
เล็งปรับระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย
บอร์ด กกอ. เล็งปรับระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย รับนักเรียนที่จบม.6 เท่านั้น แถมจัดการสอบให้น้อยที่สุด
4เม.ย.2557รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการศึกษาแนวทางการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาครั้งที่1/2557 ซึ่งมีรศ.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ประธานบอร์ดกกอ. ,ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม ประธานคณะทำงานแอดมิชชั่นส์ฟอรั่ม ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) ตัวแทนจากทปอ., ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎ (ทปอ.มรภ.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชมงคล (ทปอ.มทร.) และสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย(สสอท.) ว่าที่ประชุมเห็นตรงกันในหลักการที่การคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ต้องเปิดรับนักเรียนที่จบมัธยมศึกษาตอนปลายตลอดหลักสูตร หรือจบม.6 เท่านั้น และจะเป็นการจัดการสอบให้น้อยที่สุด โดยจะมีหน่วยงานกลางในการออกข้อสอบกลาง ซึ่งเด็กคนหนึ่งจะสอบแต่ละวิชาเพียงครั้งเดียวแต่สามารถนำคะแนนไปใช้ในการคัดเลือกทุกระบบ
"ทั้งนี้ สำหรับรูปแบบในการดำเนินการจัดสอบนั้น โดยในระบบโควตาของมหาวิทยาลัยนั้น มหาวิทยาลัยห้ามจัดสอบแต่ให้ใช้คะแนนส่วนอื่นๆ เช่น ใช้คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรม.ปลาย(จีแพ็ค) การทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน(โอเน็ต) หรือสมุดพกความดี การทดสอบความถนัดทั่วไป(แกต)/การทดสอบความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ คะแนน 7 วิชาสามัญ เป็นต้น เมื่อได้นักเรียนเข้าสู่ระบบโควตาแล้วมหาวิทยาลัยจะต้องส่งรายชื่อมาที่สกอ.เพื่อตัดรายชื่อเด็กออกจากระบบการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา" รองเลขาะการ กกอ. กล่าว
รองเลขาธิการ กกอ. กล่าวต่อว่า ต่อจากนั้นจะเป็นการจัดระบบการคัดเลือกในระบบรับตรงผ่านเคลียร์ริ่งเฮ้าส์และแอดมิชชั่นส์ โดยจะดำเนินการไปพร้อมๆ กันในช่วงเดือนเม.ย. ซึ่งนักเรียนสามารถสอบและนำคะแนนไปใช้ได้ทุกระบบ และเมื่อประกาศผลสอบแล้วหากนักเรียนยังไม่มีที่เรียนก็สามารถเข้าสู่ระบบรับตรงได้อีกครั้ง นอกจากนั้น รศ.คุณหญิงสุมณฑา ประธานกกอ.ได้ให้นโยบายให้นำคะแนนจีแพ็ค สมุดพกความดีมาเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาเด็ก เพราะการคัดเลือกในระดับอุดมศึกษา เด็กเก่งอย่างเดียวไม่พอต้องเป็นเด็กดีด้วย อย่างไรก็ตาม ตัวแทนทปอ.และสสอท.จะนำเรื่องดังกล่าวไปเสนอในที่ประชุมของตัวเองและรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มสมาชิก ซึ่งถ้าทุกฝ่ายเห็นด้วย คาดว่าจะเริ่มในปีการศึกษา 2558 โดยไม่ต้องผ่านมติคณะรัฐมนตรี



