
พี่เลี้ยง'สกว.'คว้ารางวัลสตรีดีเด่นวันสตรีสากล
พี่เลี้ยง 'สกว.'คว้ารางวัลสตรีดีเด่นผู้ประกอบอาชีพอิสระชายแดนใต้ วันสตรีสากล
24มี.ค.2557ตามที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้ให้การสนับสนุนทุนการทำวิจัยและพัฒนาโครงการ “โครงการเศรษฐกิจแบบพึ่งพาตนเองในสภาวะความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้” หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “กองทุนเฮาะกีตอ” โดยมี ดร.เมตตา กูนิง จากมหาวิทยาสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นหัวหน้าโครงการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการสร้างกลไกพัฒนาการบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วมของชุมชนผ่านการร่วมคิด ร่วมทำ ติดตาม และเยียวยาให้กำลังใจ เพื่อแก้ปัญหาของกลุ่มเป้าหมายอันได้แก่ สตรีหม้าย สตรียากไร้ เด็กกำพร้า และเยาวชน ในพื้นที่จังหวัดสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้กระบวนการพี่เลี้ยง ในการติดตามดูแล ให้คำปรึกษาด้าน การประกอบอาชีพให้แก่ผู้ได้รับทุนนั้น
ล่าสุดเนื่องในโอกาส วันสตรีสากล ประจำปี 2557 กระทรวงแรงงานได้จัดกิจกรรมการคัดเลือกสตรีทำงานดีเด่นเพื่อยกย่องและประกาศเกียรติคุณสตรีทำงานในประเภทต่าง ๆ ได้แก่ สตรีผู้บริหาร/นักบริหารดีเด่น สตรีผู้ปฏิบัติการดีเด่น สตรีเครือข่ายการคุ้มครองแรงงานดีเด่น สตรีผู้ประกอบอาชีพอิสระดีเด่น ศิลปินสตรีดีเด่น สื่อมวลชนสตรีดีเด่น นักกีฬาสตรีดีเด่น และสตรีองค์กรพัมนาเอกชนดีเด่น ซึ่งโครงการ “กองทุนเฮาะกีตอ” ได้ส่งชื่อพี่เลี้ยงที่ได้รับทุนจากโครงการ คือ นางรัตนา ดือเระซอ เพื่อร่วมพิจารณาคัดเลือกให้ได้รับรางวัลในสาขา “สตรีผู้ประกอบอาชีพอิสระดีเด่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” ประจำปี 2557 นี้ด้วย โดยนางรัตนาได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้ได้รับรางวัลดังกล่าวและเข้ารับประทานโล่รางวัลจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในฐานะที่ สกว. เป็นหน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่านางรัตนาจะสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นคุณประโยชน์ให้เกิดแก่สังคมและประเทศชาติต่อไป
ทั้งนี้ นางรัตนาเป็นผู้ที่เคยได้รับทุนจากโครงการกิจกรรมทางเลือกฯ หรือโครงการ 5,000 เมื่อปี 2552 ด้านการจักสานก้านมะพร้าว พี่เลี้ยงกองทุนแม่ รับผิดชอบพื้นที่ตำบลบาราเซาะ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ในปี 2553 ได้รวมกลุ่มจักสานก้านมะพร้าวในนามกลุ่มมะกรูดหวาน และดำรงตำแหน่งเป็นประธานกลุ่มมะกรูดหวาน จนในปี 2554-ปัจจุบัน นางรัตนาได้หันมาพัฒนาผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ้าและดำเนินการจัดหาตลาดในการจำหน่ายด้วย โดยผู้ผลิตคือสมาชิกที่อยู่ในชุมชนซึ่งเป็นสตรีที่ทำงานอยู่กับบ้านและสามารถดูแลครอบครัวได้
สำหรับโครงการกองทุนเฮาะกีตอเป็นโครงการที่สนับสนุนทุนเพื่อการประกอบอาชีพทุนละ 5,000 บาท และคืนทุนภายในเวลา 3 ปีแบบไม่มีดอกเบี้ย เพื่อเสริมสร้างอาชีพที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและบริบทของแต่ละพื้นที่ สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน ด้วยวิธีการพัฒนากลไกการจัดการรูปแบบการสนับสนุนทุนสร้างกระบวนการทำงานร่วมกันผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ชุมชนร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมเรียนรู้ ร่วมติดตามผล โดยคาดหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและขยายผลภายหลังการดำเนินงานตามกิจกรรม ซึ่งนำไปสู่การแก้ปัญหาบนฐานความต้องการที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ที่สำคัญ คือ การเยียวยาทางจิตใจจากเพื่อนร่วมกิจกรรม ได้มีการพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยน ก่อให้เกิดความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน ตลอดจนได้มีพี่เลี้ยงบริหารโครงการหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “พี่เลี้ยง” ที่คอยให้คำปรึกษาหารือ ให้ข้อเสนอแนะจากการดำเนินกิจกรรม
หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือ ระบบการเยี่ยมเยียน ติดตาม และประเมินผลโดยพี่เลี้ยงในพื้นที่ สร้างกลไกการจัดการผ่านการพัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมของพี่เลี้ยง เริ่มตั้งแต่การคัดสรรพี่เลี้ยงที่มีจิตอาสา เป็นที่ปรึกษาของผู้รับทุนแบบ “เพื่อน” ปัจจุบันมีพี่เลี้ยง 31 คน รวมทั้งนางรัตนา ซึ่งได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านทักษะความรู้ สร้างแรงจูงใจ เสริมกระบวนการทำงานเป็นทีม เรียนรู้วิธีคิด และหาวิธีการใหม่ ๆ ในการหนุนกระบวนการทำงานให้มีความเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเรียกว่า “กระบวนการพี่เลี้ยง” ทำให้เกิดแนวคิดการบริหารจัดการกองทุนจากการออม ซึ่งจำแนกเป็นการออมเพื่อสวัสดิการ และกลุ่มบริหารเพื่อพัฒนารายได้
ทั้งนี้ การสร้างกระบวนการและพัฒนาศักยภาพพี่เลี้ยงถือเป็นกลไกทำงานที่ทำให้เกิดการรวมตัวกันเพื่อขับเคลื่อนงานสู่การทำงานเพื่อสังคม จากความสำเร็จของกระบวนการสนับสนุนทุนได้มีการขยายผลสู่หน่วยงานเครือข่าย โดยในปี 2556 โครงการความร่วมมือเพื่อยกระดับภาวะผู้หญิงด้านการพัฒนาอาชีพและตลาด ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนในการพัฒนาศักยภาพ สนับสนุนทุนให้แก่ผู้รับทุนกองทุนที่มีการรวมกลุ่มเพื่อประกอบอาชีพและสร้างความเข้มแข็งในระดับกลุ่ม ทำให้ผู้รับทุนและพี่เลี้ยงของโครงการเกิดการรวมกลุ่มผลิตผ้าคลุมผม ตำบลดอนทราย อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี รวมถึงมูลนิธิเพื่อการเยียวยาและสร้างความสมานฉันท์ชายแดนให้ (มยส.) ได้นำรูปแบบระบบการติดตามและประเมินผลโดยนักจิตวิทยาประจำโรงพยาบาลในพื้นที่เป็นพี่เลี้ยง และธนาคารโลกประจำประเทศไทยร่วมศึกษากระบวนการทำงานของโครงการเพื่อนำรูปแบบงานไปกำหนดนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพ ซึ่งมีบรรษัทการเงินระหว่างประเทศสนับสนุนทุนประกอบอาชีพรายบุคคลและรายกลุ่ม



