ไลฟ์สไตล์

ผลโอเน็ตสะท้อนร.ร.สอนแบบท่องจำ!

ผลโอเน็ตสะท้อนร.ร.สอนแบบท่องจำ!

18 มี.ค. 2557

ปธ.คณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ 16 สถาบัน ชี้คะแนนโอเน็ต ป.6 และ ม.3 สะท้อนโอเน็ตเน้นคิดวิเคราะห์ ร.ร.ยังสอนแบบท่องจำ เด็กสอบมากจนเหนื่อยล้า เบื่อหน่าย

 
                           18 มี.ค. 57  รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ในฐานะ ประธานที่ประชุมสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย กลุ่ม 16 สถาบัน กล่าวถึงผลสอบการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) นักเรียน ป.6 และ ม.3 ตามที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ประกาศผล พบว่า คะแนนสอบโอเน็ตชั้น ป.6 มีผู้สอบได้ 0 คะแนนทุกกลุ่มสาระ ขณะที่คะแนนเฉลี่ยผ่านร้อยละ 50 เพียง 2 วิชา ได้แก่ กลุ่มสาระพลานามัย สุขศึกษา และกลุ่มสาระการงานอาชีพ ส่วน ม.3 มีผู้สอบได้ 0 คะแนน 6 กลุ่มสาระ และมีคะแนนเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 50 เพียงวิชาเดียว คือ กลุ่มสาระพลานามัย สุขศึกษา ว่า คะแนนโอเน็ตสะท้อนให้เห็นถึงระบบการจัดการเรียนการสอน ระบบการบริหารหลักสูตร และระบบการวัดและประเมินผลที่ไม่สอดคล้องกัน ทำให้เห็นว่า ข้อสอบของ สทศ.เป็นข้อสอบเน้นคิดวิเคราะห์ แต่การเรียนการสอนและการวัดประเมินผลของโรงเรียนเน้นการท่องจำ และเมื่อใกล้สอบโอเน็ต ก็จะมีการติวข้อสอบเด็ก ผลการสอบจึงออกมาในรูปแบบดังกล่าว ขณะเดียวกันพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของนักเรียน ป.6 ที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น ส่วน ม.3 ก็เป็นวัยรุ่น ทำให้เด็กไม่มีความเอาใจใส่กับการสอบมากเท่าที่ควร นอกจากนั้น โรงเรียนมีการสอบเก็บคะแนน สอบกลาง สอบปลายภาค ทำให้เด็กเกิดความเหนื่อยล้า เบื่อกับการสอบที่มากเกินไป
 
                           ทั้งนี้ การนำผลคะแนนโอเน็ต ป.6 มีส่วนต่อการสอบเข้าเรียนต่อชั้น ม.1 เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เด็กตั้งใจทำข้อสอบนั้น ใช้ได้ผลกับเด็กในเมืองใหญ่ที่มีการแข่งขันสูง แต่ใช้ไม่ได้กับเด็กในโรงเรียนชนบทห่างไกล รวมถึงเด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรมในโรงเรียนขนาดใหญ่ที่ไม่อยากเรียนต่อ ก็ไม่ตั้งใจสอบเช่นกัน ดังนั้น แนวทางแก้ไข ตนคิดว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องหารือร่วมกัน โดยเฉพาะเรื่องการสอบในโรงเรียนกับการสอบโอเน็ตที่เน้นแตกต่างกัน การวัดประเมินผลในโรงเรียน 8 กลุ่มสาระ ซึ่งมีลักษณะการสอบที่คล้ายกัน สอบบ่อย ส่งผลให้เด็กเบื่อหน่าย จะหาทางแก้ไขอย่างไร และการที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. จะนำคะแนนโอเน็ตไปใช้ในการประเมินครู และประเมินผลโรงเรียน ก็ทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่ตื่นเต้นกับการสอบโอเน็ตมากกว่าเด็ก ส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาดบางอย่างกับการสอบหรือไม่เรื่องเหล่านี้ต้องหาคำตอบให้ได้
 
                           ก่อนหน้านี้ นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ข้อสอบโอเน็ตในปีนี้นั้นเน้นการคิดวิเคราะห์ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าการเรียนการสอนในห้องเรียนปัจจุบันไม่ได้เน้นให้เด็กคิดและวิเคราะห์เป็น และเด็กบางส่วนยังอ่านภาษาไทยไม่คล่อง โดยข้อสอบแบบคิดวิเคราะห์มีโจทย์คำถามที่ยาวมาก ดังนั้นเมื่ออ่านไม่เข้าใจก็ไม่สามารถหาคำตอบที่ถูกต้องได้ 
 
                           ขณะเดียวกันการสอนของครูจะสอนให้เด็กท่องจำมากกว่าและเมื่อข้อสอบออกมาไม่เหมือนกับที่เรียน เด็กก็ทำไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนในห้องเรียนที่เน้นให้เด็กคิดวิเคราะห์เป็นมากขึ้น และมั่นใจว่าการสอบโอเน็ตในปีการศึกษาหน้า เด็กจะมีผลคะแนนที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน