ไลฟ์สไตล์

บรรยาย'บ้านไม่บาน'ลงทุนอสังหาฯแบบยั่งยืน

บรรยาย'บ้านไม่บาน'ลงทุนอสังหาฯแบบยั่งยืน

12 เม.ย. 2557

บ้านไม่บาน : บรรยาย 'บ้านไม่บาน' ลงทุนอสังหาฯ แบบยั่งยืน : โดย...อาจารย์เชี่ยว

 
                            สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “บ้านไม่บาน” ตอนนี้เข้าสู่ช่วงฤดูร้อนกันแล้ว ในหลายพื้นที่มีอุณหภูมิร้อนจัดเป็นประวัติการณ์จนต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งรุนแรง ซึ่งคนโบราณมักจะบอกว่าถ้าปีไหนอากาศหนาวจัดติดต่อกันเป็นเวลานาน จะส่งผลให้ฤดูร้อนปีนั้นอากาศก็จะร้อนจัด แล้งจัดยาวนานเช่นกัน และอาจจะลามไปถึงฤดูฝนที่จะมาล่าช้า ส่งผลให้ในหลายพื้นที่ที่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมจะมีปัญหา “ภัยแล้ง” ติดตามมา ผมมักพูดเสมอครับว่าภัยธรรมชาตินับวันยิ่งจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เพราะความสมดุลของธรรมชาติได้ถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของมนุษย์ รวมทั้งการใช้ทรัพยากรแบบไม่ยั้งคิด ได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศเป็นลูกโซ่ครับ     
 
                            ดังนั้น ในการออกแบบ “บ้านไม่บาน” ต้องคำนึงถึงปัญหานี้ให้จงหนัก เพราะจะต้องออกแบบให้สามารถรองรับกับบรรดาภัยพิบัติจากธรรมชาติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต  เช่น ภัยที่เกิดจากน้ำท่วม, ภัยแล้ง, ภัยเกิดจากพายุโซนร้อน, ภัยเกิดจากคลื่นสึนามิ, ภัยเกิดจากแผ่นดินไหวและภัยอะไรต่ออะไรอีกมากมาย ซึ่งแนวทางในการออกแบบ “บ้านไม่บาน” จำเป็นต้องเตรียมการที่จะ “รองรับ+เรียนรู้” ที่จะอยู่ร่วมกับบรรดาปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เหล่านี้ จน “ตกผลึก” เกิดเป็นแนวคิด “บ้านไม่บาน” ในสไตล์ “อกาลิโก” + “ไฮโซ” + “โลว์คอสต์” หมายถึงเป็นบ้านที่ สวยทน, สวยทาน, สวยนาน นอกจากนั้นยังต้องเป็นความสวยแบบ “ไม่บาน” คือ สวยแบบประหยัด, สวยแบบดูดีและสวยแบบมีชาติตระกูล คือ สวยแบบมีรสนิยมไม่อายใครครับ  
 
                            นอกจากความสวยงามด้าน “สถาปัตยกรรม” แล้ว จะต้องมีความแข็งแรงทนทานในด้าน “วิศวกรรม” สาขาต่างๆ เช่น วิศวกรรมโยธา, วิศวกรรมไฟฟ้า, วิศวกรรมสุขาภิบาล รวมไปถึง วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่างๆ ที่เหมาะสมในการ “ประหยัดพลังงาน” ฯลฯ แค่คิดให้ครบเท่านี้ก็เหนื่อยแล้วครับ หากเราได้เอาใจใส่อย่างเอาจริงเอาจัง จะเห็นว่ามีเรื่องราวอีกมากมายให้ศึกษา ค้นคว้า กันแทบไม่รู้จักจบจักสิ้น แต่เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องปฏิบัติครับ เพราะสำหรับผมแล้ว “บ้านไม่บาน” เป็น “หน่วยที่เล็กที่สุดของสังคม” 
 
