ไลฟ์สไตล์

คลินิคคนรักบ้าน:การเปิดทาง'ถอย'

คลินิคคนรักบ้าน:การเปิดทาง'ถอย'

29 มี.ค. 2557

การเปิดทาง'ถอย' : คอลัมน์ คลินิคคนรักบ้าน

 
 
 
          ผมนึกถึงสุภาษิต “จีน”โบราณที่ฝากไว้ แม้เวลาจะล่วงเลยไปก็ยังจับใจผมว่า “หากจะก้าวให้ไกลไปข้างหน้าต้องรู้จักถอย หากจะกระโดดให้สูงต้องรู้จักย่อเข่า” เป็นคำสอนที่เฉียบคมมากครับ หากมองย้อนกลับมาที่สังคมไทยในปัจจุบันกลับไม่ได้เรียนรู้การ “ถอย” ทั้งๆ ที่การเปิดทาง “ถอย” นั้น เป็นสุดยอดกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุด  ในตำรับพิชัยสงครามที่ “ซุนหวู่” ได้เขียนไว้หลายพันปีล่วงแล้ว (สามารถไปหาอ่านได้ในหนังสือ “The Art of War”) ซึ่งกล่าวไว้ว่า “สุดยอดของการรบ  คือ การมีชัยโดยไม่ต้องรบ” แต่หากตัดสินใจรบแล้ว สุดยอดของกลยุทธ์ คือ การ “ถอย” หมายถึง “การเปิดทางถอยให้เป็น” เปรียบเสมือนการเล่น “หมากรุก” นั่นแหละครับ ไม่ใช่เดินมุ่งหน้าที่จะ “รุก” เพียงอย่างเดียว จนลืม “ระวังหลัง” และลืมเปิด “ทางถอย”  
 
          “การเปิดทางถอย” ของผมนั้น เป็นการ“ถอย” อย่างมี “ชั้นเชิง” และมี “ศักดิ์ศรี”  เป็นการ “ถอย” อย่างมี “กระบวนท่า” ไม่ใช่สักแต่ว่า “ถอยกรูด” แบบ “หางจุกตูด” เป็นการ “ถอย” แบบ “หมากล้อม” ที่มีการวางแผนการเอาไว้ล่วงหน้าอย่างรอบคอบแยบยล มีการเตรียมการเอาไว้อย่างดี เป็นการ “ถอย” แบบ “ลับลวงพลาง” อนิจจาสังคมไทยปัจจุบันกลับลืมข้อคิดที่สำคัญนี้
 
          สำหรับผมแล้วการเปิด “ทางถอย” มีความจำเป็นอย่างที่สุด เมื่อคิดทำกิจการงานใดผมมักจะทำการประเมินสถานการณ์แบบไม่เข้าข้างตัวเอง มิหนำซ้ำยังต้องประเมินตัวเองให้ต่ำเอาไว้ (รวมถึงประเมินคู่แข่งให้สูงเอาไว้) โดยไม่ประมาท และจำเป็นต้องจำลองสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด รวมทั้งการวิเคราะห์ว่าในสถานการณ์ที่วิกฤติเช่นนั้นจะสามารถประคองตัวให้อยู่รอดปลอดภัยและจะ “ถอย” ออกมาได้อย่างไร  ในสภาวะเศรษฐกิจ, สังคมและการเมืองไทยในปัจจุบันที่แต่ละฝ่ายต่างก็ไม่มีใครยอมใคร และไม่มีใครคิดที่จะ “ถอย” ให้ใคร มิหนำซ้ำยังเต็มไปด้วยการยั่วยุ เร่งเร้าปลุกระดม มุ่งมั่นที่จะเอาชนะคะคานกัน สุดท้ายแล้วก็จะพ่ายแพ้กันไปทั้งสองฝ่าย เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงถึงได้รับชัยชนะแล้วจะเหลืออะไรครับ 
 
          รวมถึงผู้คนทั้งสองฝ่ายที่ต่างฝ่ายต้องบาดเจ็บล้มตายก็เพียงเพราะแพ้ไม่ได้, พ่ายไม่เป็น  อีกทั้งความโกรธ,เกลียด,เคียดแค้น ไว้เป็นแผลที่บาดลึกในสังคม เพราะในชีวิตจริงของ ชาว “คนรักบ้าน”ลองคิดย้อนกลับไปซิครับ กี่ครั้งแล้วที่เราได้ทำผิดพลาด  กี่ครั้งที่เราต้อง “พ่ายแพ้” ใน “สมรภูมิชีวิต” ทั้งในด้านหน้าที่การงาน รวมทั้งด้านครอบครัวและสุขภาพ แท้จริงแล้วที่ยังสามารถประคองตัวให้อยู่รอดปลอดภัยได้ เพราะเราได้เรียนรู้ที่จะ “ถอย” บ้างและ “ยอมรับ” ในความ “พ่ายแพ้” บ้าง อาจจะเหนื่อยบ้าง ล้าบ้าง ก็อย่าท้อแท้ครับ พักสักครู่แล้วค่อยลุกขึ้นสู้ใหม่ ให้คิดเสียว่าการที่เรา “ถอย” และ “ยอมรับ” ในความ “พ่ายแพ้” ก็เพื่อเป็นบทเรียนและเพื่อกลับมาตั้งหลักแก้ไขข้อผิดพลาดพลั้งไปแล้วก็เริ่มกันใหม่  วัฏจักรของชีวิตก็เป็นเช่นนี้เสมอครับ   
 
          ดังนั้น ผมจึงอยากวิงวอนให้สังคมไทยรู้จัก “ถอย” รู้จัก “พ่ายแพ้” แล้วค่อยกลับมาแน่วแน่แก้ไขในสิ่งที่ทำผิดพลาดลงไป ผมนึกถึงคำพูดของ  Prof.Dr.Alistair Smith   ครูผมที่  “King’s  College”  ประเทศ “อังกฤษ”  ท่านบอกว่า  “ในความมืดมิดที่สุดนั้น (หากลอง “ถอย” กลับมาเพื่อตั้งสติแล้วยอมรับความ “พ่ายแพ้”  และพิจารณาด้วยปัญญาให้ดี)  มักจะเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์อันเป็นความหวังที่นำทางเสมอ”   ครับ