ไลฟ์สไตล์

ปลุกชีพงานศิลป์เพิ่มค่าศิลปินไทย

ปลุกชีพงานศิลป์เพิ่มค่าศิลปินไทย

20 มี.ค. 2557

ศิลปวัฒนธรรม : ปลุกชีพงานศิลป์เพิ่มค่าศิลปินไทย

 
                    ในประเทศต่างๆ ที่มีประวัติมายาวนาน "ศิลปะ" นับได้ว่าเป็นการสืบสานวัฒนธรรมของประเทศแขนงหนึ่ง และประเทศไทยเองมีจิตรกรฝีมือดี ทว่าพื้นที่หรือเวทีสำหรับจัดแสดงฝีไม้ลายมือเพื่อให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาประชาชนทั้งในและต่างประเทศกลับยังมีอยู่น้อยเหลือเกิน เมื่อตระหนักถึงความแร้นแค้นในข้อนี้ สองผู้บริหารระดับบิ๊กแห่งบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน)  ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ และ ณินทิรา โสภณพนิช ออกตัวเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ จัดรายการประกวด "จิตรกรรมเอเซีย พลัส" มาต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 โดยมีศิลปินรุ่นลายครามอย่าง อ.ถวัลย์ ดัชนี, อ.อิทธพล ตั้งโฉลก, อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, อ.สมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ ฯลฯ ร่วมด้วยช่วยคัดเลือกและตัดสินให้รางวัล เพื่อเป็นกำลังใจให้ศิลปินมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่ดี อีกทั้งยังหวังช่วยปลุกกระแสความนิยมในงานศิลป์ของไทยให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง เป็นการเพิ่มคุณค่าในงานของศิลปินไทยในทางอ้อมไปในตัว
 
                    ในงานแถลงข่าวจัดการประกวด ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องเทรนนิ่ง ชั้น 3 บมจ.หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส อาคาร สาธรซิตี้ ทาวเวอร์ ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ กล่าวว่า เมื่อมองว่างานเมื่อศิลปะคือการสืบสานวัฒนธรรมของประเทศ ก็อยากให้คนไทยช่วยกันสนับสนุน ช่วยกันสะสมงานของศิลปินในบ้านเราด้วย ถ้าคนไทยไม่สะสมหรือสะสมน้อยโอกาสที่ผลงานจะเผยแพร่หรือไหลลื่นไปยังประเทศต่างประเทศก็มีโอกาสเป็นไปได้น้อย อย่างภาพเขียนของศิลปินอินโดนีเซียเป็นที่ต้องการของนักสะสมต่างประเทศ ก็เพราะว่าคนในชาติสะสมจนเป็นที่แพร่หลาย เราก็อยากเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นในประเทศไทย ฉะนั้นจุดประสงค์ของการจัดประกวด ก็เพื่อส่งเสริมให้ศิลปินไทยมีเวทีแสดงออก ให้คนไทยด้วยกันเองคำนึงถึงความสำคัญที่มาช่วยส่งเสริมงานเขียนให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวต่างประเทศ โดยจัดประกวดปีครั้ง ส่วนหัวข้อก็เปลี่ยนไปทุกปี สำหรับปีนี้กำหนดหัวข้อ "ลีลาแสงและสี"
 
                    ด้านจิตรกรแห่งล้าน อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ กล่าวถึงข้อดีของการกำหนดหัวข้อว่า เป็นเหมือนกับบังคับให้มีการพัฒนางาน เพราะการบังคับสู่การเปลี่ยนแปลง เมื่อเปลี่ยนแปลงก็ก้าวไปสู่การพัฒนา ซึ่งในชีวิตของศิลปินคนหนึ่ง ต้องเห็นการเปลี่ยนแปลงบ้าง
 
