใจปีแรกขายได้ 3-4 แสนต้น
 
 
 
'โกลด์เด้นเทเนอร่า'แหล่งปาล์มน้ำมันคุณภาพ
 
 
                         เอกชัย ตั้งจารุกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลด์เด้น ออยปาล์ม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท โกลด์เด้นเทเนอร่า บอกว่า ในช่วงที่ได้ร่วมงานกับซีพีเอส ทำตลาดพันธุ์ปาล์ม ซีพี โกลด์เด้นเทเนอร่า ตั้งแต่ปี 2550 พบว่าพันธุ์ปาล์มที่เกษตรกรนำไปปลูกให้ผลผลิตดีมาก ทั้งในภาคใต้และอีสาน แต่หลังจากที่ซีพีเอสเปลี่ยนผู้บริหารใหม่และยกเลิกทำตลาด ทำให้พวกเขารู้สึกเสียดาย เพราะเกษตรกรต้องการมาก ในที่สุดทีมงานที่อยู่กับซีพีเอสทั้งหมดก็มารวมตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมา เพื่อทำตลาดพันธุ์ปาล์มโกลด์เด้นเทเนอร่าต่อไป
 
                         "ปีนี้เป็นแรกที่เราตั้งบริษัทขึ้นมา และได้แจ้งไปยังลูกค้าเก่า พร้อมหาลูกค้าใหม่ ปรากฏว่า มียอดจองเข้ามาแล้วกว่า 1 แสนต้น แต่เนื่องจากว่าบริษัทเราตั้งใหม่ จึงมั่นใจว่า ในปีแรก น่าจะสามารถขายได้อย่างน้อง 3-4 แสนต้น และอาจขยายขึ้นเรื่อยๆ ในปีถัดไป เพราะเกษตรกรมีความมั่นใจที่ให้ผลผลิตสูง จึงได้ปรึกษากับบริษัทแม่คือบริษัท โกลด์เด้นเทเนอร่า จำกัด ได้รับคำตอบว่า จะสามารถผลิตต้นกล้าปาล์มน้ำมันคุณภาพได้ปีละเป็นล้านต้น" เอกชัย กล่าว
 
 
-----------------------
 
(ท่องโลกเกษตร : ย้อนไปกระบี่เข้าแปลง 'โกลด์เด้นเทเนอร่า' แหล่งปาล์มน้ำมันคุณภาพแห่งอันดามัน : โดย...ดลมนัส กาเจ)