ไลฟ์สไตล์

สกว.ระดมสมองขับเคลื่อนงานวิจัยมนุษย์-สังคม-ศิลปกรรม

สกว.ระดมสมองขับเคลื่อนงานวิจัยมนุษย์-สังคม-ศิลปกรรม

22 มี.ค. 2557

สกว.ระดมสมองขับเคลื่อนงานวิจัยมนุษย์-สังคม-ศิลปกรรม

             22มี.ค.2557 ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นประธานเปิดการประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อพัฒนาการวิจัยด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรม ณ ห้องประชุม สกว. เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนักวิจัยที่กำลังขอทุนนักวิจัยรุ่นใหม่และนักวิจัยรุ่นกลาง อีกทั้งขอความร่วมมือในการดำเนินการส่งเสริมศักยภาพของการวิจัย ตลอดจนสร้างประชาคมวิจัยทางวิชาการด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรม โดยมีเมธีวิจัยอาวุโสและผู้ทรงคุณวุฒิประมาณ 20 คน ร่วมเสนอความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางการดำเนินการ

             สืบเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนนักวิจัยในสาขาข้างต้นและมีจำนวนโครงการล่าช้าเพิ่มมากขึ้น ฝ่ายวิชาการ สกว. จึงได้การจัดประชุมขึ้นเพื่อเป้าหมายในการเพิ่มปริมาณการสร้างนักวิจัยให้มีจำนวนมากขึ้นและผลงานวิจัยมีคุณภาพที่ดีขึ้น โดยจะเพิ่มการสนับสนุนทุนวิจัยจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 30 ในอนาคตอีก 4 ปีข้างหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ สกว. ซึ่งผู้อำนวยการ สกว. ระบุว่านโยบายของ สกว. ต่อการพัฒนางานวิจัยด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรม ในทศวรรษที่ 3 มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาประเทศ ดังนั้นโจทย์ของประเทศและการให้ทุนวิจัยจึงคาดหวังว่าจะนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน เกิดผลงานวิจัยที่สร้างการแข่งขันพร้อมกับมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และลดการเหลื่อมล้ำทางสังคม

             สกว.มองเห็นถึงความสำคัญของกลุ่มวิชาการเหล่านี้ เนื่องจากประเทศไทยมีปัญหาด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และชุมชนสังคมเป็นอย่างมาก การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างเดียวคงไม่สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้ อีกทั้งมีนักวิจัยในกลุ่มนี้จำนวนน้อย ดังนั้นยุทธศาสตร์ใหม่จะจัดสรรทุนวิจัยเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอัตราส่วน 30:70 แต่ในทางปฏิบัติมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนทุน ซึ่งขณะนี้ทุนวิจัยในสาขาเหล่านี้มีงบประมาณปีละ 25 ล้านบาท และงบประมาณจาก วช. อีก 20 ล้านบาท และคาดว่าจะสมทบทุนวิจัยของ สกว. ในกรอบวิจัยเชิงประเด็นที่เกี่ยวข้องในด้านคุณธรรมจริยธรรม ปัญหาคอร์รัปชั่น ความเหลื่อมล้ำทางสังคมอีกอย่างน้อย 20 ล้านบาท รวมเป็นงบประมาณทั้งสิ้น 65 ล้านบาท

             นอกจากนี้ฝ่ายที่ให้สนับสนุนทุนวิจัยมิได้มีข้อจำกัดที่จะให้ทุนในสัดส่วนที่น้อย หากแต่ข้อเสนอโครงการที่ส่งมาขอรับทุนมีจำนวนไม่มาก และผ่านการประเมินน้อย ดังนั้นเวทีนี้จึงจะเป็นการระดมสมองในการเพิ่มปริมาณและคุณภาพนักวิจัยในสาขาดังกล่าว เพื่อให้เกิดผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและนำไปใช้ประโยชน์แก่ประเทศชาติได้ ภายใต้กลไกการให้ทุนของฝ่ายวิชาการและฝ่ายโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ซึ่งหวังว่าจะตอบสนองยุทธศาสตร์ใหม่ของ สกว. และเกิดงานวิจัยที่ดีแก่ประเทศไทย