                    "สิ่งที่คณะกรรมการตั้งหัวข้อให้ต่างจากการประกวดทั่วไป เพราะต้องการฉีกแนวของการวาดรูปให้ผู้เข้าประกวดทำตามหัวข้อเพื่อให้ศิลปินได้เปลี่ยนแปลงงานเขียนของตัวเอง นอกจากนี้ค่าของผลงานศิลปะที่สมบูรณ์ ต้องประกอบด้วย รูปทรง เส้น สี แสง น้ำหนัก พื้นผิว ลีลา (อารมณ์) ยกตัวอย่าง อ.สมศักดิ์ ถนัดเขียนรูปยักษ์ประชดประชันสังคม เหน็บแนม แต่ว่าไม่ได้เน้นเรื่องแสงสีเท่าไหร่ แต่อย่าลืมว่าแสงสีเป็นค่าของงานศิลปะอย่างหนึ่ง เมื่อผลงานของ อ.สมศักดิ์ มีเรื่องราวครบครันแต่ไม่เน้นการนำเสนอเรื่องแสงและสีเป็นองค์ประกอบ ในทางกลับกันหาก อ.สมศักดิ์ ต้องการส่งผลงานเข้าประกวดครั้งนี้ก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องแสงและสี หากไม่เช่นนั้นก็ไม่ผ่านการคัดเลือก และสิ่งสำคัญของการกำหนดหัวข้อ นั่นคือศิลปินมีโอกาสได้เปลี่ยนแปลงงานของตัวเองและเมื่อมีการเปลี่ยนก็ย่อมส่งผลให้ฝีมือพัฒนาขึ้น แต่ข้อควรระวังต้องไม่หลงลืมแนวทางของตัวเอง นี่เองคือเบื้องลึกของการกำหนดหัวข้อการประกวด" อ.เฉลิมชัยในแนวทาง
 
                    หนึ่งในโต้โผจัดงานทั้งยังรั้งตำแหน่งคณะกรรมการตัดสินรูปภาพ ณินทิรา โสภณพนิช เผยว่า โครงการนี้เปิดกว้างให้สถาบันการศึกษาต่างๆ ประชาชน ศิลปินและผู้ทำงานในแวดวงศิลปะ ได้ส่งผลงานจิตรกรรมภายในแนวคิด "ลีลาแสงและสี"  ขณะเดียวกันก็อยากเห็นภาพที่มีมิติเคลื่อนไหว อาจจะเป็นลมพัด ใบไม้ปลิว น้ำกระเพื่อม คนเต้นรำ อีกทั้งอยากเห็นสีสันที่สดใสเป็นภาพที่มีความสดชื่นสวยงาน ใช้เทคนิคการเล่นแสงและเงา นอกจากนี้ยังเปิดอิสระให้ศิลปินได้ใช้จินตนการอย่างเต็มที่ในส่วนของกลวิธีและเรื่องราวของเนื้อหาสาระที่แสดงออก
 
                    ทั้งนี้ อ.สมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ เผยถึงเงื่อนไขของการส่งผลงานเข้าประกวดว่า ครั้งนี้จึงกำหนดพื้นที่ไว้ขนาด 150x200 เซนติเมตร (ไม่รวมกรอบ) เพื่อให้ศิลปินได้สร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเต็มที่ โดยศิลปินแต่ละคนมีสิทธิ์ส่งผลงานเข้าประกวดคนละไม่เกิน 2 ภาพ นอกจากนี้ผลงานนั้นต้องไม่เคยประกวดที่ใดมาก่อน และเป็นผลงานจิตรกรรม 2 มิติ ใช้สีอะคริลิก สีน้ำมัน หรือสื่ออิสระบนผ้าใบ โดยจะเปิดรับผลงานระหว่างวันที่ 2-6 มิถุนายน เวลา 09.00-17.00 น. และจะประกาศผลการตัดสินภายในวันที่ 30 มิถุนายน ผ่านทางเว็บไซต์ www.asiaplus.co.th ส่วนรางวัลแบ่งออกเป็น รางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล และรางวัลดีเด่น 5 รางวัล