ไลฟ์สไตล์

 สมศ.ใช้คะแนน'โอเน็ต วีเน็ต ยูเน็ต'ประเมินสถานศึกษา

สมศ.ใช้คะแนน'โอเน็ต วีเน็ต ยูเน็ต'ประเมินสถานศึกษา

19 มี.ค. 2557

สมศ.ใช้คะแนนโอเน็ต วีเน็ต ยูเน็ต เป็นตัวบ่งชี้ประเมินสถานศึกษา รอบ 4 ชี้คุณภาพศิษย์ดูเฉพาะการสอบอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูองค์รวมทั้งสุขภาพกาย จิตใจ และสติปัญญา

              19 มี.ค.2557ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือถึงการนำผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา หรือวีเน็ต และการทดสอบตามมาตรฐานการอุดมศึกษา หรือยูเน็ต มาเป็นตัวบ่งชี้ในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (ปีงบประมาณ 2559-2563) เมื่อเร็วๆ นี้ ว่าที่ประชุมเห็นว่าควรนำผลการทดสอบต่างๆ เหล่านี้มาใช้ เพราะต่อให้มีเสียงจากสังคมว่าโอเน็ตไม่ได้สะท้อนคุณภาพของนักเรียนที่แท้จริง ข้อสอบไม่ได้มาตรฐาน แต่ที่ประชุมเห็นว่า เรื่องข้อสอบสามารถพัฒนาได้ และ สทศ.ก็รับที่จะไปพัฒนาและยกระดับคุณภาพมาตรฐานของการจัดทดสอบต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น เป็นที่ยอมรับของสังคม ส่วนจะใช้ผลโอเน็ต วีเน็ต และยูเน็ตในสัดส่วนเท่าใดนั้น คงต้องพิจารณาอีกครั้ง เพราะการดูคุณภาพของศิษย์จะดูเฉพาะการสอบอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูองค์รวมทั้งสุขภาพกาย จิตใจ และสติปัญญา

              อย่างไรก็ตาม สทศ.เป็นหน่วยงานกลางที่จัดทำข้อสอบ จึงทำให้คะแนนที่ออกมามีความเที่ยง แม้มาตรฐานข้อสอบจะมีคำถาม แต่ข้อสอบก็เป็นฉบับเดียวกันทั้งประเทศ ถ้าจะเบี้ยวก็เบี้ยวเหมือนกันหมด แต่ก็ทำให้รู้คะแนนในภาพรวมได้ ส่วนการที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กำลังปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยลดจาก 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เหลือ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้นั้น  สทศ.รับปากจะจัดสอบให้เหลือ 6 วิชา และสมศ.ก็จะปรับเกณฑ์ให้เหมาะสมกับในอนาคตต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับหลักสูตร แต่การประเมินฯรอบสี่ยังคงเน้นเรื่องการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ แก้ปัญหา และสร้างสรรค์ ซึ่ง สทศ. จะแยกคะแนนในส่วนเหล่านี้ให้ด้วย

              ผอ.สมศ.กล่าวต่อว่า สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั้งรัฐและเอกชน จะใช้ผลวีเน็ต ผลการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ หรือวีคิว และกรอบมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ หรือวีคิวเอฟ โดยเอาคะแนนแต่ละส่วนมาเป็นตัวบ่งชี้  ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดสัดสวย ขณะที่สถาบันอุดมศึกษาจะใช้ผลยูเน็ตเป็นตัวบ่งชี้  ทั้งนี้  กลุ่มโรงเรียนนานาชาติ ได้เสนอให้มีการจัดสอบวัดความเป็นไทย หรือ ไทยเนส ซึ่งสมศ.จะใช้เป็นตัวบ่งชี้ในการประเมิน ซึ่งสทศ.ยินดีให้บริการจัดสอบให้ แต่ทางสถานศึกษา หรือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดสอบ

 

สพฐ.ยันข้อสอบกลางไม่ซ้ำซ้อนโอเน็ต


            นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ  เปิดเผยภายหลังหารือเรื่องการนำผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(โอเน็ต) ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) (องค์การมหาชน)และหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัด  ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงการใช้คะแนนโอเน็ต และข้อสอบกลางมามีผลต่อการเลื่อนชั้นของนักเรียน โดยคะแนนโอเน็ต ที่ผ่านมาศธ.ออกประกาศแนวปฎิบัติการนำคะแนนโอเน็ต ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กับผู้เรียนระดับชั้นป.6 และม.3 โดยกำหนดสัดส่วนคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรของโรงเรียนต่อ คะแนนโอเน็ต อยู่ที่ 80: 20 เริ่มมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2555 และเพิ่มเป็น70:30  ในปีการศึกษา 2557 และขยับเป็น 50:50 ในปีการศึกษา 2558  ตนก็ยืนยันตามประกาศเดิม โดยทางสพฐ.จะส่งหนังสือเวียนเพื่อทำความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศอีกครั้ง  
            
            อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นว่าการใช้โอเน็ตเลื่อนชั้น ไม่ขัดแย้งกับการจัดสอบกลางที่จะใช้กับนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 2, ป.4 ป. 5และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 2 อย่างที่หลายฝ่ายแสดงความห่วงใยในเรื่องนี้ว่า การจัดสอบอาจจะมีความซ้ำซ้อน และทำเด็กสอบที่มากเกิน   ซึ่งจากการหารือมีข้อสรุปตรงกันว่า การจัดสอบกลาง ไม่ทำให้เด็กสอบมากขึ้น เพียงแต่การสอบปลายภาค เปลี่ยนจากใช้ข้อสอบที่ออกโดยโรงเรียน มาเป็นข้อสอบที่ออกโดยส่วนกลาง ส่วนปัญหาเรื่องความเหลื่อล้ำของโรงเรียนแต่ละระดับ ตอนนี้เหลื่อมล้ำมีอยู่แล้ว ซึ่งข้อสอบกลางจะทำให้สามารถรู้ปัญหาและพัฒนาได้ตรงจุดมากขึ้น   นอกจากนั้น ตนได้มอบหมายให้สพฐ.และสทศ.ไปส่งหนังสือเวียน ทำความเข้าใจกับโรงเรียนต่างๆ เพื่อให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น  นอกจากนั้น จัดเสวนา โดยเชิญตัวแทนสทศ.คณบดีคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของระบบการทดสอบวัดผลของระบบการศึกษาของประเทศไทย