ไลฟ์สไตล์

ขับขี่ปลอดภัย 7 วันระวังอันตราย

ขับขี่ปลอดภัย 7 วันระวังอันตราย

11 เม.ย. 2557

'คลินิกช่างกพร.' ขับขี่ปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ 7 วันระวังอันตราย

 
                          การเดินทางกลับภูมิลำเนา และการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล มีปริมาณรถจำนวนมาก อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ ดังนั้นภาครัฐจึงได้มีนโยบายในการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสำคัญ เพื่อลดการสูญเสียจากการเกิดอุบัติภัยบนท้องถนน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) จึงร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดโครงการคลินิกช่าง “กรมพัฒนาฝีมือแรงงานร่วมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 7 วันระวังอันตราย”  เพื่อรณรงค์ป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนน
 
                          "นคร  ศิลปอาชา"  อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน  กล่าวว่า สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค และศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดในพื้นที่ต่างๆ จัดอบรมการซ่อมบำรุงรักษารถยนต์/รถจักรยานยนต์ ให้คำแนะนำ ให้ความรู้ ความเข้าใจการขับขี่อย่างปลอดภัยและบริการเช็กตรวจสภาพรถ ซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ และรถจักรยานยนต์ช่วงเทศกาลสงกรานต์   วันที่ 11-17 เมษายน 2557 บนถนนสายหลักทั่วประเทศ 
 
                          ซึ่งกิจกรรมในจุดให้บริการประกอบด้วย การบริการตรวจสภาพรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ บริการเครื่องดื่ม ผ้าเย็น และนวดแผนไทย เป็นต้น โดยตั้งจุดให้บริการบนถนนสายหลัก จำนวน 60 จุด อาทิ สายเหนือ บริเวณถนนสายเอเชีย กม.ที่ 66 ทางแยกเข้าวัดไชโยวรวิหาร และบริเวณหน้าสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ภาค 8 นครสวรรค์ สายใต้ ณ สถานีบริการประชาชนตำรวจทางหลวง วังมะนาว สายอีสาน บริเวณริมทางถนนมิตรภาพ กม.ที่ 98 และตะวันออก บริเวณจุดรอยต่อถนนสุขุมวิทสายเก่าและสายใหม่ เทศบาลตำบลบ่อ อ.ขลุง จ.จันทบุรี  
 
                          "ไพฑูรย์  วงเวียน"  อายุ 42 ปี อาชีพข้าราชการ รพ.นครพิงค์ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า สงกรานต์ทุกปีจะพาภรรยาและลูกๆ เดินทางจากเชียงใหม่ไปรดน้ำดำหัวพ่อแม่ และญาติผู้ใหญ่ที่บ้านเกิด จ.อุบลราชธานี การที่ภาครัฐ และเอกชนร่วมกันตั้งจุดบริการประชาชนตามถนนสายสำคัญต่างๆ นั้น เป็นสิ่งที่ดีมาก โดยเฉพาะจุดบริการของ กพร. ที่มีช่างยนต์มาช่วยดูแลสภาพรถยนต์ และการให้บริการนวดไทย เพื่อผ่อนคลายให้ผู้ขับขี่ระหว่างการเดินทาง บางคนอาจจะไม่ได้ตรวจสภาพรถก่อนเดินทางไกล หากเกิดเสียกลางทางอย่างน้อยก็อุ่นใจว่ามีช่างช่วยดูแลให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากเปลี่ยนอะไหล่ ก็จ่ายตามราคาจริง
 
                          “มีจุดบริการแบบนี้ รู้สึกมั่นใจ และปลอดภัยในการเดินทางมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่เดินทางพร้อมครอบครัวและลูกเล็กๆ แม้ก่อนออกเดินทางจะตรวจสภาพรถจากศูนย์บริการมาแล้วก็ตาม แต่จุดบริการเหล่านี้จะช่วยให้สามารถจอดพักรถ พักคนได้อย่างสบายใจ” นายไพฑูรย์กล่าว
 
                          ด้าน "สมศักดิ์ บุญพูน" อายุ 48 ปี อาชีพพนักงานบริษัทขนส่ง กล่าวว่า การตั้งจุดบริการแบบนี้ ช่วยให้ประชาชนอุ่นใจในการเดินทาง รู้สึกว่ามีเพื่อนร่วมทางในระหว่างการเดินทางไกล สามารถพักรถ และให้คนขับลงมายืดเส้นยืดสาย และจอดรถเพื่อนอนหลับพักผ่อน ดีกว่าฝืนขับไปแบบง่วงๆ ซึ่งอันตรายมาก และอาจเกิดอุบัติเหตุได้ อยากให้มีจุดบริการแบบนี้ทุกเทศกาล โดยเฉพาะการตรวจสภาพรถยนต์ บางคันอาจจะไม่มีความรู้ด้านเครื่องยนต์ หากเกิดปัญหากลางทางเป็นเรื่องใหญ่มาก ไหนจะหาอู่ ไหนจะสมาชิกบนรถที่ต้องนั่งรอ จึงอยากให้ภาครัฐมีนโยบายแบบนี้ต่อไป
 
                          นายฉัตรชัย อรชุน อายุ 47 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว กล่าวว่า ทุกเทศกาลจะมีการเดินทางมากกว่าช่วงปกติ ดังนั้นการมีจุดบริการร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน แบบบูรณาการ จึงช่วยให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนนมากขึ้น เป็นการช่วยชีวิตคนนะ เพราะหากฝืนขับไปทั้งง่วงๆ หรือสภาพรถยนต์ที่ไม่พร้อม อาจเกิดอันตรายจนถึงขั้นแก่ชีวิตได้ ซึ่งบางทีไม่ได้เกิดขึ้นแค่ผู้ขับขี่เพียงคนเดียว แต่อาจส่งผลกระทบกับผู้ร่วมทาง ทั้งในรถของตัวเอง และรถคันอื่นที่ขับตามมา หรือสวนทางมา การมีจุดตรวจ หรือจุดบริการแบบนี้ จะสามารถช่วยชีวิตคนบนท้องถนนได้เป็นจำนวนมาก
 
                          ทั้งนี้ผู้ขับขี่ หรือผู้ที่เดินทางในช่วงสงกรานต์นี้ สามารถแวะพักตามจุดให้บริการได้ สอบถามเพิ่มเติมที่ โทร. 0-2245 -3560 หรือ Search คำว่า จุดบริการผู้เดินทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ที่ Google Map