ไลฟ์สไตล์

'เด็กชายแดน'ป่วยโรคพยาธิอื้อ!

'เด็กชายแดน'ป่วยโรคพยาธิอื้อ!

11 มี.ค. 2557

'เด็กชายแดน' ป่วยโรคพยาธิอื้อ! เหตุกินที่ไม่ถูกสุขลักษณะ-ส้วมไม่สะอาด-ขาดการรักษาสุขภาพที่เหมาะสม ครูตชด.วอนหน่วยงานสธ.ช่วยดูแล

 
                      11 มี.ค.57 จ.ส.ต.หญิงวันดี วิเชียรบุตร ครูประจำโรงเรียนตำรวจตระเวรชายแดนเรดาร์ ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า เมื่อถึงช่วงหน้าร้อนนั้น นักเรียนในโรงเรียนชายแดนจะมีปัญหาสุขภาพมาก โดยจากการตรวจสุขภาพประจำปีเฉพาะในโรงเรียนเรดาร์ช่วงปี 2556-2557 พบว่า เด็กนักเรียนอายุประมาณ 5-10 ขวบป่วยโรคพยาธิรวม 13 คน แบ่งเป็นโรคพยาธิใบไม้ตับ 3 คนและโรคพยาธิปากขอ 10 คน จากจำนวนนักเรียน 275 คน ขณะที่ภาวะโภชนาการของนักเรียนพบน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ประมาณ 30 % ของนักเรียนทั้งหมด
 
                      “พฤติกรรมที่ทำให้เด็กป่วยโรคดังกล่าว คือ การกินที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ไม่มีส้วมที่สะอาด และไม่มีการรักษาสุขภาพที่เหมาะสม เช่น บางคนก็ยากจนไม่ใส่รองเท้า บางคนก็รองเท้าหาย กระบวนการตรวจสุขภาพเด็กชายแดนก็ล่าช้า เพราะโรงพยาบาลบางแห่งทางโรงเรียนจะต้องมีการทำหนังสือขออนุญาตตรวจอย่างเป็นทางการก่อน จึงสามารถส่งเด็กเข้าวินิจฉัยได้ กรณีที่ป่วยด้วยโรคพยาธิจึงหายารักษาช้า หรือขยายตัวมากขึ้น” จ.ส.ต.หญิงวันดี กล่าว
 
                      จ.ส.ต.หญิงวันดี กล่าวอีกว่า โรงเรียนชายแดนมักเจอปัญหามาลาเรียมาก แต่เพราะระบบสาธารณสุขของไทยเข้ามาส่งเสริมความรู้เรื่องมาลาเรียและสื่อสารขั้นตอนการป้องกันที่ดี ขณะที่ปัจจุบันสื่อการสอนสำหรับปฐมวัย ในการส่งเสริมสุขภาพที่เป็นสื่อสิ่งพิมพ์น้อยลง ส่วนมากเน้นที่การนำเสนอผ่านสื่อสมัยใหม่ แต่กรณีเด็กชายแดนก็จะเข้าไม่ถึงสื่อประเภทนั้น เพราะอินเตอร์เน็ตใช้เท่าที่จำเป็น
 
                      ทั้งนี้ การแก้ปัญหาของเด็กชายแดนนั้นกรณีป่วยโรคพยาธิแล้วให้ยารักษาจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ถาวรทั้งหมด เพราะหากเด็กเผลอไปทานอาหารที่ไม่ปลอดภัยก็จะป่วยอีก แต่การใช้สื่อการสอนให้รู้จักป้องกันตนจะทำให้ได้ผลที่ดีกว่า อย่างกรณีมาลาเรีย ไข้เลือดออก เมื่อก่อนก็ป่วยกันมาก แต่การส่งเสริมความรู้พื้นฐานช่วยให้เด็กเข้าใจและป้องกันตนเองได้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านสุขภาพให้ความสำคัญและเข้ามาดูแลกับเรื่องนี้
 
 
 
--------------------------------
 
 
(ภาพประกอบข่าว)