ไลฟ์สไตล์

สังคายนาแนวทางพัฒนาครูยาง

สังคายนาแนวทางพัฒนาครูยาง

17 มี.ค. 2557

สังคายนาแนวทางพัฒนาครูยาง หวั่นวิกฤติผู้นำเกษตรกรยุคเออีซี : ดลมนัส กาเจ ... รายงาน

 
                          หลังจากที่ราคายางพารากระเตื้องขึ้นไปแตะที่ กก.ละกว่า 100 บาท ตั้งแต่ปี 2546 ทำให้การขยายพื้นที่ปลูกยางพาราในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ปัจจุบันราคายางพาราตกต่ำก็ตาม แต่เกษตรกรก็ยังขยายพื้นที่ปลูกยางพาราอย่างต่อเนื่อง เพราะเกษตรกรมั่นใจว่าจะมีรายได้ดีกว่าการปลูกพืชอย่างอื่น จะเห็นจากตัวเลขจากสถาบันวิจัย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่าในปี 2552 มีการปลูกยางพาราทั่วประเทศ 17,254,317 ไร่ แต่พอปี 2554 มีพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งประเทศ 18,461,231 ไร่ โดยภาคใต้ปลูกมากที่สุดกว่า 11.9 ล้านไร่ ตามด้วยภาคอีสานกว่า  3.77 ล้านไร่ และล่าสุดปี 2556 มีพื้นที่ปลูกยางพารากว่า 19.2 ล้าน ในจำนวนนี้เป็นยางพาราที่กรีดแล้ว 13.807 ล้านไร่ ได้ผลผลิต 3.78 ล้านตัน นั่นหมายถึงว่า ยังมีสวนยางพาราที่ยังไม่ได้กรีดอีกเกือบ 6 ล้านไร่
 
                          การขยายตัวพื้นที่ปลูกยางพาราอย่างรวดเร็ว มีปัญหาสิ่งหนึ่งที่ตามมา โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน และภาคเหนือที่มีการปลูกยางพาราใหม่ คือขาดบุคลากรในการที่กรีดยางอย่างถูกวิธี แม้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง(สกย.) เดินสายผลิตครูยางทั่วประเทศถึง 1.2 หมื่นคนแล้วก็ตาม แต่ถือว่ายังไม่เพียงพอ ล่าสุด ทาง สกย.ร่วมมือกับศูนย์ผู้นำธุรกิจเพื่อสังคมแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดเวทีสภากาแฟ หรือ Coffee Talk ขึ้นมา ณ อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี โดยการระดมความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนมุมมอง เพื่อหาแนวทางการพัฒนาศักยภาพของครูยาง จำนวน 1.2 หมื่นคนไว้เป็นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนากิจการยางพาราให้เป็นไปในแนวทางยุทธศาสตร์ยางพาราของประเทศต่อไป
 
                          ดร.จิราวรรณ แย้มประยูร รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สะท้อนมุมมองในระหว่างเป็นประธานเปิดสัมมนาว่า การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมอันเนื่องมาจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 ที่จะถึงนี้ จะมีการแข่งขันในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ส่งผลต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชากรในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มภาคเกษตรกรรมและภาคเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับผลิตผลยางพารา และจากการที่ประเทศไทยเป็นผู้นำฐานการผลิตวัตถุดิบยางพาราของโลก เกษตรกรชาวสวนยาง ครูยาง รวมทั้งภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จะต้องให้ความสำคัญต่อการศึกษาและมองเห็นความเป็นไปในอนาคตของผลิตผลยางพารา เพื่อรักษารากฐานทางเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคงต่อไป
 
                          ขณะที่ รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า งานสัมมนาในครั้งนี้ ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเกษตรกรชาวสวนยางให้มีขีดความสามารถ และมีความรู้ทางด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต การตลาด การบริหารจัดการ เพื่อต่อยอดและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ยางพาราในเชิงธุรกิจ และเพื่อเตรียมความพร้อมของผู้นำเกษตรกรชาวสวนยางในการจัดตั้งองค์กรธุรกิจการผลิต และการตลาดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ยางพารา รวมถึงเพื่อสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายของเกษตรกรชาวสวนยาง พร้อมกันนี้ยังเป็นการเตรียมความพร้อมของผู้นำเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อรองรับการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 ต่อไป 
 
                          ส่วน นายประสิทธิ์ หมีดเส็น รักษาการผู้อำนวยการ สกย. ได้สะท้อนถึงบทบาทของครูยางผ่านเวทีสภากาแฟ ในครั้งนี้ว่า ครูยาง ถือเป็นกลุ่มเศรษฐกิจที่สำคัญยิ่งของประเทศ เพราะยางพาราเป็นความหวังด้านรายได้ของประเทศในอนาคต ทำให้ สกย.ได้พัฒนาครูยางจำนวน 1.2 หมื่นคน เพื่อให้สามารถดูแลผู้ปลูกยาง 1.2 ล้านครัวเรือน แต่ก็ยังไม่พอเพียงกับความต้องการ เนื่องจากยังมีการเข้าและออกในระบบอยู่ระดับหนึ่ง ซึ่งความไม่นิ่งก็เป็นปัญหาบางส่วนที่ต้องป้องกัน และสิ่งที่ สกย.มองถึงความจำเป็นคือการส่งเสริมให้ครูยางได้มีบทบาทอย่างแท้จริงในการช่วยเสริมสร้างกลุ่มให้เข้มแข็งโดยอาจมีการพิจารณาเรื่องผลตอบแทนให้แก่ครูยางเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำหน้าที่ต่อส่วนรวมในอนาคต
 
                          "สกย.มีภารกิจหลักในการให้ความช่วยเหลือดูแลเกษตรกรชาวสวนยางให้มีการพัฒนาในทุกมิติอย่างครบวงจร ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกยางพารากว่า 19 ล้านไร่ ครอบคลุมเกษตรกรชาวสวนยางประมาณ 1.2 ล้านครัวเรือน ทางสกย.จึงดำเนินการจัดตั้งครูยางขึ้น โดยคัดเลือกจากผู้มีจิตอาสาพร้อมทำงานเพื่อส่วนรวม โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ มาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ของ สกย. ส่วนในปี 2558 ได้เตรียมแผนพัฒนาศักยภาพครูยางเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่เออีซี ตามโครงการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจการเกษตรสวนยางเพื่อต่อยอดให้เป็นสมาร์ท รับเบอร์ ฟาร์มเมอร์(Smart Rubber Farmer) และความรู้จากการสัมมนาในครั้งนี้ ครูยางสามารถนำไปต่อยอดและเพิ่มมูลค่าผลผลิต ตลอดจนผลิตภัณฑ์ยางพาราในเชิงธุรกิจ อันนำมาซึ่งการเพิ่มรายได้เข้าสู่ประเทศในอนาคต" นายประสิทธิ์ กล่าว
 
                          ขณะที่ ผศ.ดร.พิพัฒน์ นนทนาธรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์ผู้นำธุรกิจเพื่อสังคมแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มองว่า จะต้องมีการสร้างชุดองค์ความรู้และการถ่ายทอดความรู้อย่างเป็นกระบวนการ ทั้ง 3 ระดับคือต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยจะมีการจัดทำเนื้อหาเชิงวิชาการ ทั้งการปลูก การผลิต การบริหารจัดการ การตลาด ภาษาเพื่อการสื่อสาร รวมถึงเทคโนโลยีที่จะสามารถเป็นสะพานเชื่อมให้กลุ่มผู้ประกอบกิจการยางพารา สามารถเดินเข้าสู่ประตูตลาดโลกได้อย่างเข้าถึงและสง่างาม โดยจะต้องมีกระบวนการถ่ายทอดและฝึกทักษะสร้างเสริมประสบการณ์ รวมทั้งการติดตามผลและประเมินศักยภาพ ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี เพื่อที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ครูยางและเหล่าสมาชิกให้ยั่งยืนได้ โดยจะต้องอาศัยขบวนการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมเพื่อให้เป็นกลไกในการดำเนินการผลิตแปรรูปและการค้า อย่างเต็มรูปแบบโดยมีบุคลากรในท้องถิ่นเป็นผู้มีส่วนได้เสียด้วย
 
                          นายเซ็น เนตรลา ครูยางจาก จ.อุทัยธานี และ น.ส.เกวลิน อุ่นแสง ครูยาง จ.เชียงใหม่ ต่างระบุว่า  ปัจจุบันมีการปลูกยางพาราเพิ่มขึ้น และบางพื้นที่ไม่มีตัวแทนครูยางมาช่วยในการให้คำแนะนำ เกษตรกรผู้ปลูกยางจึงขาดองค์ความรู้ในการดูแลสวนยางอย่างมีประสิทธิภาพ จึงอยากให้ สกย.สร้างครูยางเพื่อรองรับเกษตรกรให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ นอกจากนี้ยังต้องการให้ สกย.ส่งเสริมหรือสนับสนุนเครื่องมือในการแปรรูปยางเป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่เกษตรกรในอนาคต      
 
                          นี่เป็นการสะท้อนจากหลายภาคส่วนให้เห็นว่า ท่ามกลางการขยายตัวของพื้นที่ปลูกยางพารา แต่ประเทศไทยยังขาดแคลนผู้นำเกษตรกรที่จะจัดการบริหารในการทำสวนอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต
 
 
 
 
----------------------
 
(สังคายนาแนวทางพัฒนาครูยาง หวั่นวิกฤติผู้นำเกษตรกรยุคเออีซี : ดลมนัส กาเจ ... รายงาน)