
ความจริงมีอยู่(มาก)ในภาพถ่าย
13 มี.ค. 2557
ศิลปวัฒนธรรม : ความจริงมีอยู่ (มาก) ในภาพถ่าย
รูปถ่ายหนึ่งใบสามารถบอกเล่าความจริง ความสวยงาม แข็งแกร่ง หรือความเปราะบางในสังคมได้หลายรูปแบบ เมื่อนำความเหล่านี้บอกเล่าสู่สังคมจึงกลายเป็นข้อมูลที่ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา เพราะเล่าตามสิ่งที่ตาเห็นได้ชัดเจนกว่าคำพูดใด วันนี้เรามีอีกหลายความจริงจาก 4 ศิลปินนักลั่นชัตเตอร์ ใน 4 มุมเล็กๆ ของเมืองใหญ่ จากนิทรรศการ "ภาพถ่ายไม่เคยโกหก (มาก) " โดย ดร.เตยงาม คุปตะบุตร คัดสรรให้เหล่าคนเมืองหันมาหยุดมองความจริง พิจารณาความเป็นไปในห้องเงียบ บริเวณพีเพิล แกลเลอรี่ ชั้น 2 หอศิลปวัฒธรรมกรุงเทพมหานคร
แต่ละห้องในนิทรรศการสะท้อนมุมมองความคิดไม่ซ้ำเรื่องราว ชวนให้คิดถึงสังคมปัจจุบัน ไปจนถึงอนาคตที่อาจเปลี่ยนแปลงไปอย่างคาดไม่ถึง เริ่มจากภาพถ่ายโล่งๆ ของ ฉัต ไชยคุตร ชายหนุ่มในเมืองใหญ่ที่มองเห็นความวุ่นวาย เคลื่อนไหวในทุกๆ ที่ของเมืองกรุง วันหนึ่งเขาจึงออกตามหาพื้นที่โล่งกว้างซึ่งก็ไม่ได้หาง่ายอย่างที่คิด ฉัตเลือกพื้นที่ค่อนข้างพลุกพล่านเป็นหลัก เช่น ท่าอากาศยานดอนเมือง สถานีขนส่งหมอชิต ห้างสรรพสินค้า ใช้เวลารอให้เกิดความ "ว่าง" ประมาณ 3-6 ชั่วโมง ในทุกสถานที่ เขาให้มุมมองว่ามีความเป็นได้ว่าความว่างเปล่าของกรุงเทพมหานครจะไม่มีอีกในอีก 10 ปีข้างหน้านี้ เพราะทุกคนเข้าไปใช้พื้นที่มากมายแม้จะเป็นที่สาธาราณะ ที่ทำกิจกรรม ทางผ่าน สุดท้ายความว่างเปล่าจะไม่มีให้เห็นอีกเลย
ทั้งๆ ที่ผลงานข้างต้นบอกว่าสังคมเมืองใหญ่นั้นมีแต่ผู้คนแย่งกันใช้พื้นที่ แต่ภาพเล่าของ ทวีวิทย์ กิจธนสุนทร กลับบอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่ห่างเหิน เขาใช้ภาพแปลนสถาปัตยกรรมผสานเข้ากับภาพถ่ายมนุษย์แบบมองจากมุมสูง ประหนึ่งช่างภาพเป็นพระเจ้ากำลังจัดฉากชีวิตมนุษย์ในสังคมปัจจุบัน
"เมื่อในยุคแรกของกล้องถ่ายภาพ รูปแต่ละใบอาจจะสื่อถึงความจริงแต่เมื่อมีเทคโนโลยีเข้ามา ภาพอาจมีการตกแต่งไม่เป็นความจริงอีกต่อไป ชุดนี้ผมใช้อุปกรณ์สมัยใหม่สร้างพื้นที่อุดมคติในระบบสังคมนิยมในปัจจุบันจัดระเบียบคนใหม่ ทั้งการเมือง ความสัมพันธ์ เมื่อจ้องมองจะเห็นสังคมทุนนิยมพาเทคโลยีโซเชียลเน็ตเวิร์กให้ห่างออกจากกัน บ้างก็มีกลุ่มก้อนคนที่ติดกันในพื้นที่หนึ่ง มีกรอบวกวนเพื่อต้องการบอกชนชั้นกลางที่ดิ้นรนในวังวนทุนนิยมว่า เราไม่ได้มีอิสระในชีวิตอย่างที่คิด ขณะเดียวกันก็มีภาพชุดเล็กที่ไม่มีขอบขีดมากั้น เราจะได้เห็นชีวิตหลากหลายอยู่ร่วมกัน ในสังคมจริงๆ" ทวีวิทย์ อธิบายผลงานและความรู้สึกต่อสังคมใหม่
