ไลฟ์สไตล์

'นวัตกรรมจากศิลป์ผสานศาสตร์พัฒนาชาติ'

'นวัตกรรมจากศิลป์ผสานศาสตร์พัฒนาชาติ'

05 เม.ย. 2557

'นวัตกรรมจากศิลป์ผสานศาสตร์พัฒนาชาติ' : คอลัมน์ อยู่สบาย โดย... ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง

   
          การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมสู่ความยั่งยืนจะต้องอาศัยองค์ความรู้แห่งการพัฒนารอบด้าน ผู้นำสังคมจะต้องสามารถเล็งเห็นถึงอนาคตด้วยมุมมองและวิสัยทัศน์กว้างไกลเปรียบเสมือนนกอินทรีย์มีสายตาอันเฉียบคม สามารถวิเคราะห์ถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในอนาคตให้แม่นยำ จนสามารถกำหนดนโยบายอย่างเป็นเอกภาพได้ ผู้นำจะต้องมีหลักคิด หลักการโดยมีจริยธรรม นำทางสู่เป้าหมายที่มั่นคง
    
          เอกภาพทางความคิดเสมือนหลักการเกิดของสรรพสิ่งที่ต้องผนวกรวมกัน พึ่งพาอาศัยกัน แม้แตกต่างแต่ก็มีเอกภาพ ภายใต้ร่มเงาแห่งความดีและความงาม
องค์ความรู้คือแรงบันดาลใจแห่งการขับเคลื่อนประเทศในทุกมิติ องค์ความรู้ที่สามารถถ่ายทอดสู่ความจริงก็คือพลังในการสร้างสรรค์สิ่งดีงามไว้กับมวลมนุษยชาติ
องค์ความรู้แห่งอนาคตจึงมีส่วนสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสังคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์ความรู้ที่ผุดขึ้นใหม่ๆจักต้องเกิดขึ้นกับทุกสังคมไม่ใช่เพียงแค่องค์ความรู้เดิมที่เป็นฐานความรู้เพียงอย่างเดียว
    
          องค์ความรู้ใหม่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความเจริญให้กับประเทศ,สังคม การสนับสนุนแวดวงวิชาการให้สามารถบ่มเพาะเพื่อการกำเนิดองค์ความรู้ใหม่เป็นเรื่องที่ต้องทำโดยสังคมใดสามารถสร้างนวัตกรรมทางความรู้มากขึ้นเท่าใดก็สามารถเป็นยอดคลื่นทางเศรษฐกิจอันส่งผลต่อตัวแปรแห่งความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนโดยแนวโน้มแห่งศาสตร์ที่จะเกิดเป็นศาสตร์ใหม่ได้จะต้องอาศัยองค์ประกอบเช่นการรวมตัวกันระหว่างศาสตร์หนึ่งกับศาสตร์หนึ่งแล้วเกิดเป็นศาสตร์ใหม่จากการผสมผสานศาสตร์การเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างรุนแรงบางครั้งเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดศาสตร์ใหม่ๆ,ปัญหาและอุปสรรคที่รุนแรงก็อาจจะเป็นแรงส่งให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ อันเกิดจากการแก้ปัญหาบางอย่างของสังคม
    
          ในแวดวงการออกแบบการรวมกันระหว่างศาสตร์ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก ศาสตร์แห่งการออกแบบอยู่นิ่งกับที่ไม่ได้โดยเฉพาะเมื่อมีการผสมศาสตร์จะก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ แห่งองค์ความรู้ที่สามารถนำมาพัฒนาประเทศได้อย่างมากมายมหาศาล
    
          จากเดิมองค์ความรู้ทางการออกแบบมุ่งสู่ความสามารถเฉพาะตัว หรืองานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เช่น นักออกแบบเครื่องเรือน เจาะลึกไปถึงการออกแบบเครื่องเรือนไม้ที่เชี่ยวชาญเฉพาะ ในศาสตร์เดิมการบูรณาการก็เกิดขึ้นอยู่แล้ว สำหรับนักออกแบบเครื่องเรือน เช่น การใช้ศาสตร์แห่งการทอผ้าในการผสานกับศาสตร์การออกแบบเก้าอี้ที่มีไม้และผ้าผสมกัน โดยคิดลวดลายขึ้นมาเฉพาะหรือเกิดจากการระบุ รหัสผ้าในการเลือกใช้หรือการบูรณาการระหว่างนวัตกรรมวัสดุซึ่งมีมานาน เช่น ไม้กับกระจก กระจกกับโลหะประเภทต่างๆ
    
