
เปิดใจ...'2ครูแกนนำ'แห่งเกาะสิงคโปร์'
เปิดใจ...'2ครูแกนนำ'แห่งเกาะสิงคโปร์' : กนกวรรณ กลินณศักดิ์ นักวิชาการสื่อสาร สสค. เรื่อง/ภาพ
อะไรเป็นปัจจัยสำคัญทำให้เกาะเล็กๆ เช่น ประเทศสิงคโปร์ กลายเป็นประเทศมหาอำนาจทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและการศึกษา สามารถสู้กับประเทศมหาอำนาจได้อย่างไม่อาย
หากเปรียบเทียบ รเกาะภูเก็ต” กับ “เกาะสิงคโปร์” พบว่า คนภูเก็ตมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวในปัจจุบันเท่ากับคนสิงคโปร์เมื่อ 25 ปีก่อน แสดงว่าไทยตามหลังสิงคโปร์กว่า 20 ปี และเมื่อเปรียบเทียบทางเศรษฐกิจ พบว่า 39% ของรายได้ในภูเก็ตขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยว ที่เหลือเป็นกิจการขนาดเล็กที่ยึดโยงกับการท่องเที่ยว แต่สิงคโปร์มีรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ 5% ที่เหลือคืออุตสาหกรรม ธุรกิจขายส่ง การธนาคาร และการท่องเที่ยวพร้อมกับบริการทางการแพทย์ และที่สำคัญคือ รายได้จากการศึกษา ที่ขยายตัวเร็ว โดย 1 ใน 5 ของนักเรียนในสิงคโปร์เป็นชาวต่างชาติ เพราะได้มาตรฐานระดับโลก
สอดคล้องกับผลการประเมิน PISA ปี 2012 ที่พบว่า สิงคโปร์มีผลการประเมิน 3 วิชาหลัก ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และทักษะการอ่าน อยู่ในกลุ่มบนสุดในอันดับที่ 2 มีคะแนนด้านคณิตศาสตร์ คะแนน 573 คะแนน จากค่าเฉลี่ย 494 คะแนน, มีคะแนนด้านการอ่าน 542 คะแนน จากค่าเฉลี่ย 496 คะแนน และมีคะแนนด้านวิทยาศาสตร์ 551 คะแนน จากค่าเฉลี่ย 501 คะแนน
ซินเทีย เซโตะ ครูคณิตศาสตร์ และไอรีน ตัน ครูวิทยาศาสตร์ ทั้งคู่ที่ได้รับตำแหน่ง “ครูแกนนำ” (Master Teacher) แห่งเกาะสิงคโปร์ หรือ ครูที่ผ่านการคัดเลือกให้เป็นครูต้นแบบ จะมาช่วยไขปริศนาความสำเร็จของการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในระดับประถมศึกษาในสิงคโปร์ โดยเริ่มต้นจากความเชื่อง่ายๆ ว่า “เด็กทุกคนสามารถเรียนรู้คณิตศาสตร์ได้ สิ่งสำคัญคือ ครูต้องมั่นใจว่า ลูกศิษย์ของท่านสามารถใช้คณิตศาสตร์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันได้"
ยกตัวอย่างจากหนัง “คิดถึงวิทยา” ที่ได้แรงบันดาลใจจาก “สามารถ สุทะ” ครูสอนดี จ.ลำพูน ที่ เจ้าช่อน หนึ่งในลูกศิษย์ถามว่า “ผมจะเรียนเลขไปทำไม โตไปก็ต้องไปตกปลา เหมือนปู่ เหมือนพ่อ” ฉะนั้นครูที่ดีต้องเชื่อมโยงสิ่งที่สอนให้สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียนด้วย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้เด็กสนใจ เพื่อผลักดันให้ศิษย์มีศักยภาพสูงสุด
ครูซินเทีย มีหลักคิดสำคัญ 5 ข้อที่เชื่อมโยงกันในการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ได้แก่ 1.ความเชื่อและทัศนคติ 2.แนวคิดที่ใช้การคิดวิเคราะห์โดยใช้ตัวเลขมาช่วยแก้ไขปัญหา 3.ทักษะพื้นฐานในการคิดคำนวณประเมินผล 4.กระบวนการใช้เหตุผล การสื่อสารและการเชื่อมประสานผ่านการประมวลผลด้วยวิธีการแก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ และ 5.การใช้วิธีการแก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ ในการติดตามและประเมินความคิดของตนเองเพื่อสร้างการเรียนรู้ ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในสิงคโปร์ เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆ
