ไลฟ์สไตล์

แพทย์เตือนภัยเงียบรังสียูวีเอในแสงแดด

แพทย์เตือนภัยเงียบรังสียูวีเอในแสงแดด

25 มี.ค. 2557

ไลฟ์สไตล์ : แพทย์เตือนภัยเงียบรังสียูวีเอในแสงแดด

 
                       แสงแดดที่เราต้องเผชิญเมื่อก้าวพ้นประตูบ้านทุกวัน มีอันตรายต่อผิวมากกว่าการก่อให้เกิดความดำคล้ำแบบที่ผู้หญิงทุกคนหวาดกลัว เนื่องจากสิ่งที่มากับแสงแดดใช่เพียงแต่ความร้อน แต่ยังมีรังสียูวีเอ และยูวีบี ที่สามารถผ่านมาถึงผิวเราได้หากไม่ป้องกันให้ดี โดย ยูเซอริน (ประเทศไทย) ได้จับมือ บู๊ทส์ รีเทล (ประเทศไทย) เปิดตัวแคมเปญ “ไฟท์ ยูซี เฮลธี้ สกิน”ภายใต้โครงการ บู๊ทส์ เฮลธ์แคร์ แคมเปญ "ฟีล กู๊ด ทูเก็ตเตอร์" พร้อมเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังมาให้ความรู้ เมื่อเร็วๆนี้
 
                       รศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์ผิวหนังกล่าวว่า ปกติครีมกันแดดทั่วไปมักเน้นในเรื่องของการป้องกันรังสียูวีเอ และยูวีบี ซึ่งสามารถป้องกันแสงยูวีบีได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ว่าเราจะพยายามทาครีมกันแดดหรือป้องกันขนาดไหน แสงยูวีเอก็ยังสามารถเล็ดลอดและซึมผ่านลงสู่ผิวหนังได้ในบางส่วน และไปก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาการทำร้ายเซลล์ผิวอย่างต่อเนื่องจากเซลล์หนึ่งต่อไปยังอีกเซลล์หนึ่งแม้ว่าเราจะกลับเข้าร่มแล้วก็ตาม โดยจะส่งผลเสียต่อการผลิตเม็ดสีเมลานิน และการทำลายคอลลาเจนในผิวยาวนานต่อเนื่องหลังจากโดนแดดได้ถึง 60 วัน จึงเห็นได้ว่า บางคนไปทะเลแล้ว กลับบ้านมา 2-3 วัน ผิวจึงค่อยๆ คล้ำขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการทำร้ายเซลล์ผิวจากอนุมูลอิสระนั่นเอง ดังนั้น จึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีทั้ง ยูวี ฟิลเตอร์ และออกซิแดนท์ ฟิลเตอร์ เพื่อหยุดวงจรการทำร้ายผิวจากอนุมูลอิสระ และลดการทำลายเซลล์ผิว
 
                       "จากการวิจัยล่าสุด เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการปกป้องผิวชั้นลึกของนวัตกรรม ออกซิแดนท์ ฟิลเตอร์ พบว่า การใช้ครีมกันแดดที่มีสารออกซิแดนท์ ฟิลเตอร์อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ผิวปกป้องตัวเองได้แม้ในวันที่ลืมทาครีมกันแดด โดยการทาครีมกันแดดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 15 วันขึ้นไป พบว่าการเกิดอนุมูลอิสระจากแดดนั้นลดน้อยลงทั้งยังช่วยฟื้นฟูผิวที่ถูกทำร้ายจากอนุมูลอิสระได้อีกด้วย โดยพบว่าผิวที่คล้ำเสียดูจางลง ความเข้มของเม็ดสีเมลานิน รวมทั้งการทำลายคอลลาเจนลดลงจึงลดโอกาสการเกิดกระ ฝ้า จุดด่างดำ และริ้วรอยก่อนวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ" ผู้เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์ผิวหนัง อธิบาย
 
                       ด้าน นพ.รัฐภรณ์ อึ๊งภากรณ์ เลขาธิการสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย แนะว่า หลายคนซื้อผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีราคาแพง เพราะมั่นใจในคุณภาพ แต่ด้วยราคาที่สูงจึงพยายามใช้อย่างประหยัด เพื่อให้ใช้ได้นานที่สุด ถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะปริมาณครีมกันแดดที่น้อยเกินไปอาจไม่สามารถช่วยปกป้องผิวของเราจากแสงแดดได้เพียงพอ โดยการทาครีมกันแดดที่ถูกต้องและให้ประสิทธิภาพสูงสุดนั้น ควรจะใช้ปริมาณครีมกันแดดไม่น้อยกว่า 2 ข้อปลายนิ้วมือ ต่อการทา 1 ครั้ง และควรทาให้ทั่วใบหน้า และไม่ควรละเลยบริเวณลำคอ ซึ่งก็ควรใช้ครีมกันแดดในปริมาณเท่ากันกับที่ใช้กับใบหน้าเป็นประจำทุกวัน ก่อนออกแดดอย่างน้อย 20 นาที นอกจากนั้นยังควรเลือกใช้ครีมกันแดดเหมาะสมกับสีผิว และสภาพผิวของตนเองเป็นหลักรวมถึงต้องมี อย.รับรองด้วย