          การบูรณาการในศาสตร์เหล่านี้มีการพัฒนาไปมากเป็นการนำข้อดีจุดเด่นและความสามารถไปรวมกับอีกจุดเด่นหนึ่ง โดยหลักจาการรวมเกิดมิติแห่งการสร้างสรรค์ใหม่โดยคำนึงถึงผลงานที่เกิดขึ้นจะต้องมีจุดเด่นจุดเน้นเฉพาะตัวตามองค์ประกอบของความเชี่ยวชาญ เช่นศาสตร์แห่งการออกแบบภายใน ผสมผสานศาสตร์กับงานพิมพ์ และกราฟิกดีไซน์เกิดการผนวกศาสตร์ในผลงานที่น่าสนใจมากขึ้นโดยนำจุดเด่นของศาสตร์แห่งการผสมผสานเป็นการนำลวดลายและความงามของกราฟิกที่ออกแบบขึ้นมาก่อนแล้วนำไปสู่การสร้างแรงบันดาลใจในพื้นที่ก่อให้เกิดวิธีคิดที่มาจาการประสานของเส้นจากกราฟิกสู่การประสานของเส้นในงานออกแบบภายใน เกิดประสบการณ์ใหม่ในการรับรู้ที่มีการใช้กราฟิกต้นแบบมาเป็นกุญแจสู่การสร้างสรรค์พื้นที่ส่งเสริมสู่การตลาดที่เหมาะสม และมีมูลค่ามากกว่าพื้นฐาน การตลาดและการขายในลักษณะพื้นฐานของการตลาดในละแวกนั้น
    
          ความได้เปรียบในแง่การแข่งขันที่ไม่จำเป็นต้องลดราคา ลด แลก แจก แถม แต่ส่งผลต่อการสร้างตลาดใหม่ ตลาดแห่งปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ เปรียบเสมือนผลงานศิลปะที่มีมูลค่าด้วยตัวมันเอง โดยไม่ต้อง (HARD SALE)  แต่กลับสร้างตลาด ทำการตลาดด้วยราคาถูก ในราคาสูงส่งผลต่อความสำเร็จในระยะยาว คืนทุนเร็วด้วยกระบวนต้นน้ำแห่งการออกแบบ  กล่าวคือ การออกแบบสร้างสรรค์เสริมสร้าง
    
          แบรนด์ให้แข่งแกร่งอย่างเป็นเอกภาพ เน้นจุดขายของงานด้วยดีไซน์ก่อนเน้นที่กลยุทธ์ในการขายกรณีศึกษาจากการรวมศาสตร์ในโครงการออกแบบของผู้เขียนโครงการ ดิ เอ็กทรีม (THE EXTREME) โครงการโรงแรมขนาดเล็กแนวใหม่ที่กำลังก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ บริเวณ ถ.หัวหมากหลังสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน โครงการนี้เป็นการนำศาสตร์ของเส้นสายกราฟิกแห่งการเล่นกีฬา และสีสันแห่งการเฉลิมฉลองมาประยุกต์สู่การออกแบบสถาปัตยกรรมที่มีองค์ประกอบของความเข้มข้นในองค์ประกอบของอาคาร เช่น ระยะและขอบเขตการใช้พื้นที่ตามกฎหมาย สัดส่วนความสูง พื้นที่ใช้สอย มุมมอง ขนาด สัดส่วน ศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย การกำหนดขนาดห้อง รูปแบบห้องตามการค้นคว้ากลุ่มลูกค้า และพฤติกรรมผู้บริโภค ผสานสู่การสร้างสรรค์ที่ทุกส่วนในโครงการ เช่น ศิลปะประกอบอาคาร  การออกแบบกราฟิกป้ายบอกทางแนวใหม่ การออกแบบศิลปะตกแต่งอาคาร โคมไฟ ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์ใช้สอยภายในอาคาร เครื่องแต่งกายพนักงาน
    
          งานกราฟิกสำหรับการออกแบบเว็บไซต์  ตลอดจนบรรยากาศของงานสถาปัตยกรรมภายใน มิติของรูปทรงทั้งหมด ไปจนถึงการคล้องจองสู่งานระบบ ไฟฟ้า ปรับอากาศ สุขาภิบาลและโครงสร้างอาคาร ทั้งหมดเป็นเอกภาพคล้องจองกัน ซึ่งจะส่งผลสู่สภาวะน่าสบาย  สภาวะการจดจำของผู้มาเยือน คุณค่าแห่งการมีมูลค่าในอนาคต ตัวอย่างอื่นๆ ที่สำเร็จตามแนวทาง ของ ดิเอ็กทรีม มาก่อนในผลงานของผู้เขียน เช่น โครงการภูเภตรา อ่าวนาง รีสอร์ทแอนด์สปา จ.กระบี่  ที่แม้อยู่ในทำเลที่ด้อยกว่าทำเลอื่นๆ ที่อยู่ริมหาด ในขณะที่โครงการนี้ไม่ได้ติดหาดแต่สามารถสร้างมูลค่างานด้วยการออกแบบ จนมีมูลค่าราคาขายที่แพงกว่าแต่ในต้นทุนที่ต่ำกว่าด้วย
    