ในภาพเชิงสะท้อนสังคมเฉพาะกลุ่มก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กันภาพของ อำพรรณี สะเตาะ ศิลปินชาวปัตตานี ใช้คอนเซ็ปต์งานพูดถึงเรื่องของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในมุมมองของตัวเองถึงความรู้สึกที่มีต่อคนพื้นที่ เจ้าตัวเลือกใช้ภาพขาวดำผ่านองค์ประกอบซับซ้อนของสวนยางพารา กับนางแบบสวมฮิญาบสีขาวพอกหน้าดำ นับเป็นผลงานสะท้อนสังคมและศาสนาตามความถนัดถ่ายทอดอารมณ์การถูกป้ายสี การแก้ปัญหาที่ยังไม่สอดคล้อง ยังมีผลกระทบต่อให้พวกเขาต้องใช้ชีวิตหลบซ่อนๆ อยู่ ตั้งคำถามผ่านภาพว่าความยุติธรรม ความถูกต้องมีจริงหรือไม่ ในเมื่อยังเห็นคนบริสุทธิ์ยังถูกทำร้ายอยู่บ่อยครั้งดั่งคนมีชีวิตที่ไม่มีชีวิตชีวา
อีกหนึ่งผลงานที่ดูสวยเกินจริงราวกับจินตนาการ แต่ความรู้สึกเมื่อได้มองบวกกับรู้ที่มาของภาพนั้นให้ความสมจริงของสังคมอยู่ในทุกท่วงท่าธรรมชาติของเด็กน้อยชาวกัมพูชาที่ ณัฐณิชา แก้วชื่น ตามติดชีวิตคนงานต่างด้าวในไซต์งานก่อสร้าง ทำความรู้จักกับเด็กๆ แม้ไม่รู้ภาษา ใช้การแลกเปลี่ยนช่วยเหลือจนเกิดความไว้ใจ เด็กหญิงในรูปจึงพร้อมบอกความฝันของพวกเธอผ่านใบหน้าท่าทางเป็นธรรมชาติ
"ภาพอิงเรื่องการใช้ชีวิต บวกการถ่ายรูปแบบพอร์เทรต เอามาจับในเรื่องของแสงเงาให้มีความเป็นศิลปะ จับเอาท่าทางเหมือนด้านแฟชั่นให้เห็นจินตนาการของเด็กๆ เวลาฝันถึงอนาคตที่สวยงาม รูปแต่ละใบเราต้องไปเล่นกันเขาระยะหนึ่งลองสอนศิลปะและภาษาแลกเปลี่ยนความคิด สำคัญคือต้องเปิดใจว่าพวกเขาเป็นคนกลุ่มหนึ่งที่มาสร้างความเจริญให้บ้านเมือง สร้างที่อยู่ให้เราอาศัย จนเขาไว้เนื้อเชื่อใจสามารถทำอะไรร่วมกันได้โดยไม่เกร็ง ส่วนองค์ประกอบทั้งอาหาร ดอกไม้ ฉากหลังในรูปเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวทั้งหมด เด็กๆ แต่ละคนจะมีคาแรกเตอร์ไม่เหมือนกัน ทั้งเป็นคนชัดเจน เป็นคนพูดน้อย ขี้อาย กระตุ้นให้เกิดการตีความ การใส่ใจว่าเขามาจากไหน ทำอะไร" ณัฐณิชา ให้ความหมายของผลงาน
ร่วมค้นหาความจริงแบบละเอียดกับนิทรรศการ "ภาพถ่ายไม่เคยโกหก" (มาก) ได้จนถึงวันที่ 29 มีนาคมนี้ โดยจะเปิดให้เข้าชมระหว่าง วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-21 .00 น. (หยุดวันจันทร์)



