
อมหมึกเคี้ยวกระดาษ : รู้จัก'เนลสัน แมนเดลา'
13 เม.ย. 2557
รู้จัก 'เนลสัน แมนเดลา' พาไป 'เรียนรู้ประวัติศาสตร์' ให้สนุก : [email protected]
ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 42 พาให้เราไปรู้จักหนังสือและคนสำคัญในหลากหลายวงการ เริ่มที่ สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์ พานักอ่านไปพบกับ เนลสัน แมนเดลา นักต่อสู้เพื่อเสรีภาพ ผู้พลิกประวัติศาสตร์แอฟริกาใต้ สร้างแรงบันดาลใจแก่คนทั่วโลก ในงานเปิดหนังสือ หนทางไกลสู่เสรีภาพ Long Walk To Freedom ผลงานของ เนลสัน แมนเดลา ณ เวทีกิจกรรมโซนเอเทรียม โดยมี สมาพร แลคโซ ผู้แปลหนังสือ, อภิชาติ จันทร์แดง รองผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมพูดคุยบนเวที นอกจากนี้ ฯพณฯ โรบิน่า มาร์คส (H.E.MS.ROBINA MARKS) เอกอัครราชทูต สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ประจำประเทศไทย ให้เกียรติมาร่วมงานด้วย
ภายในเล่มค่อนข้างหนานี้ บรรจุคำบอกเล่าเรื่องราวชีวิตที่ไม่ธรรมดาของเนลสัน แมนเดลา ผู้นำคนสำคัญของโลก ผู้ต่อต้านการเหยียดสีผิวและประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณารัฐแอฟริกาใต้
หนังสือเล่มนี้ได้ใช้เวลาเดินทางยาวนานนับ 20 ปี ตั้งแต่ฉบับภาษาอังกฤษพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ.1994 ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดย สมาพร แลคโซ และยังได้รับการสนับสนุนเพื่อจัดพิมพ์ โดยสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อร่วมกันเผยแพร่เรื่องราวการต่อสู้ของ บุคคลทรงพลังและสร้างแรงบันดาลใจท่านนี้
ฯพณฯ โรบิน่า มาร์คส กล่าวว่า “ท่านเป็นผู้นำที่โดดเด่น เกิดมาในตระกูลที่สูง ตามฐานะท่านต้องได้รับสิทธิเป็นที่ปรึกษาของกษัตริย์ แต่ท่านไม่สนใจ ต้องการเพียงช่วยเหลือประชาชนในประเทศให้หลุดพ้นจากการเหยียดสีผิว อยากให้คนไทยทุกคนได้อ่าน ได้ทั้งความรู้และแง่คิด ทั้งยังเข้ากับสถานการณ์บ้านเมืองไทย ณ เวลานี้ด้วย”
เปิดใจนักแปลบ้าง สมาพร บอกว่าเนลสัน แมนเดลา แอบเขียนต้นฉบับเล่มนี้ ตอนถูกจำคุกที่เกาะร็อบเบน ตอนอายุ 57 ปี ต้นฉบับตอนแรกมี 500 หน้า ใช้เวลาเขียน 4 เดือน มีบรรณาธิการ 2 คน ซึ่งเป็นนักโทษทางการเมืองที่ถูกคุมขังเหมือนกัน จนเนลสันพ้นโทษออกมา จึงใช้ความทรงจำเขียนใหม่อีกครั้ง
"นอกจากเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่มีความสามารถพูดจาโน้มน้าวคนแล้ว ยังเป็นนักเล่าเรื่องที่มีพรสวรรค์ เล่าเรื่องสนุก น่าติดตาม ความยิ่งใหญ่ของท่าน คือ ความคิดและจิตใจ”
มาที่ห้อง Meeting room 1 บ้าง บริษัทสถาพรบุ๊คส์ จัดงานเสวนาในหัวข้อ “เรียนรู้ประวัติศาสตร์อย่างไรให้สนุก” โดยมีวิทยากรคือ รศ.ประพนธ์ เรืองณรงค์ นักวิชาการราชบัณฑิตยสถาน เอนก นาวิกมูล นักวิชาการและนักเขียนสารคดี ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ แห่งสำนักพิมพ์ต้นฉบับ และ วรพันธ์ โลกิตสถาพร แห่งสถาพรบุ๊คส์ ร่วมเสวนาบนเวที ซึ่งในครั้งนี้มีอาจารย์และผู้สนใจที่รักประวัติศาสตร์เข้าร่วมกว่า 100 คน
โดย รศ.ประพนธ์ เรืองณรงค์ กล่าวถึง 4 หัวใจหลักในการทำให้ครูสอนประวัติศาสตร์ได้สนุกน่าสนใจ คือการเข้าใจเนื้อหาอย่างถ่องแท้ การศึกษาภาษา เกร็ดประวัติศาสตร์ที่สนุกและน่าสนใจ และสุดท้าย คือการออกไปทำกิจกรรม เช่นการพานักเรียนออกไปทัศนศึกษาชมสถานที่จริง
มาถึง เอนก เจ้าของหนังสือเมื่อวัยเด็ก ซึ่งได้นำภาพเก่ามาเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ได้อย่างน่าสนใจ และนำของเก่าที่สะสมไว้ในบ้านพิพิธภัณฑ์มาจัดแสดงให้ผู้ที่ร่วมอบรมได้ชมอีกด้วย ด้าน ธงชัย บอกว่าการศึกษาประวัติศาสตร์ไม่จำเป็นต้องจำ พ.ศ. ที่เกิดเรื่องราวต่างๆ แต่ให้ศึกษาภาพรวมของเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น และส่งผลกระทบอย่างไร ซึ่งจะทำให้เราศึกษาประวัติศาสตร์ได้สนุกยิ่งขึ้น
ส่วน วรพันธ์ ปิดท้ายว่า อยากเรียนประวัติศาสตร์ให้สนุก ต้องเข้าใจในเรื่องราวถ่องแท้ และสถาพรบุ๊คส์มุ่งเน้นการให้ความแก่ครู อาจารย์ เพื่อหวังให้นำข้อคิดที่ได้จากการจัดอบรมไปเผยแพร่ให้แก่ลูกศิษย์ต่อไป
การได้อ่านหนังสือดีๆ เข้าอบรมกิจกรรมดีๆ เป็นสิ่งที่หนอนนักอ่านชอบเป็นที่สุด ซึ่งสามารถจะต่อยอดความคิดและส่งต่อสาระประโยชน์ในสังคมวงกว้างแน่นอน