             สำหรับแนวทางและวิธีการสร้างประชาคมวิจัยด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรม ตลอดจนวิธีการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนักวิจัยที่กำลังจะขอทุนวิจัย สกว. ในเบื้องต้น ศ. ดร.เจตนา นาควัชระ กล่าวว่า แนวทางและวิธีการสร้างประชาคมวิจัยสาขาเหล่านี้อยากจะขอพึ่งพาสติปัญญาและประสบการณ์ของเมธีวิจัยอาวุโส สกว. อาศัยความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกประชาคมวิจัยด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรม ให้มีเวทีกลางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนักวิจัย และการสื่อสารกับคนจำนวนมากนอกรั้วมหาวิทยาลัย โดยเพิ่มจำนวนครั้งของการจัดเวทีวิจัยมนุษยศาสตร์ให้มีความต่อเนื่องและบ่อยครั้งขึ้น

             ทั้งนี้ปัญหาที่พบบ่อยคือ นักวิจัยที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมีภาระงานค่อนข้างมาก และต้องทำงานหลายด้าน อีกทั้งปัญหาเฉพาะสาขาวิชา ระดับปริญญาเอกในมหาวิทยาลัยหลายแห่งมุ่งเน้นการเรียนทฤษฎีมากกว่าเนื้อหา ทำให้การวิจัยไม่เน้นเนื้อหาเท่าที่ควร ส่วนผลงานวิจัยที่ได้รับนักวิจัยนิยมเขียนหนังสือเล่มมากกว่าบทความ เพราะรูปแบบที่ใช้กันอยู่ในวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่ใช่บทความวิชาการของมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ดังนั้นจึงควรปรับหลักเกณฑ์เงื่อนไขการรับทุนและคุณสมบัติให้เอื้อต่อลักษณะวิชาดังกล่าว

             นอกจากนี้ยังปัญหาอื่น ๆ ที่แก้ไขได้ยาก โดยเฉพาะความไม่พร้อมในการเสนอชื่อผู้รับทุนกลุ่มวิจัย หรือเมธีวิจัยอาวุโส สกว. บางสาขามีช่องว่าง 20 ปีขึ้นไป หาตัวตายตัวแทนไม่ได้หรือไม่ยอมลงจากเวที ซึ่งเป็นปัญหาวิกฤตมาก ทั้งที่เป็นช่วงที่คนมีวุฒิภาวะทางวิชาการและทางปัญญา โครงสร้างประชากรยังมีช่องว่างที่ต้องช่วยกันเติมเต็ม รวมถึงการนำวิชาการที่สั่งสมกันมาผสานกับการถ่ายทอดประสบการณ์ในรูปของงานวิชาการได้ ไม่ใช่วิชาการที่อยู่บนหิ้งแต่สามารถทำประโยชน์ให้แก่สังคมได้ ขณะเดียวกันสาขาเหล่านี้มีผู้เชี่ยวชาญน้อย โอกาสที่จะมีผู้ประเมินวินิจฉัยคุณภาพของงานวิจัยได้อย่างถูกต้องจึงอาจเกิดข้อผิfพลาดได้ ซึ่งผู้บริหาร สกว.ได้พยายามปรับปรุง และเชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญมาร่วมพิจารณามากขึ้น

             ทั้งนี้ที่ประชุมส่วนใหญ่มีความเห็นว่าปัจจุบันคนเก่งมีโอกาสทำงานที่ได้ผลตอบแทนทางการเงินจากแหล่งอื่นมากกว่าการทำงานเพื่อสาธารณะ โดยเฉพาะนักวิชาการที่มีบทบาทในการสนับสนุนทางการเมือง อีกทั้งนักวิชาการมีความรู้แต่ในทางทฤษฎีแต่ไม่สามารถประยุกต์กับสภาพความเป็นจริงในสังคมไม่ได้ โอกาสที่จะทำงการวิจัยให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยจึงน้อยลง

             ดังนั้นการสนับสนุนทุนวิจัยจึงควรเน้นที่คุณภาพของนักวิจัยมากกว่าปริมาณเพื่อให้ได้นักวิจัยที่มีความสามารถและมีผลงานวิจัยที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง รวมทั้งต้องมีกระบวนการเฟ้นหานักวิจัยที่ดีอย่างต่อเนื่อง และเห็นด้วยกับการให้มีโอกาสนำเสนอผลงานเช่นเดียวกับโครงการเจียระไนเพชร ซึ่งจัดเป็นกลุ่มเล็กและมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมารับฟังข้อเสนอโครงการและให้ข้อเสนอแนะแก่นักวิจัยรุ่นใหม่ อีกทั้งควรสนับสนุนการวิจัยของประเทศในเชิงวิชาการพื้นฐานและการทำวิจัยต่อเนื่องในระยะยาวเพื่อสร้างคน อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและคนทุกกลุ่มมากกว่า