ไลฟ์สไตล์

มองผ่านเลนส์คม-ช่องว่างของประวัติศาสตร์

มองผ่านเลนส์คม-ช่องว่างของประวัติศาสตร์

24 มิ.ย. 2552

พักนี้ ใครที่ฟังเพลงของคุณพุ่มพวง ดวงจันทร์ แล้วอยากจะร้องไห้ ลองหันไปดูไปฟังเรื่องสวยๆ งามๆ ที่อื่นกันน่าจะดีกว่า

 ช่วงนี้มีคอนเสิร์ตถี่ยิบ แทบจะทุกสุดสัปดาห์ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ดูกันไม่หวาดไม่ไหว

 หลายคนออกปากชมคอนเสิร์ตจากค่ายแกรมมี่ ทั้งคราวของเจ๊ใหม่-ติ๊นา จนถึงเสก โลโซ เขาว่าจัดได้ดีเหลือเกิน  

 น่าเสียดายที่ไม่ได้ร่วมสนุกด้วย

 วันนี้ก็มีเสียงจากคนร่วมสมัยอย่าง คุณบุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์ ที่บอกเล่าความรู้สึก หลังจากดูคอนเสิร์ต จิตร ภูมิศักดิ์ ที่เพิ่งผ่านพ้นไปมาฝาก...

ถึง คุณนันทพร 

 ไม่ผิดหวังจริงๆ กับการได้ฟัง "ซิมโฟนี 80 ปี จิตรภูมิศักดิ์" ที่หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์เมื่อวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน ไม่ใช่เพราะเหมือนได้ย้อนยุคกลับไปฟังการขับขานเพลงของจิตร ภูมิศักดิ์ กลางสนามหญ้าหน้ามหาวิทยาลัยในช่วงหลังวันมหาปิติ 14 ตุลาคม

 หากเป็นเพราะบรรยากาศและอารมณ์ร่วมในการฟังซิมโฟนี 80 ปีจิตร ภูมิศักดิ์ครั้งนี้ต่างออกไปเกือบจะสิ้นเชิง

 จากเดิมที่เคยฟังด้วยด้วยความฮึกเหิม พลุ่งพล่านไปด้วยความเร่าร้อนและความมุ่งมั่นที่จะก้าวเดินตามรอยของจิตร ภูมิศักดิ์ ไม่ว่าจะเรื่องการแสวงหาการเรียนรู้ไม่หยุดหย่อน หรือการเป็นนักภาษาศาสตร์ผู้มีภาษาสละสลวย รวมทั้งการอุทิศชีวิตเพื่อสังคมที่ดีกว่า กลายเป็นการฟังเพลงด้วยอารมณ์ละเมียดละไม นุ่มนวล ดื่มด่ำไปกับเสียงอันไพเพราะของนักร้องวัยหนุ่มสาวและการบรรเพลงด้วยเสียงอ่อนนุ่มของวงดุริยางค์ซิมโฟนีแห่งมหาวิทยาศาสตร์มหิดล

 ใครเลยจะเชื่อว่าเพลงเพื่อชีวิตของจิตร ภูมิศักดิ์ จะผสานเป็นหนึ่งเดียวกันได้กับวงดุริยางค์ซิมโฟนี ที่บรรเลงเพลงปฏิวัติได้อย่างนุ่มนวล อ่อนหวาน ปราศจากอารมณ์กระแทกกระทั้นใดๆ โดยเฉพาะเพลง "เสียงเพรียกจากมาตุภูมิ" ที่ดิฉันไม่ได้ฟังมานานถึง 30 ปีแล้ว 

 นอกเหนือจากเพลง "แสงดาวแห่งศรัทธา" ไม่ว่าจะเรื่องของความหมายที่กินใจ และความงดงามของภาษา แต่วงดุริยางค์ซิมโฟนีของ ม.มหิดล สามารถบรรเลงเพลงนี้ในจังหวะแทงโก้ได้อย่างสุดแสนไพเราะยากจะพรรณนา จนดิฉันอดอุทานไม่ได้ว่า "นี่เป็นเพลงปฏิวัติโรแมนติก" นี่หว่า

 เพลงนี้เพียงเดียวก็สุดจะคุ้มแล้ว ไม่ต้องพูดไกลไปถึงบทเพลงรวม 25 เพลงที่นำมาขับขาน แต่น่าแปลก เด็กรุ่นหลังอย่างหลานๆ ที่มาฟังเป็นเพื่อนกลับไม่สนุกหรือเคลิบเคลิ้มตามไปด้วย แถมยังตั้งคำถามว่าทำไมมีแต่เพลงปฏิวัติ

 ทำให้ดิฉันฉุกคิดขึ้นมาทันทีว่านี่คือช่องว่างทางประวัติศาสตร์

 คนที่มีอารมณ์ร่วมไปกับเพลงของจิตร ภูมิศักดิ์ จะต้องมีภูมิหลังรู้ประวัติศาสตร์ในยุคเผด็จการได้พอควร ไม่เช่นนั้นก็จะไม่เข้าใจว่าทำไมจิตร ภูมิศักดิ์ จึงแต่งแต่เพลงปฏิวัติ โดยคนรุ่นใหม่รู้จักเพียงเพลงสองเพลง หนึ่งในนั้นก็คือเพลง "แสงดาวแห่งศรัทธา"

 ทั้งๆ ที่บทเพลงของจิตร ภูมิศักดิ์ เป็นเพลงที่ไม่มีวันตายและทันสมัยตลอดกาล ตราบใดที่สังคมไทยยังย่ำเท้าอยู่กับที่ แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย  ทุกวันนี้ชาวนาก็ยังต้องทนหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน ส่วนผู้ใช้แรงงานที่ยังถูกเอารัดเอาเปรียบวันยังค่ำ ขณะที่ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนทวีความรุนแรงมากขึ้น
 
 แรกๆ ก็ดูเหมือนคุณบุญรัตน์จะเคลิบเคลิ้มไปกับการ "ปฏิวัติโรแมนติก จิตร ภูมิศักดิ์" ไปไหงไปๆ มาๆ กลับลงท้ายด้วยความพลุ่งพล่านไปซะแล้วล่ะ

 นันทพร ไวศยะสุวรรณ์