ไลฟ์สไตล์

เริ่มแล้วใช้บัตรใบเดียวรักษาตามสิทธิ37จังหวัดบัตรประชาชนแทนบัตรทอง

เริ่มแล้วใช้บัตรใบเดียวรักษาตามสิทธิ37จังหวัดบัตรประชาชนแทนบัตรทอง

24 มิ.ย. 2552

เริ่มแล้ว 37 จังหวัดใช้บัตรประชาชนใบเดียวแทนบัตรทองเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิ อีก 8 จังหวัดนำร่องใช้บัตรประชาชนรักษาในโรงพยาบาลใดก็ได้ในจังหวัด

 นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการให้ประชาชนใช้สิทธิรักษาพยาบาลในสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทอง ที่มีประมาณ 47 ล้านคน ใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียวแทนบัตรทองในการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ระบุตามสิทธิแล้ว 37 จังหวัด และจะดำเนินการให้ครอบคลุมทั้งประเทศภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้

 37 จังหวัดที่มีการใช้บัตรประชาชนแทนบัตรทองแล้ว ได้แก่ 1.น่าน 2.แพร่ 3.พิษณุโลก 4.นนทบุรี 5.นครนายก 6.อ่างทอง 7.สระบุรี 8.ร้อยเอ็ด 9.ขอนแก่น 10.บุรีรัมย์ 11.ยโสธร 12.นครศรีธรรมราช 13.สงขลา 14.ศรีสะเกษ 15.อำนาจเจริญ 16.อุบลราชธานี 17.ชุมพร 18.ปัตตานี 19.นราธิวาส 20.แม่ฮ่องสอน 21.พะเยา 22.สุโขทัย 23.ตาก 24.อุตรดิตถ์ 25.ชัยนาท 26.สมุทรสงคราม 27.ฉะเชิงเทรา 28.จันทบุรี 29.มหาสารคาม 30.หนองคาย 31.เลย 32.สกลนคร 33.หนองบัวลำภู 34.นครพนม 35.อุดรธานี 36.มุกดาหาร และ 37.สระแก้ว

 รมว.สาธารณสุข กล่าวอีกว่า ภายในเดือนตุลาคมนี้จะดำเนินการให้ประชาชนตามสิทธิดังกล่าวสามารถใช้บัตรประชาชนใบเดียวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลใดก็ได้ภายในจังหวัด โดยจะนำร่องใน 8 จังหวัด และเมื่อมีการปรับปรุงระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลจนมีประสิทธิภาพแล้วจึงจะขยายผลไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่ง 8 จังหวัดนำร่องได้แก่ 1.แพร่ 2.พิษณุโลก 3.อุบลราชธานี 4.ยโสธร 5.ราชบุรี 6.นครนายก 7.ศรีสะเกษ และ 8.พังงา

 ด้าน นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวว่ามีผู้มีสิทธิบัตรทองสอบถามสายด่วนสปสช.1330 จำนวนมากกรณีมีกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สปสช. หลอกถามหมายเลขบัญชีเพื่อจะโอนเงินให้ ขอย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ เพราะโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่มีจำนวนกว่า 47 ล้านคน ตามพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ให้สิทธิแก่คนไทยในการรักษาพยาบาลเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข ย้ำคนไม่ป่วยช่วยคนป่วย หากสงสัยสอบถามสายด่วนสปสช.1330 ก่อน

 ทั้งนี้ สปสช.ได้รับเงินงบประมาณจากรัฐบาล จึงได้จัดสรรงบเหมาจ่ายรายหัวในปี 2553 เป็นจำนวนเงิน 2,406.32 บาทต่อประชากร ซึ่งงบรายหัวที่ได้เพิ่มขึ้นนี้ จะทำให้ประชาชนคนไทยเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นอย่างเป็นธรรมมากขึ้น ขณะเดียวกันจะเน้นเรื่องการส่งเสริมให้ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายเข้าถึงบริการมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนแข็งแรงเพราะสังคมไทยกำลังจะเข้าสู่โครงสร้างสังคมที่มีประชากรสูงอายุในสัดส่วนที่มากขึ้น