ไลฟ์สไตล์

แสนสุนทรีย์ที่ 'คอสตา ริกา'

แสนสุนทรีย์ที่ 'คอสตา ริกา'

30 มี.ค. 2557

เที่ยวนี้ขอเล่า : แสนสุนทรีย์ที่ 'คอสตา ริกา' : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง : [email protected]

 
                         บางครั้งฉันก็ไม่เคยนึกไว้เนื้อเชื่อใจขี้ปากนักท่องโลกสักเท่าไหร่
 
                         เขาว่ากันว่า ตอนนี้ใครมีวีซ่าอเมริกาก็เข้าหลายประเทศในแถบอเมริกากลางได้เลย อย่าง คอสตาริกา (Costa Rica) ก็เป็นหนึ่งในนั้น 
 
                         เป็นอันรู้กันในหมู่คนเดินทางว่า กลุ่มประเทศ 4C คือ นิการากัว ฮอนดูรัส เอลซัลวาดอร์ และกัวเตมาลา อนุญาตให้คนมีวีซ่าอเมริกาที่ยังมีอายุอยู่เข้าประเทศเหล่านี้ได้เลย โดยไม่ต้องไปขอวีซ่ารายประเทศอีก แต่บังเอิญว่ารายชื่อประเทศเหล่านี้ไม่มีคอสตาริกาเสียด้วยสิ  
 
                         ทางเดียวที่จะรู้ว่าวีซ่าอเมริกาศักดิ์สิทธิ์สำหรับคอสตาริกาหรือไม่ คือร่อนจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ส่งไปยังสถานทูตคอสตาริกาในประเทศต่างๆ ที่อยู่ใกล้ขวานทอง
 
                         รออยู่สักวันสองวัน จึงมีเพียงสถานทูตคอสตาริกาในโตเกียว ตอบกลับมาว่า ผู้ใดที่มีวีซ่าอเมริกาที่ยังไม่หมดอายุ สามารถเข้าไปท่องเที่ยวในคอสตาริกาได้ 90 วัน เท่านั้นแผนท่องอเมริกากลางของฉันก็ตัดเย็บขึ้นได้แบบไม่สะดุดแล้ว
 
                         จากบางกอกไม่มีบินตรงไปคอสตาริกา เที่ยวนี้เลยบินด้วยสายการบินไชน่า แอร์ไลน์ส (www.china-airlines.com) ไปเดินเล่นแถวลอสแองเจลิสกันก่อน หรือใครจะบินไปตั้งหลักที่อเมริกา ที่นิวยอร์ก หรือซานฟรานซิสโก ก่อนก็ได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นลอสแองเจลิส หรือ 2 เมืองนี้ก็เป็นเมืองที่มีเที่ยวบินต่อไปยังซานโฮเซ (San Jose)เมืองหลวงของคอสตาริกาเยอะพอๆ กัน
 
                         โดยเฉพาะจากลอสแองเจลิส มีสายการบินบินไปซานโฮเซให้คัดตัวพอประมาณ จะเลือกแวะต่อเครื่องแต่ราคาถูกลง หรือบินตรงแบบแพงหน่อย เลือกได้ตามอำเภอใจและความหนักเบาของกระเป๋าสตางค์
 
                         ฉันมาถึง ซานโฮเซ ในยามวิกาล แต่แสงนีออนยังพอเห็นช่วยให้เห็นเค้าหน้าตานครหลวงอย่างเลือนรางว่ามีทั้งมุมที่เจริญ และมุมเก่าๆ ของเมือง
 
                         ป้ายวอลล์มาร์ท ห้างสรรพสินค้า ร้านขายสมาร์ทโฟน และโชว์รูมรถยนต์ยี่ห้อหรู ฟ้องว่า เจริญไม่น้อยหน้ากรุงปานามา ซิตี้ นั่นอาจจะเป็นเรื่องที่ฉันออกจะผิดคาดเล็กน้อย เพราะจินตนาการไปก่อนแล้วว่า คอสตาริกาคงจะอัตคัดความเจริญ มองไปทางไหนมีแต่ป่าเขา ทะเล และอุทยานแห่งชาติ  
 
                         ความจริงน่าจะเอะใจตั้งแต่มีโรงแรมชื่อดังตั้งกระจายอยู่ทั่วโซนเมืองใหม่ แต่ในเขตเมืองเก่าก็ใช่ว่าจะไร้โรงแรม ผลจากการคลิกเข้าไปสำรวจในเว็บไซต์อโกดา (www.agoda.com) จึงรู้ว่าบ้านเรือนในแถบเมืองเก่าเขาโมดิฟายให้เป็นเรือนพักหลังเล็กๆ แต่ละแห่งตกแต่งอย่างเก๋ไก๋มีสไตล์ อย่างเรือนพักที่ฉันอยู่เป็นบ้านเก่าที่ทาชมพูแปร๊ด แล้วซอยห้องเป็น 20 ห้อง มีมุมนั่งเล่น มีห้องสมุด ปรุงแต่งบรรยากาศชวนให้รู้สึกเหมือนอยู่บ้าน
 
                         ใครชอบพักใกล้กับแหล่งท่องเที่ยว แนะว่า พักแถบ เมืองเก่า จะเวิร์กกว่า อย่างจุดที่ฉันพัก แค่เดิน 50 เมตรก็ถึงพิพิธภัณฑ์แห่งชาติแล้ว และที่อยู่ติดกันเป็นตลาดขายของที่ระลึกดงใหญ่ที่ลองได้ผลุบเข้าไป ไม่มีทางไม่เสียสตางค์
 