การเรียนคณิตศาสตร์ของสิงคโปร์จึงมีเป้าหมายและเหตุผลชัดเจน มิใช่การเรียนเพื่อเน้นการหาคำตอบที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียว การเรียนรู้สูตรลัด หรือการแก้สมการยากๆ ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ไม่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง
คณิตศาสตร์แบบ ครูซินเทีย จึงไม่สอนแยกกับบริบทความจริงที่มีหลากหลาย เป้าหมายก็เพื่อจะให้ผู้เรียนสามารถนำคณิตศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ได้ในแต่ละบริบทได้อย่างเหมาะสม คณิตศาสตร์จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำความเข้าใจและใช้ประมวลผลตัดสินใจที่เหมาะสม เพื่อการใช้ชีวิตร่วมกันของพลเมืองบนโลก ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
ครูซินเทีย มีประสบการณ์สอนคณิตศาสตร์มามากกว่า 30 ปี ในการสอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจนถึงระดับประถมศึกษา และในฐานะผู้แต่งหนังสือที่ว่าด้วยคณิตศาสตร์ที่ชื่อ “Teaching Fraction, Ratio and Percentage Effectively” ซินเทียได้รับรางวัลมากมายในการคิดค้นนวัตกรรมในการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ด้วยเทคโนโลยี และงานวิจัยที่น่าสนใจของเธอก็เน้นเรื่องสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ การใช้เครือข่ายครูในการสร้างโมเดลทางคณิตศาสตร์
ขณะที่ ไอรีน ตัน มาสเตอร์ ทิชเชอร์ “วิทยาศาสตร์” ที่เชื่อว่า วิทยาศาสตร์เป็นมากกว่าการศึกษา ที่ต้องนำกระบวนการและทรัพยากรไปสู่การตอบคำถามในสังคมได้ว่าเป็นอย่างไร? การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่แท้จริงจึงต้องผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ การตั้งคำถาม และการเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นเพื่อการอยู่รอดในศตวรรษที่ 21 ผ่านการลงมือทำไปพร้อมกับการคิด และคิดไปพร้อมกับการลงทำ
ครูไอรีน สรุปวิธีการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สั้นๆ ว่า มีองค์ประกอบหลัก 3 ส่วนได้แก่ 1.รูปแบบของกระบวนการและวิธีการ: สำรวจ วัด อ้างอิง คาดเดา การคัดแยก ตั้งสมมุติฐาน การทดสอบและสรุปผล 2.โครงสร้างของความรู้: ข้อเท็จจริง การให้นิยามคำจำกัดความ คอนเซ็ปต์ ทฤษฎี และกฎระเบียบกฎหมาย และ 3.วิธีการเรียนรู้: จากหลักฐานความจริง ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา โดยการคิดเชิงสร้างสรรค์จะเป็นหัวใจสำคัญในการเรียนรู้ และความรู้พื้นฐานจะเป็นปัจจัยสำคัญให้นักวิทยาศาสตร์ตรวจสอบข้อมูลเท็จจริง
ครูไอรีน แท้จริงแล้วเธอมีความเชี่ยวชาญวิชาเคมี มามากกว่า 25 ปี เธอเป็นทั้งนักวิจัยนำร่องในโครงการ “Teach Less, Learn More” (สอนให้น้อย เรียนรู้ให้มาก) และเป็นส่วนหนึ่งของทีมบริหารจัดการต้นแบบโรงเรียนในอนาคตที่มองหารูปแบบนวัตกรรมในการสอนเพื่อการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพด้วยการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ ฯลฯ ปัจจุบันเธอยังเป็นประธานสมาพันธ์ครูวิทยาศาสตร์ของประเทศสิงคโปร์ด้วย
"ซินเทีย เซโตะ" และ "ไอรีน ตัน“ สองครูแกนนำแห่งเกาะสิงคโปร์ จะมาไขข้อข้องใจครูผ่าน “เวิร์กช็อป” อย่างใกล้ชิด ในงาน “อภิวัฒน์การเรียนรู้ สู่จุดเปลี่ยนประเทศไทย” ระหว่างวันที่ 6-8 พฤษภาคม 2557 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี สนใจเวิร์กช็อปสุดคุ้มดูรายละเอียดได้ที่ www.QLF.or.th
...............................
(หมายเหตุ : เปิดใจ...'2ครูแกนนำ'แห่งเกาะสิงคโปร์' : กนกวรรณ กลินณศักดิ์ นักวิชาการสื่อสาร สสค. เรื่อง/ภาพ)



