
เทศกาลวัดเทวราชกุญชรนมัสการพระพุทธเทวราชปฏิมากรขอพรพระบรมสารีริกธาตุ
เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในเขตกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตดุสิต ร่วมกับวัดเทวราชกุญชร วรวิหาร จัดงาน เทศกาลวัดเทวราชกุญชร ๒๕๕๒ ขึ้นเป็นปีที่ 3
ทั้งนี้ เมื่อไม่กี่วันมานี้ ทางวัดได้จัดงานสมโภชพระบรมสารีริกธาตุ ที่พระเทพคุณาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร วรวิหาร พร้อมด้วยคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน ได้เดินทางไปยังประเทศศรีลังกา และเข้านมัสการพระมหาสังฆนายก ทิพพะตุวาเวศรีสิทธารถะ สุมังคละมหาเถระ ณ วัดมัลวะตะ มหาวิหาร เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา และได้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ ชั้น 2 พิพิธภัณฑ์สักทอง ในชั้นเดียวกันนี้ยังมีพระพุทธรูปปั้นไฟเบอร์กลาส (หุ่นขี้ผึ้ง) เท่าพระองค์จริงพร้อมพระรูปและพระประวัติของสมเด็จพระสังฆราชทั้ง 18 พระองค์ ที่เปิดให้ประชาชนได้ไหว้พระ สักการะขอพรเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
อิ่มบุญ อิ่มใจ ไปความงดงามทางสถาปัตยกรรมของอาคารต่างๆ ทั้งภายในพระอุโบสถ และสักการะ พระพุทธเทวราช ปฏิมากร ซึ่งเป็นพระประธานในพระอุโบสถ และความงดงามทางจิตรกรรมฝาผนัง มณฑปจัตุรมุข ศาลาการเปรียญทรงไทย และหมู่อาคารอื่นที่เป็นเรือนไทยประยุกต์ ลักษณะทรงปั้นหยาที่มีความสวยงาม พร้อมเพลิดเพลินกับการแสดงศิลปวัฒนธรรม และมหรสพไทยที่หาชมยาก อาทิ แสง สี เสียงและสื่อผสม ชุด “เทิดพระบรมสารีริกธาตุ เทวราชกุญชรนฤมิต” ที่นำเสนอพุทธประวัติ และที่มาของพระบรมสารีริกธาตุ และการอัญเชิญมาให้สักการะ เป็นเนื้อนาบุญแห่งวัดนี้
ยังมี การแสดงหุ่นกระบอกออกตัว การแสดงหุ่นสาย (โดย คณะหุ่นสายเสมา) การแสดงหนังใหญ่(วัดขนอน) การบรรเลงดนตรีไทย การสาธิตงานฝีมือไทย (จาก วิทยาลัยในวังชาย วิทยาลัยในวังหญิง และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตโชติเวช) พร้อมการแสดงอัญมณีเครื่องประดับอันล้ำค่า อย่าง มังกรทองคำ น้ำหนัก 15 กิโลกรัม, แหวนนพเก้า 9 สี, พลอยประจำราศี, พลอยบุษราคัมเจียระไน 35 กะรัต, ไข่มุก, ทองคำ, เพชร, เครื่องเงินประดับอัญมณี ฯลฯ
แม้ว่างานเทศกาลวัดเทวราชกุญชรฯ จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าสักการะ ไหว้พระ ขอพร และชมพิพิธภัณฑ์สักทองได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น.
การเดินทาง
รถประจำทางที่ผ่านสาย 3, 9, 16, 19, 30, 32, 33, 43, 64, 65 และ 110
หรือทางเรือ ที่ท่าน้ำเทเวศร์
พิพิธภัณฑ์สักทอง เริ่มต้นก่อสร้าง ในปี พ.ศ. 2549 ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามมากอีกแห่งหนึ่ง เป็นทรงปั้นหยาประยุกต์ 2 ชั้น กว้าง 16.75 เมตร ยาว 30.15 เมตร มีเนื้อที่ชั้นละประมาณ 505 ตารางเมตร รวม 2 ชั้น มีเสาขนาดใหญ่ขนาด 2 คนโอบ ถึง 59 ต้น เดิมเป็นบ้านไม้สักทองหลังใหญ่ ชื่อว่า “บ้านแก้ว” เป็นบ้านที่รวมไม้เก่าที่ใช้ปลูกบ้านอยู่อาศัยมานานหลายปี เป็นไม้สักทองที่ปลูกอยู่ทางภาคเหนือ จำนวน 11 หลัง มาปลูกเป็นบ้านหลังเดียว ต่อมา บ้านแก้ว อยู่ในความครอบครองของนาวินปาร์ค รังสิต ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
ต่อมา ศ.ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน ประธานโครงการบูรณะพระอาราม และท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน รองประธานโครงการ ได้มีจิตศรัทธาถวายบ้านสักทองหลังนี้แก่วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร เพื่อดำเนินการสร้างเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ไม้สักทอง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การอนุรักษ์ เป็นศูนย์เผยแพร่ความรู้ทางด้านพระพุทธศาสนา และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ใน พ.ศ. 2549 และทรงพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในปี พ.ศ. 2540 โดยเริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2549 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2551 รวมค่าก่อสร้างทั้งสิ้น 110 ล้านบาท