                         ขอพูดถึง พิพิธภัณฑ์ ก่อนว่า ไม่เคยระแคะระคายมาก่อนเลยว่า ซานโฮเซเป็นเมืองมากพิพิธภัณฑ์ นอกจากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติแล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์เด็ก พิพิธภัณฑ์หยก พิพิธภัณฑ์ทอง พิพิธภัณฑ์แมลง พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย เรียกว่าคอพิพิธภัณฑ์คงจะมีความสุขกว่าใคร เพราะมีพิพิธภัณฑ์ให้แวะเข้าทุกหัวมุมถนน 
 
                         หลังจากลองเดินเร่เข้าไปในพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย เดินเตร็ดเตร่ดูงานศิลปะที่สารภาพตามตรงว่า บางชิ้นก็เข้าไม่ถึงเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าศิลปินต้องการจะบอกอะไร เลยเดินมึนออกมาไปนั่งเล่นที่สวนกลางเมือง
 
                         เรื่องสวนสาธารณะก็อีกอย่าง ซานโฮเซเป็นเมืองที่มีสวนล้อมหน้าล้อมหลัง จะเดินไปมุมไหนของเมืองก็มีสวนสีเขียวๆ และเก้าอี้ริมทางให้แวะนั่งได้เรื่อยๆ 
 
                         หลังจากเดินอยู่ครึ่งวัน จึงสังเกตว่า ที่นี่เขานิยมละเลงกำแพงด้วยกราฟฟิตี้ และไม่ได้สกปรกเหมือนบางเมือง  เพราะกราฟฟิตี้ที่นี่เขาตั้งใจลงสีอย่างเป็นเรื่องเป็นราว 
 
                         ไม่ว่าจะเดินเหินไปมุมไหน จึงเหมือนมีศิลปะสะกดรอยตามไปทุกที่
 
                         บนท้องถนนที่อยู่ใจกลางเมือง ก็มีบ้านเรือนที่อาบสีสัน โซนไชน่าทาวน์ตามไปถึงอเมริกากลาง ประตูทางเข้าไชน่าทาวน์ ปักหลักอยู่กลางเมือง แทบไม่ต้องบอกก็รู้ว่าลูกหลานชาวมังกรเข้ามาตั้งรกรากทำมาหากินกันไม่ใช่น้อย  
 
                         ข้าวของเครื่องใช้ราคาถูกๆ นำเข้ามาจากจีน เพื่อขายให้ชาวคอสตาริกา เดินเพ่นพ่านแถวนี้จึงเหมือนกับเดินช็อปปิ้งอยู่ในเมืองไหนสักแห่งของจีน
 
                         ไม่ได้แค่จีน แต่หลังจากเดินเข้าไปสำรวจร้านรวงแถวนั้น ชาวเกาหลีก็เข้ามาตั้งร้านค้าเบียดกับชาวจีนเยอะเหมือนกัน เจ้าของร้านขายอุปกรณ์โทรศัพท์บอกฉันว่า ย่านนี้มีคนเกาหลีอยู่ราวๆ 600 คน ป่านนี้ชาวคอสตาริกาไม่ติดซีรีส์เกาหลีกันงอมแงมไปแล้วหรือ
 
                         เดินเรื่อยไปบนถนนกลางเมืองซานโฮเซ จึงพบว่าร้านขายดอกไม้เองก็มีไม่ใช่น้อย ดูท่าว่าคนที่นี่เขามีวัฒนธรรมการดื่มดมดอกไม้เหมือนกัน ช่อดอกไม้จึงถูกเซตขึ้นวางขายเป็นย่านๆ ไป
 
                         โรงละครแห่งชาติตั้งอยู่ใจกลางเมืองเปิดรอนักเสพสุนทรีย์ทุกท่านทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะไม่ว่าจะมาเวลาไหนก็มีการแสดงละครและดนตรีให้ดูกันตลอด 
 
                         ด้านหน้าเป็นจัตุรัสย่อมๆ ให้ชาวเมืองมาแวะนั่งพักผ่อนหย่อนอารมณ์กัน ส่วนด้านข้างเป็นจัตุรัสที่มีเด็กวัยรุ่นมาแฮงก์เอาท์กันให้พรึ่บไปหมด ไม่ได้มานัดเจอกันอย่างเดียว แต่ใครอยากปล่อยของก็ทำได้เต็มเหนี่ยว จะเต้นบีบอย เล่นโรลเลอร์เบลด หรือแค่เบาๆ นั่งชิลให้อาหารนก มุมนี้ก็เปิดกว้างสำหรับทุกคน
 
                         แต่สำหรับคนพลัดบ้านแล้ว ไม่มีอะไรสำคัญเท่าความปลอดภัยอีกแล้ว ยิ่งเป็นอเมริกกลางด้วยแล้ว ยิ่งต้องระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ซานโฮเซทำให้รู้ว่า ที่นี่ห่วงใยทุกคนยิ่งกว่าสิ่งใด เพราะไม่ว่าจะเป็นพิกัดไหนหรือมุมไหน ก็มีตำรวจคอยสอดส่องไม่วางตา ตำรวจที่นี่ส่วนใหญ่ใช้จักรยานเป็นพาหนะ เขาจะปั่นคอยระแวดระวังดูความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว  
 
                         ใครที่โปรดปรานสวน พิพิธภัณฑ์ ศิลปะ ลองแวะมาซานโฮเซ แห่งคอสตาริกา แล้วคุณจะพบว่าเป็นเมืองหลวงในอเมริกากลางที่มีทุกสิ่งของความสุนทรีย์
 
 
 
 
--------------------------
 
(เที่ยวนี้ขอเล่า : แสนสุนทรีย์ที่ 'คอสตา ริกา' : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง : [email protected])