
'โรงเรียนต้นกล้าฯ ณ แดนพุทธภูมิ'
'โรงเรียนต้นกล้าฯ ณ แดนพุทธภูมิ' : หัวใจไทย
ในการเดินทางไปกับคณะผู้เดินทางไปประกอบศาสนากิจนมัสการสังเวชนียสถาน 4 ตำบล รุ่นที่ 2 จำนวน 135 รูป/คน ประเทศอินเดีย-เนปาล เมื่อเร็วๆ นี้ ของกรมการศาสนา นอกจากจะได้รับความรู้เกี่ยวกับสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา ปรินิพพาน แล้ว ยังได้พบกับเรื่องราวดีๆ ของ “โรงเรียนต้นกล้าพุทธศาสนาวันอาทิตย์”
พระครูนิโครธบุญญากร (มหาน้อย) เจ้าอาวาสวัดไทยนิโครธาราม สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล ในฐานะพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล บอกว่า งานเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล โดยท่านเจ้าคุณพระเทพโพธิวิเทศ (วีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ) หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล นอกจากจะทำงานสร้างศาสนบุคคลที่เป็นคนไทยแล้ว ยังอยากปลูกฝังให้คนอินเดียหันกลับมาศรัทธาอย่างมั่นคงในพระพุทธศาสนาเหมือนสมัยพุทธกาล เป็นสิ่งที่ตรงเป้าหมายที่เราได้ตั้งไว้ ภายใต้โครงการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาคืนสู่แผ่นดินพุทธภูมิ
“ถ้าหากคนในแผ่นดินอินเดียยังไม่สามารถเข้าถึงธรรมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ การที่เราจะมาฟื้นฟูนั้นก็ยาก ก็จึงได้ตั้งโรงเรียนต้นกล้าพุทธศาสนาวันอาทิตย์ขึ้นที่วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย ให้ลูกหลานชาวอินเดียโดยไม่จำกัดว่าจะนับถือศาสนาอะไร ให้มาศึกษาวิชาพระพุทธศาสนา และคนอินเดียเขาก็เปิดใจกว้างคนทุกศาสนาไม่ว่าจะเป็นพราหมณ์ ฮินดู เชน ซิกข์ หรือแม้กระทั่งอิสลามในอินเดียก็มาศึกษาวิชาพระพุทธศาสนา นับเป็นโอกาสที่พระสงฆ์ไทยเราจะได้ฝึกฝนตัวเองรู้เรื่องภาษาฮินดี ภาษาท้องถิ่น เพื่อที่จะนำธรรมะที่เป็นภาคภาษาท้องถิ่นเข้าไปสู่จิตใจของเด็ก โดยเนื้อหาที่สอน ได้แก่ วิชาพระพุทธศาสนา วิชาวัฒนธรรมของชาวอินเดีย วิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ”
มหาน้อย กล่าวต่อไปว่า “เด็กเมื่อได้รับการปลูกฝังตั้งแต่เริ่มต้น โอกาสที่จะเป็นคนดี มีธรรมะ ไม่ว่าจะอยู่ในศาสนาใด นั่นคือเป้าหมายสูงสุดที่เราเปิดโรงเรียนต้นกล้าพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ก็เปิดมานับเป็นปีที่ 15 แล้ว ผลตอบรับจากผู้คนในท้องถิ่นก็วัดไทยที่สามารถทำได้แล้ว ก็นับเป็นสิ่งที่ดีมากๆ จากที่คนอินเดียไม่เข้าใจว่าพระธรรมทูตเรามาแผ่นดินอินเดียนี้ จะมายึดครองแผ่นดินเขา พากันปฏิเสธ ออกมาประท้วงขับไล่เรากลับประเทศไทยทุกวัน แต่พอเรามาเปิดโรงเรียนนี้มีโอกาสได้สื่อสารความเข้าใจที่ถูกต้องว่าเราคนไทยมีพระพุทธศาสนา เป็นศาสนาที่เกิดในแผ่นดินนี้ เราประสงค์ที่จะทดแทนบุญคุณให้แผ่นดินนี้ จึงได้มาทำงานที่นี่ เมื่อเขาเข้าใจโดยมีผู้ใหญ่ในชุมชน บัณฑิต เป็นผู้ช่วยอธิบาย เดี๋ยวนี้ทำให้วัดไทยในอินเดียนั้น มีรั้วอย่างถาวรยิ่งกว่ากำแพงใหญ่ๆ นั่นคือ รั้วจากมิตรภาพคนท้องถิ่นนั้นเอง”