                            ดังนั้น หากบ้านบานแล้ว สังคมจะบานตามไปด้วย ที่อ่วมอรทัยกันไปทั่วทั้งประเทศทุกวันนี้ เพราะ “บ้าน” แทนที่จะ “ไม่บาน” กลับเป็น “บ้านบาน” ใช้ทรัพยากรกันอย่างสิ้นเปลืองโดยไม่รู้คุณค่า แข่งขันกันอวดมั่งอวดมี อวดร่ำอวดรวย ทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาทางโครงสร้างทางสังคม ที่ทำให้นับวันช่องว่างระหว่างความ “มั่งมี” กับ “มีมั่งไม่มีมั่ง” ก็จะกว้างขึ้น ผู้คนบางกลุ่มเพียงหยิบมือก็จะร่ำรวยขึ้นและฟุ้งเฟ้อมากขึ้น ในขณะที่คนส่วนใหญ่กลับยากจนลง ตกอยู่ในสภาวะหนี้สิน ซึ่งผมมักจะย้ำเสมอครับว่าประเทศไทยของเรานั้นเป็นประเทศที่ร่ำรวยทางทรัพยากรสุดๆ แต่คนไทยส่วนใหญ่กลับยากจนสุดๆ เพราะล้วนแต่ตกอยู่ในสภาวะหนี้สิน ทำให้สังคมโดยรวมขาดเสถียรภาพ ก็ไม่ต้องน่าแปลกใจครับว่าในปัจจุบันสังคมส่วนใหญ่ในภาพรวมจะเละตุ้มเปะกันขนาดไหน
 
                            ผมได้พยายามทำ “หน้าที่ทางจริยธรรม” ให้สมบูรณ์คือ ใน วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ใน “งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ” ผมกับทาง “เนชั่นแชนแนล” ได้จัดการบรรยายขึ้นในหัวข้อ “การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน” ของ “บ้านไม่บาน” +  “อาคารพาณิชย์ไม่บาน” + “โฮมออฟฟิศไม่บาน” ในสไตล์ “อกาลิโก” + “ไฮโซ” + “โลว์คอสต์” ซึ่งสำหรับผมแล้ว “การลงทุน” ก่อสร้าง “บ้านไม่บาน”  คือ “การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์” อีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นการลงทุนทั้งชีวิตเพราะบางท่านต้องกู้หนี้ยืมสิน ต้องผ่อนกัน 25-30  ปี ดังนั้น “บ้านไม่บาน” สำหรับผมนอกจากจะต้องเป็น “ทั้งที่รักและที่พักอาศัย” แล้ว ยังต้องเป็นที่ “คุ้มภัย” และเป็นที่ “บ่มเพาะ” คนรุ่นใหม่ที่จะก้าวขึ้นมาแทนที่คนในรุ่นปัจจุบัน    
 
                            ผมต้องขอขอบคุณบรรดาแฟนๆ ชาว “บ้านไม่บาน” เกือบ 300  ท่านที่สนใจใฝ่รู้มาร่วมฟังการบรรยายแบบ “มาราธอน” เกือบ 6 ชั่วโมงของผมจนแน่นขนัดเกิดปรากฏการณ์ “ตู้ตั๋วแตก” ต้องเสริมแล้วเสริมอีก (เพราะตอนแรกตั้งใจจะรับไม่เกิน 200 ท่าน) ขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ห้อง มีทติ้งรูม 2 และ 3 ครับ เพราะนับตั้งแต่นี้เรื่องบ้านไม่ใช่เรื่องบ้านๆ อีกต่อไปแล้วครับ แต่เป็นเรื่องที่ต้องเอาใจใส่อย่างจริงจัง แต่ผลลัพธ์ที่ท่านได้ก็จะคุ้มแสนคุ้มครับ คือ “บ้านไม่บาน” อันเป็น “ทั้งที่รักและที่พักอาศัย” ของบรรดาชาว “คนรักบ้าน” ครับ  
 
 
 
 
---------------------------
 
(บ้านไม่บาน : บรรยาย 'บ้านไม่บาน' ลงทุนอสังหาฯ แบบยั่งยืน : โดย...อาจารย์เชี่ยว)