
ถนนสายฝันสู่'อันดามันตะวันออกง
16 มี.ค. 2557
ถนนสายฝัน สู่อันดามันตะวันออก : คอลัมน์ชวนเที่ยว : นพพร วิจิตร์วงษ์
เคยรู้เรื่อง Butterfly Effect หรือทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก กันมาบ้างใช่มั้ย แค่กระพือปีกเบาๆ เจ้าก็สร้างความสั่นสะเทือนไปถึงอีกซีกโลกหนึ่งได้แม้จะใช้เวลานานก็ตามที หากแต่คราวนี้เหมือนผีเสื้อเข้ามากระพือปีกในช่องท้อง จนฉันรู้สึกปั่นป่วนทุกครั้งที่เรือเร็วกระแทกกับท้องน้ำ ร่วมชั่วโมงนิดๆ ที่เจ้าผีเสื้อยอมสงบปีกลงเกาะโป่ง ก็ตอนเรือเร็วเข้าเทียบท่าตรงคลองเจ้า ฝั่งตะวันตกของ เกาะกูด เกาะที่อยู่ไกลสุดของท้องทะเลตะวันออก เมื่อตอนพลบค่ำพอดี
เป้าหมายของเราจริงๆ คือ อ่าวบางเบ้า เวิ้งอ่าวเสี้ยวพระจันทร์ที่อยู่ด้านล่างลงไป แต่เพราะไปกันช้านี่เอง น้ำทะเลลงพอดี เรือเข้าเทียบสะพานหน้าที่พักไม่ได้ เลยต้องอาศัยตัวช่วย คือเลี้ยวเข้าคลองซะหน่อย
อะไรล่ะเป็นเหตุให้ต้องเดินทางกันเย็นย่ำขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะมัวแต่หลงอยู่บนถนนสายฝันซะเป็นนานสองนาน ขากลับฉันยังขอร้อง อ้อนวอนแกมกึ่งบังคับให้ช่วยพาไปแวะอีกสักรอบเลย
ถนนสายฝันที่ว่านี้ คือ ถนนเฉลิมบูรพาชลทิศ หรือเรียกกันง่ายๆ ว่า ถนนชล-จันทร์ เป็นถนนเลียบชายทะเลภาคตะวันออก ในโครงการพัฒนาถนนสำหรับการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลในระดับมาตรฐานสากล ตั้งแต่แยกอนุสาวรีย์สุนทรภู่ จ.ระยอง ผ่านหาดคุ้งวิมาน อ่าวคุ้งกระเบน อ่าวเจ้าหลาว ข้ามปากน้ำแขมหนู ไปข้ามสะพานแหลมสิงห์ที่ปากน้ำจันทบุรี และสิ้นสุดที่ อ.ขลุง เขตต่อเนื่องจันทบุรีกับตราด รวมระยะทาง 80 กิโลเมตร
ถนนชล-จันทร์ จัดเป็นเส้นทางชมวิวที่สวยงาม เพราะเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลตะวันออก ในรายทางที่ผ่านมีทั้งเส้นทางจักรยาน จุดพักรถชมวิวริมทะเล จริงๆ ฉันเคยแวะเวียนไปถนนแถวนี้มาแล้ว 2-3 รอบ แต่คราวนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดเข้าโครงการ
"Dream Destination กาลครึ่งหนึ่ง ... ต้องไป" ฉันเลยต้องไปอีกสักรอบ
เที่ยวนี้ ฉันเริ่มเส้นทางสายฝัน ทางเข้าหาดคุ้งวิมาน ผ่านวงเวียนปลาโลมา ลงไปสุดทาง แยกซ้ายไปจุดชมวิวพระยืน และจุดชมวิวเนินนางพญา ซึ่งเป็นเส้นทางฝั่งหนึ่งเลียบเขาสูง อีกฝั่งเลียบทะเล ยิ่งตอนที่ขึ้นไปอยู่บนจุดชมวิวเนินนางพญา แล้วมองลงมา จะเห็นถนนคดโค้งแทบจะอยู่บนทะเล ทางจักรยานสองฝั่งถนนลาดสีแดงส่งให้ถนนดูโดดเด่นขึ้นไปอีก
บนจุดชมวิวเนินนางพญานี่เอง ที่เริ่มจะมีการคล้องกุญแจคู่รักกับลวดสลิงที่ขึงกั้นขอบเขากันบ้างแล้ว โดดเด่นกับแม่กุญแจสีชมพู เขียนข้อความเป็นภาษาอังกฤษและเกาหลี นี่มันต้นแบบของกุญแจคู่รักเลยนี่นา ด้วยความเชื่อที่ว่าจะรักกันยืนยาวตลอดไป
ออกจากคุ้งกระเบน แยกขวาที่วงเวียนปลาโลมา ตามเส้นทางถนนชล-จันทร์ เพื่อไปทางอ่าวเจ้าหลาว ข้ามปากน้ำแขมหนู สู่สะพานแหลมสิงห์ มาจบเอาห้าโมงเย็นที่ท่าเรือเร็ว ก่อนถึงท่าเรือแหลมศอก จ.ตราด ที่นัดแนะกันไว้ เมื่อก่อนจะไปเกาะกูดแต่ละที นั่งเรือกัน 4-5 ชั่วโมง แต่เดี๋ยวนี้มีเรือเร็วเป็นทางเลือก ช่วยย่นเวลาลงมาเหลือแค่ชั่วโมงนิดๆ
"เกาะกูด" เป็นเกาะที่อยู่สุดท้ายทางทิศตะวันออกของประเทศไทย ในน่านน้ำทะเลตราด โดยเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเกาะช้าง และใหญ่ในอันดับ 4 ของประเทศ พื้นที่เกาะมีถึง 65,625 ไร่ ทอดตัวเป็นแนวยาว 25 กิโลเมตร และกว้าง 12 กิโลเมตร แต่ใช่ว่าตลอดความยาวของเกาะจะเป็นชายหาดทั้งหมด ช่วงบนของเกาะเป็นหินผา ส่วนครึ่งล่างของเกาะ ตั้งแต่อ่าวยายกี๋ หาดคลองเจ้า ไปจนสุดแหลมเทียน จะมีชายหาด ที่มีทรายละเอียดสวยงาม น้ำทะเลใสๆ กับธรรมชาติที่สงบๆ
เกาะกูดเดี๋ยวนี้มีถนนหนทางเชื่อมต่อจากชุมชนสู่ชุมชน หาดสู่หาด แต่อย่าห่วงว่าการจราจรจะติดขัด เพราะส่วนใหญ่ก็ยังนิยมใช้รถจักรยานยนต์ รถยนต์หรือรถกระบะซึ่งทำเป็นรถแท็กซี่ มีอยู่ไม่มากนัก แล้วนักท่องเที่ยวยังนิยมเดินทางทางเรือ เดี๋ยวนี้รีสอร์ทมาจับจองริมหาดกันซะหมด ชาวบ้านเจ้าของที่เดิมส่วนใหญ่จะขึ้นไปอยู่บนเขา หรือกลางเกาะ ทำอาชีพเกษตรกรรม ทั้งสวนยางพารา สวนมะพร้าว ส่วนหมู่บ้านชายฝั่งก็มีอาชีพประมงเป็นหลัก ซึ่งชนพื้นถิ่นดั้งเดิมของเกาะกูดส่วนใหญ่เป็นคนไทย และคนเขมรในเกาะกงที่อพยพเข้ามา เมื่อเกาะกงหรือเมืองปัจจันตคีรีเขตร ตกเป็นของฝรั่งเศสเมื่อปี 2447
ด้านบนเกาะมีน้ำตกอยู่ 2 แห่ง คือน้ำตกคลองเจ้า กับน้ำตกคลองยายกี๋ แต่ฤดูร้อน น้ำตกก็แทบไม่เหลือน้ำให้เล่นแล้ว ใครๆ ไปเกาะกูด ส่วนใหญ่มักฝังตัวอยู่ตามชายหาด ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกของเกาะ ซึ่งเกาะกูดเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมจะอยู่ช่วงเดือนตุลาคม-พฤษภาคม
เรื่องที่พักไม่ต้องห่วง มีตั้งแต่รีสอร์ทหรูหราราคาเหยียบแสน ที่เดินทางโดยเครื่องบินส่วนตัว หรือที่พักราคาหลักร้อย ถ้าดูตามรายชื่อแนะนำอาจจะตกใจเพราะบนเกาะแห่งนี้ มีที่พักมากถึง 37 แห่ง ส่วนใหญ่จะอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ
ที่พักของฉัน อยู่ที่อ่าวบางเบ้า The Beach Natural Resort (08-6009-9420) บ้านพักเป็นบังกะโลแฝด แฝงตัวกลมกลืนอยู่ในหมู่ต้นไม้ใหญ่
ที่นี่ขึ้นชื่อเรียกอาหาร ขนาดว่า คนที่พักรีสอร์ทใกล้เคียง ยังมาดินเนอร์ใต้แสงเทียนกันที่นี่ ผู้จัดการรีสอร์ทบอกว่า นักท่องเที่ยวที่นี่เป็นต่างชาติซะ 95% แต่เดี๋ยวนี้เริ่มมีคนไทยมาพักมากขึ้น ส่วนใหญ่ก็บอกกันมาปากต่อปาก และเป็นลูกค้าประจำจากทางยุโรป
หาดทรายสวยสะอาด ค่อนข้างส่วนตัว จะเล่นน้ำ พายคยัคหรือนอนอาบแดด ก็แสนจะสงบ แต่ถ้าจะดำน้ำก็ต้องไปกันแถวเกาะรัง แน่นอนว่า ฉันก็ไม่พลาดเหมือนกัน นั่งเรือเร็วที่เช่าไว้ ไปปล่อยทะเลแถวเกาะรัง ที่ดูเหมือนกองหินที่โผล่พ้นน้ำ ประการังไม่มากนัก แต่ปลาเยอะ แถมด้วยน้ำทะเลสวยใส จ๊ะเอ๋เจ้าปลาการ์ตูนตัวน้อยๆ แหวกว่ายในกอดอกไม้ทะเล แต่สักพักฝูงเม่นทะเลก็เข้ามาแทนที่ ไม่ใช่มันคลานมาหา แต่เพราะน้ำซัดฉันลอยเข้าไปใกล้เกาะ ที่อุดมไปด้วยเม่นทะเล ต่างหาก จนต้องประคองตัวให้ลอยอยู่ตลอดเวลา
จากเกาะรังเล็ก ไปลอยคอกันต่อที่เกาะรังใหญ่ ที่ไม่ไกลกันนัก ดำน้ำกันจนพอใจ ถึงได้ขึ้นฝั่ง ที่ หาดศาลเจ้า ไม่ไกลกัน เพื่อนนางแบบสุดเท่ของฉันแหวกว่ายไปรออยู่ก่อนแล้ว ที่หาดศาลเจ้าเหมือนเป็นโรงอาหารกลางวันขนาดใหญ่ เพราะใครๆ ที่มาดำน้ำแถวนี้ เป็นต้องมาพักเหนื่อย พักกินข้าวเที่ยง ก่อนจะเลยไปที่อื่น
น้ำทะเลแถวนี้ สีฟ้าใส สวย เหมือนกับฝั่งอันดามัน มากกว่าจะเขียวมรกตเหมือนฝั่งอ่าวไทย
ในห้วงเวลาหนึ่งวัน ผ่านไปตามเกาะเล็กเกาะน้อยในท้องทะเลตราด แล้วมานั่งทอดอารมณ์อยู่ที่หาดศาลเจ้าแห่งนี้ สายลมแผ่วๆ คลื่นบางเบาเห่กล่อม แต่ความคิดของฉันยังลอยไปไม่สิ้นสุด ยังมีอีกเกาะที่ฉันจะไป "เกาะกระดาด" (สัปดาห์หน้ามาติดตามกันนะคะ)
หมายเหตุ : การเดินทาง หากซื้อเป็นแพ็กเกจทัวร์ จะมีเรือรับส่งถึงรีสอร์ทโดยตรง หรือเดินทางไปเอง มีเที่ยวเรือบริการ (ควรสอบถามก่อนเดินทาง) ดังนี้
- เรือเร็ว บริการจากท่าเรือแหลมศอกไปขึ้นที่ท่าเรือบางเบ้า เที่ยวไป 13.00 น. เที่ยวกลับ 10.00 น. สอบถาม โทร.08-6126-7860
- เรือเฟอร์รี่ ออกจากท่าเรือด่านเก่า (ท่าโชคสาคร) วันละ 1 เที่ยว เวลา 08.00 น. เที่ยวกลับ 11.00 น. สอบถาม โทร.08-6126-7860
- เรือธรรมดา ออกจากท่าเรือด่านเก่าเที่ยวไป 10.00 น. ถึงท่าเรือสะพานน้ำลึก เกาะกูด เวลา 14.00 น. เที่ยวกลับ 10.00 น.
สอบถาม โทร.08-9069-1031, 08-9096-9005
สอบถามข้อมูลการท่องเที่ยว อบต.เกาะกูด 08-6834-5401 และ 0-3952-5610
...........................
(ถนนสายฝัน สู่อันดามันตะวันออก : คอลัมน์ชวนเที่ยว : นพพร วิจิตร์วงษ์)



