
ปลูกพริก'มรกต'ส่งออกรายได้ไร่ละแสน
03 เม.ย. 2557
ทำมาหากิน : ปลูกพริก 'มรกต' หลังทำนา ส่งออกมาเลย์รายได้ไร่ละแสน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
แม้ทุกๆ ปีพื้นที่นาข้าวในแถบ จ.สุโขทัย จะต้องประสบปัญหาน้ำท่วม อันเป็นผลมาจากน้ำเอ่อล้นตลิ่งแม่น้ำยม จนสร้างความเสียหายคณานับ แต่ทว่าในความเลวร้ายนี้ก็ยังมีความโชคดีของเกษตรกรปลูกพืชหลังนาอย่าง "พริก" ที่ว่ากันว่าพริกที่ปลูกในพื้นที่ จ.สุโขทัย มีคุณภาพดีที่สุด เมื่อเทียบกับพริกที่ปลูกจากที่อื่นๆ ขณะที่ราคาพริกยังเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
"เมื่อก่อนทำนาปีละครั้ง หลังมีปัญหาน้ำท่วมบ่อย ก็ทิ้งนาหันมาปลูกยาสูบ แต่ระยะหลังยาสูบก็ราคาไม่ค่อยดี ก็เริ่มหันมาปลูกพริกแทน เพราะเห็นว่าขายได้ราคาดีกว่า มีการรับประกันราคาและไม่มีปัญหาเรื่องตลาด อย่างผมปลูกพริกมา 3-4 ปีแล้วบนเนื้อที่ 4 ไร่ แต่ละปีขายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าไร่ละแสน อย่างปีนี้ขายได้เงินมา 4.8 แสนบาท ชีวิตดีขึ้น ลืมตาอ้าปากได้ ปลดหนี้ปลดสินได้ก็เพราะพริกนี่แหละ"
สมชาย พงษ์สุวรรณ เกษตรกรเจ้าของสวนพริกใน ต.ทับผึ้ง อ.โคกสำโรง จ.สุโขทัย เผย พร้อมชี้ให้ดูแปลงพริกที่เริ่มสุกแดงอร่ามพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวส่งให้แก่พ่อค้าเพื่อนำไปจำหน่ายอีกทอดหนึ่ง โดยพริกที่ปลูกเป็นพันธุ์มณีมรกต ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ได้รับการปรับปรุงจากบริษัท เจียไต๋ จำกัด ที่นำมาส่งเสริมให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ จ.สุโขทัย และใกล้เคียง
เขาบอกว่าปลูกพริกง่ายและให้ผลผลิตเร็ว ที่สำคัญไม่มีปัญหาโรคและแมลงเหมือนข้าวหรือยาสูบ ขณะที่การเก็บเกี่ยวปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บผลผลิตได้ถึง 7 ครั้ง โดยจะปลูกได้ปีละครั้ง ซึ่งการปลูกพริกในพื้นที่ จ.สุโขทัยนั้นจะเริ่มหลังน้ำท่วมประมาณตุลาคมของทุกปี โดยเริ่มจากการเพาะต้นกล้าประมาณ 1 เดือนจากนั้นก็นำมาลงแปลงปลูกเฉลี่ยอยู่ที่ 3,200 ตันต่อไร่ ปลูกระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 70 ซม. โดยมีระยะการปลูกตั้งแต่ลงแปลงจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณ 120 วันหรือ 4 เดือน
"ที่สุโขทัย พริกกับยาสูบเป็นของคู่กัน แต่ปัจจุบันนี้พริกกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่จะมาแทนยาสูบ เพราะลงทุนน้อยให้ผลตอบแทนสูงกว่ามากและให้ผลผลิตสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 5 ตันต่อไร่ ไม่มีปัญหาเรื่องตลาดและราคา มีพ่อค้ามารับซื้อถึงแปลงในราคาประกันปีนี้อยู่ที่กิโลละ 15 บาทแล้วก็ยังได้ส่วนต่างจากอีก อย่างเช่นปีนี้ราคาประกันรับซื้ออยู่ที่กิโลละ 15 บาท ถ้าพ่อค้าไปขายต่อกิโลละ 30 บาท ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้น 15 บาทเขาจะแบ่งให้เราครึ่งหนึ่งคือ 7.50 บาทต่อกิโล" เจ้าของสวนพริกรายเดิมกล่าวถึงข้อดีเรื่องการตลาดพริก ซึ่งต่างจากยาสูบที่ได้แค่ราคาประกันอย่างเดียว
วโรนนท์ ดวงสุวรรณ ผู้จัดการฝ่ายขายและส่งเสริมการขาย บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวถึงจุดประสงค์ที่ทางบริษัทได้เข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ จ.สุโขทัย หันมาปลูกพริกว่าเพื่อช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่เกษตรกร ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นจำนวนมาก โดยเริ่มจากพันธุ์หยกสยาม ต่อมาเป็นหยกสวรรค์ จากนั้นก็มีการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด จนได้มาเป็นมณีมรกต
"จุดเด่นของพันธุ์มณีมรกตคือ สีเข้ม เม็ดใหญ่ ให้น้ำหนักดี เฉลี่ย 20-22 เม็ดต่อกิโลกรัม ทนต่อโรครากเน่าโคนเน่า ราน้ำค้าง ลักษณะผลตรงดูสวยงามและเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ อย่างตอนนี้มณีมรกตตลาดมาเลย์รับไม่อั้น มีเท่าไหร่ซื้อหมด โดยเฉพาะพริกที่ปลูกในพื้นที่ จ.สุโขทัย" เขาให้ข้อมูล ปัจจุบันในพื้นที่ จ.สุโขทัยมีเกษตรกรในเครือข่ายประมาณ 70 ราย ให้ผลผลิตพริกอยู่ที่ประมาณ 500 ต้นต่อปี โดยผลผลิตกว่าร้อยละ 60 ส่งตลาดมาเลย์ ส่วนที่เหลือส่งจำหน่ายที่ตลาดไทและโรงงานผลิตซอสพริก เป็นหลัก
การปลูกพริก นับเป็นอีกทางเลือกของเกษตรกรใน จ.สุโขทัย และพื้นที่ใกล้เคียง ที่ปัจจุบันกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่กำลังมาแรงแซงพืชตัวเดิมอย่างยาสูบและข้าวขึ้นเรื่อยๆ
------------------------
(ทำมาหากิน : ปลูกพริก 'มรกต' หลังทำนา ส่งออกมาเลย์รายได้ไร่ละแสน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