          โครงการโรงแรมขนาดเล็ก “ชิลแลกช์” ถนนสามเสน ซอย 2  ย่านบางลำพู ที่ประสบความสำเร็จด้วยการออกแบบประสบการณ์ในห้องจากศิลปะการจัดวาง ศิลปะ ประยุกต์แปรรูปจากวัฒนธรรม บูรณาการจากงานจิตรกรรม  งานเซรามิค  งานออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยคล้องจองให้เป็นรหัสเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพทั้งโครงการ จนได้รับความประทับใจจากผู้เข้าพัก และถือเป็นโครงการที่มีรายได้ในการเข้าพักมากที่สุดในย่าน เมื่อเทียบกับการลงทุนที่ไม่ได้สูงกว่าโครงการข้างเดียว แต่กลับได้มูลค่าทางการขายมากกว่า
    
          ตัวอย่างการประยุกต์ การบูรณาการศาสตร์ได้บรรจุอยู่ในชั้นเรียน ในวิชาการออกแบบภายใน 3  การออกแบบร้านค้า SHOP DESIGN  ของภาควิชาออกแบบภายใน  คณะมัณฑนศิลป์ ม.ศิลปากร ซึ่งได้เริ่มโครงการบูรณาการศาสตร์สำเร็จตั้งแต่การก่อกำเนิดแนวความคิด
    
          โดยนำศาสตร์ต่างๆ มาผนวกกันในโครงสร้าง 360 องศาของการหาข้อมูล เช่น ศาสตร์แห่งการตลาดที่นำข้อสรุปจากพฤติกรรมผู้บริโภค  จุดขายของสินค้าและแนวทางการตลาดกับศาสตร์แห่งสถาปัตยกรรม  รูปลักษณ์อาคารภายนอก มุมมองทางสถาปัตยกรรม  เทคโนโลยีอาคารกับศาสตร์แห่งแนวคิดการสร้างรูปแบบรูปทรงใหม่  ศาสตร์ประติมากรรมที่สะท้อนออกมาเป็นการทำศิลปะต้นแบบ คำนึงถึงแสงเงา สเกล สัดส่วน มุมมอง วัสดุ พื้นผิว สี ภายใต้ร่มแนวคิดเดียวกัน บวกเข้าสู่การจัดสรรพื้นที่สร้างมิติของสภาพแวดล้อมภายในอาคาร  ตลอดจนการถ่ายทอดจากแบรนด์สู่การออกแบบกราฟิกไปจนถึงการออกแบบอัตลักษณ์โครงการอย่างมีเอกภาพ
    
          การนำเสนอผ่านการทำศิลปะต้นแบบ จากนั้นแปรรูปสู่การออกแบบทุกมิติ  การทำโมเดลจำลองในอัตราส่วน 1:50 ทั้งสถาปัตยกรรมภายใน  สถาปัตยกรรมภายนอกเชื่อมโยงกัน  ส่งเสริมด้วยการออกแบบแสงสว่าง เพื่อทำให้โครงการมีมิติ น่ามองและส่งเสริมแบรนด์ที่นักศึกษาทำกรณีศึกษาตั้งแต่แรก
    
          การบูรณาการการศิลป์ผสานศาสตร์ในแวดวงการออกแบบมัณฑนศิลป์ สามารถเกิดขึ้นได้อีกหลากหลาย จนก่อร่างสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ เช่น ศิลปะแห่งการออกแบบแฟชั่นเครื่องแต่งกาย นำวิธีคิดเหล่านี้ไปสร้างเสริมสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ ประยุกต์สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันที่เข้ากับร่างกายมนุษย์สอดคล้องกันทั้งผลิตภัณฑ์และเสื้อผ้า หรืออาจจะโยงใยและบูรณาการกับบรรยากาศภายใน ที่เชื่องโยงระหว่างแฟชั่น เครื่องแต่งกายกับการออกแบบผ้าในการตกแต่งภายใน  ตลอดจนเชื่อมโยงกับเครื่องเรือนและชุดที่ใส่ในแต่ละวันโดยมีโครงความคิดเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ  “กลมกลืน” “กลมกล่อม”

          นำออกแบบแห่งอนาคตสามารถจับคู่สร้างสรรค์หรือเรียนเสริม  ทดลองผสมศาสตร์ คลุกเคล้า จนเกิดเป็นศาสตร์สายพันธ์ใหม่ ที่แตกต่างจากอดีต พลังเหล่านี้จะเริ่มต้นจากการศึกษาที่ต้องไม่มีเงื่อนไขมากจนตีกรอบตัวเอง  อิสรภาพในการแสดงความคิดจะเกิดขึ้นอย่างมากมายมหาศาล

.......................................
(หมายเหตุ 'นวัตกรรมจากศิลป์ผสานศาสตร์พัฒนาชาติ' : คอลัมน์ อยู่สบาย โดย... ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง )