คมเลนส์ส่องพระวันอาทิตย์ที่16มีนาคมพ.ศ.2557
คมเลนส์ส่องพระวันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2557 : แล่ม จันท์พิศาโล
••• ย่างเข้ากลางเดือนมีนาคม อากาศเริ่มร้อนขึ้นตามลำดับ พอถึง เดือนเมษายน เข้าหน้าร้อนเต็มตัว ปีนี้สงสัยว่าอากาศจะร้อนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะบรรยากาศทางการเมือง ที่ร้อนรุ่มไปทั่ว จนหาทางออกไม่ได้ว่าจะเป็นไปในรูปใด...สำหรับ วงการพระ ที่ผ่านมาก็ยังคงเงียบเหงา การซื้อขาย พระกรุพระเก่า ระดับสูงเป็นไปอย่างเฉื่อยชา มีแต่คนขายหาคนซื้อไม่ได้ ส่วน พระใหม่ บางหลวงพ่อก็ยังพอไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหรียญหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ ในช่วงนี้ขายดีเป็นพิเศษ ออกมากี่รุ่นก็ยังได้รับความสนใจเช่าหาอย่างกว้างขวาง บางรุ่นออกมาไม่ทันไรราคาก็ขยับสูงขึ้นทันที ทั้งนี้เป็นเพราะปฏิปทาอันน่าเคารพกราบไหว้ของหลวงพ่อเป็นที่ประทับใจของศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนทั่วไปเป็นอย่างยิ่ง นับเป็น พระบริสุทธิสงฆ์ ที่มีผู้ศรัทธาเลื่อมใสในวัตรปฏิบัติมากที่สุดของเมืองไทย
•• คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ขอเริ่มด้วย พระสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม พระพิมพ์นี้มีทั้งของวัดระฆัง และกรุบางขุนพรหม ลักษณะเด่นของพระพิมพ์นี้คือ มีเส้นเล็กแซมระหว่างฐานชั้นที่ ๑ และฐานชั้นที่ ๒ อันเป็นที่มาของชื่อพระ พิมพ์ฐานแซม ฐานทุกชั้นจะมีลักษณะหนาทึบ องค์ที่คมชัดจะเห็นลักษณะของพระกรรณ (หู) ยาว ที่เห็นเด่นชัดอีกจุดหนึ่ง คือ พระเกศยาวแหลม จรดเส้นซุ้มครอบแก้ว ซึ่งเป็นเส้นหนา พระพิมพ์นี้ส่วนใหญ่ลำพระองค์สูงชะลูด พระกรเล็ก บางองค์อกจะเป็นร่อง ซึ่งเซียนพระสมัยก่อนมักจะเรียกชื่อพระพิมพ์นี้ว่า “พิมพ์อกร่องหูยานฐานแซม” ต่อมาเมื่อพบว่า พระพิมพ์ฐานแซม องค์ที่ “อก” ไม่เป็น “ร่อง” ก็มี ชื่อดังกล่าวจึงค่อยๆ หายไป...พระสมเด็จ พิมพ์ฐานแซม วัดระฆัง องค์ในภาพนี้มีร่องรอยของการลงรักเก่ามาก่อน แสดงว่าผ่านการใช้มาแล้ว แต่สภาพยังคงสวยสมบูรณ์เหมือนเดิม เป็นพระของอ้วน ลอยฟ้า แหล่งรวมพระสมเด็จที่มีการซื้อขายหมุนเวียนมากที่สุดของวงการพระในขณะนี้
•• พระกรุเมืองพิจิตร ที่มีชื่อเสียงโด่ง จนเป็นที่รู้จักกันทั่วไป ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นพระเครื่ององค์จิ๋ว ที่เรียกว่า “เล็กพริกขี้หนู” บางคนก็เรียกว่า “จิ๋วแต่แจ๋ว” พุทธคุณโดดเด่นด้านคงกระพันชาตรี และแคล้วคลาดปลอดภัย นั่นก็คือ พระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า, พระพิจิตรเม็ดน้อยหน่า และ พระพิจิตรเขี้ยวงู ในปัจจุบัน พระเหล่านี้หาดู “ของแท้” ได้ยากยิ่ง เพราะมีน้อย และเนื่องจากองค์พระมีขนาดเล็ก จึงมักจะสูญหายได้ง่าย...สมัยก่อนนักนิยมพระพิจิตรมักจะนิมนต์องค์พระ “อมไว้ในปาก” ยามเมื่อต้องออกจากบ้านไปไหนมาไหน หรือยามออกรบทำสงครามกับข้าศึกศัตรู พระขนาดเล็กที่เป็นเนื้อชิน ส่วนใหญ่จะเป็น พระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า ถ้าหากเป็นพระเนื้อดินเผา ก็จะเป็น พระพิจิตรเม็ดน้อยหน่า และ พระพิจิตรเขี้ยวงู เนื้อพระมีทั้งสีดำ สีน้ำตาลอมดำ และสีน้ำตาลอมแดง กรุที่พบคือ กรุท่าฉนวน และกรุมะละกอ องค์ในภาพนี้เป็น พระพิจิตรเม็ดน้อยหน่า กรุมะละกอ ของ ท่านไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์ พิมพ์ไว้ใน ปฏิทินปีใหม่ ๒๕๕๗ ซึ่งนักสะสมพระเครื่องจำนวนมากให้ความชื่นชอบปฏิทินชุดนี้มาก
•• ยังคงเป็นที่สนใจเก็บสะสมกันถ้วนหน้า สำหรับ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ โดยเฉพาะรุ่นที่ทันพระอาจารย์ทิม ปลุกเสก ซึ่งนับวันจะหา “พระแท้” ได้ยากยิ่งขึ้น...วันนี้จึงขอนำมาให้ชมเป็นวิทยาทานอีกรุ่นหนึ่ง คือ พระหลวงพ่อทวด หลังหนังสือ พิมพ์เล็ก ว จุด กะไหล่ทอง ปี ๒๕๐๕ คอลัมน์นี้ได้นำเสนอ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ หลังหนังสือ พิมพ์เล็ก ปี ๒๕๐๕ มาให้ศึกษาเป็นวิทยาทานอย่างต่อเนื่องใน ๔ พิมพ์หลัก คือ พิมพ์เล็ก มีตัว ท, พิมพ์เล็ก ว จุด, พิมพ์เล็ก วงเดือน และ พิมพ์เล็ก ธรรมดา...สำหรับองค์ในภาพนี้เป็น พิมพ์เล็ก ว จุด กะไหล่ทอง...คำว่า “ว จุด” หมายถึง ตุ่มเล็กๆ ที่ปลายหัว ตัว ว (ของคำว่า “วัดช้างให้”) ซึ่งลักษณะตัว ว ที่ว่านี้ได้ปรากฏที่ด้านหลัง พิมพ์เล็ก มีตัว ท เช่นกัน... พระองค์ในภาพนี้ถือว่าเป็นพระสวยสภาพเดิมๆ แทบไม่ผ่านการใช้มาก่อน ปั๊มได้คมชัด มีผิวกะไหล่ทองแบบเดิมๆ คลุมแทบทั้งองค์...ปัจจุบันมี พระกะไหล่ทองใหม่ ออกมาจำนวนมาก ดังนั้น จึงต้องหมั่นสังเกตธรรมชาติของผิวให้ดี ผิวกะไหล่ทองแบบเดิมๆ อย่างองค์ในภาพนี้สามารถใช้เป็นแนวทางในการเก็บสะสมได้เลย พระองค์นี้เป็นของ ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ผู้ชำนาญพระสายนี้โดยเฉพาะ
•• พระหลวงพ่อทวด อีกองค์ในวันนี้ คือ พิมพ์กลีบบัว หนังสือห้าแถว เนื้อนวโลหะ พิมพ์แข้งสั้น ปี ๒๕๐๕ ของ ร้านพระคุณชมรมพระเครื่องมรดกไทย ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน... พระกลีบบัว หนังสือห้าแถว ส่วนใหญ่เป็นเนื้อทองแดงรมดำ และเนื้อทองเหลืองรมดำ องค์สวยๆ เช่าหากันที่หลักหมื่นปลาย ส่วนเนื้อนวโลหะ สร้างน้อย เช่าหากันถึงหลักแสนต้นขึ้นไป...ความเป็นมาของพระรุ่นนี้ อ.เคี่ยม ชาวปัตตานี ซึ่งเป็นผู้ชำนาญพระหลวงพ่อทวด รุ่นบุกเบิก และ สมคิด ถุงสุวรรณ นักธุรกิจชาวสงขลา และเป็นนักสะสม พระหลวงพ่อทวด ยุคแรกๆ ได้เขียนถึงเรื่อง พระหลวงพ่อทวด พิมพ์กลีบบัว หลังหนังสือห้าแถว ไว้ว่า เป็นรุ่นที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร ทรงสร้างขึ้นพร้อมกับพระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด เมื่อปี ๒๕๐๕ โดยมีเจตนาที่จะให้พระพิมพ์นี้สำหรับผู้หญิงและเด็กใช้โดยเฉพาะ เพราะมีขนาดองค์เล็ก และมีน้ำหนักเบากว่า พิมพ์หลังเตารีด และ พิมพ์หลังตัวหนังสือ สมัยก่อนเป็นพระที่มีราคาไม่แพงมาก ตอนออกใหม่ๆ แค่หลักสิบเท่านั้น ต่อมาค่อยๆ ขยับขึ้นเป็นหลักร้อยและหลักพัน จนถึงหลักหมื่นในทุกวันนี้
•• เหรียญหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ รุ่น “รับเสด็จ” ปี ๒๕๓๖ เป็นเหรียญที่มากด้วยประสบการณ์ ทั้งด้านเมตตามหานิยม มหาอุด และแคล้วคลาดปลอดภัย ทำให้ราคาขยับสูงขึ้นมาตลอด นับเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่มาแรงมากในขณะนี้ เหรียญรุ่นนี้มี ๔ เนื้อ คือ เนื้อทองคำ, เนื้อเงิน, เนื้อนวโลหะ และเนื้อทองแดง สำหรับ เหรียญเนื้อทองคำ ตามภาพที่เห็นนี้มีจำนวนสร้างเพียง ๗๒ เหรียญ มีการตอกโค้ดด้านหน้าเหรียญ...เหรียญรุ่นนี้ หลวงพ่ออาจ เจ้าอาวาสวัดศาลาลอย ได้ขออนุญาต หลวงพ่อคูณ จัดสร้างขึ้นเพื่อหารายได้สร้างศาลาการเปรียญ พอดีปีนั้นที่ วัดบ้านไร่ กำลังจะมีงานรับเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯทรงเป็นประธานตัดลูกนิมิตอุโบสถ วัดบ้านไร่ เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๖ หลวงพ่อคูณ จึงตั้งชื่อเหรียญรุ่นนี้ว่า ‘’รุ่นรับเสด็จ” เจ้าของเหรียญนี้ คือ วีระภูมิ พละภิญโญ •• พบกันใหม่ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ต่อไป...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต •••



