
หยุด!ท่าเรือน้ำมันท่าศาลา
11 มี.ค. 2557
หยุด!ท่าเรือน้ำมันท่าศาลา ชุมชนต่อสู้ด้วย'ซีเอชไอเอ' : โดย...พวงชมพู ประเสริฐ
พื้นที่ราว 390 ไร่ ริมชายหาดบริเวณปากน้ำกลาย ต.กลาย อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เกือบกลายสภาพจากทิวต้นมะพร้าวเป็นท่าเรือน้ำลึกของบริษัทน้ำมันเชฟรอน หลังจากมีโครงการจะเข้ามาใช้พื้นที่แห่งนี้ตั้งแต่ปี 2549 แต่การรวมตัวคัดค้านของชาวบ้านตลอดแนวชายฝั่ง อ.ท่าศาลา และการใช้การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพเพื่อการพัฒนานโยบายสาธารณะ หรือซีเอชไอเอ (CHIA : Community Health Impact Assessment) เป็นเครื่องมือหนึ่งในการต่อสู้จนลบคำกล่าวอ้างที่ว่า “อ่าวร้าง” เป็น “อ่าวทองคำ” ทำให้บริษัทต้องประกาศหยุดการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกในพื้นที่
นายประสิทธิชัย หนูนวล กรรมการสมาคมประมงพื้นบ้านอ่าวท่าศาลา บอกว่า บริษัทน้ำมันเข้ามาในพื้นที่ด้วยการศึกษาผลกระทบ 5 กิโลเมตรจากชายฝั่ง แล้วบอกว่าพื้นที่เป็นอ่าวร้าง ทั้งที่เฉพาะ ต.ท่าศาลา มีเรือประมงถึง 1,800 ลำ ออกหาอาหารทะเลในอ่าวท่าศาลา รวมถึงหากมีการเกิดขึ้นของท่าเรือ อาชีพดุหลำ ที่ดำน้ำเพื่อฟังเสียงปลาจะล่มสลายทันที จากเสียงเรือรบกวนจนฟังเสียงปลาไม่ได้
เริ่มต้นการทำ ซีเอชไอเอ หรือ เอชไอเอชุมชน เพื่อต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า อ่าวท่าศาลาไม่ใช่อ่าวร้างตามที่มีการระบุ แต่เป็นอ่าวทองคำที่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากกระบวนการทำเอชไอเอชุมชนไม่ใช่งานวิจัย แต่เป็นการสร้างให้กลุ่มคนในชุมชนมีอารมณ์ร่วมแล้วชาวบ้านจะเป็นผู้สำรวจและศึกษาเอง ทำให้ได้ข้อมูลจริงจากคนพื้นที่ ข้อมูลจึงมีความถูกต้องอย่างมาก สามารถนำข้อมูลมาใช้ในการต่อสู้กับโครงการที่จะเข้ามากระทบพื้นที่ เป็นการต่อสู้ที่มีน้ำหนักและยั่งยืน
ระยะเวลาดำเนินการราว 8 เดือน ผลการศึกษาพบว่า อ่างแห่งนี้มีพันธุ์สัตว์น้ำทะเลอย่างหลากหลายอย่างน้อย 27 ชนิด อาทิ กั้ง กุ้งขาว ปลาอินทรี ปลานกเขา ปู ปลาฉลาม โลมา หมึก ปลากระเบน ปลากุเรา ปลาทู ปลาจะละเม็ด เป็นต้น และดอนใหญ่ที่สุด หรือดอนทองคำ อยู่บริเวณปากน้ำกลายที่เป็นพื้นที่จะก่อสร้างท่าเรือ นอกจากนี้ยังพบระบบนิเวศเฉพาะพื้นที่ เรียกว่า “ลม เล เขา” ด้วย คือ ลมจากทะเลพัดเข้ากระทบกับเขาหลวงที่เป็นแนวเขาใหญ่ในพื้นที่เกิดการหวนกลับของลม เป็นความสัมพันธ์ของธรรมชาติ
อีกทั้งในกิจการที่เกี่ยวกับสัตว์น้ำชายฝั่งทะเลตลอดอ่าวทองคำในพื้นที่ อ.สิชล และ อ.ท่าศาลา มีผู้ได้รับประโยชน์กว่า 5,000 คนใน 10 หมู่บ้าน คิดมูลค่าเป็นตัวเงินได้กว่า 500 ล้านบาท ในการออกเรือเพียง 4 ชั่วโมงสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้าน 300-500 บาทต่อวัน หากเทียบกับการจ้างงานของภาคอุตสาหกรรมที่จะเข้ามาในพื้นที่ 100-200 คน ค่าจ้างตามรายได้ขั้นต่ำ 280 บาทต่อวัน ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ขณะที่ทรัพยากรชายฝั่งถูกทำลายทุกวันๆ
“การทำเอชไอเอชุมชนเป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ของคนในพื้นที่ให้ตระหนักและมองเห็นทางเลือกของตนเองระหว่างพัฒนาศักยภาพพื้นที่ด้วยตนเองกับภาคอุตสาหกรรม เพราะเอชไอเอชุมชนเป็นการตั้งคำถามโดยชุมชนและหาคำตอบด้วยตัวเอง จนมาสู่ผลการศึกษาที่ยืนยันได้ อย่างที่ท่าศาลา ทำให้ยืนยันว่า ท่าศาลาอุดมด้วยคุณค่าและมูลค่าทางทะเล ได้รับการยอมรับจากวงการวิชาการ ผ่านการพิสูจน์ได้ด้วยความจริงของพื้นที่ จนตอนนี้อาจกล่าวได้ว่า ไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรใดมีข้อมูลสัตว์น้ำทะเลในพื้นที่นี้เท่ากับที่ชาวบ้านมีอยู่ด้วย” นายประสิทธิชัยกล่าว
ก่อนหน้านั้น นายทรงวุฒิ พัฒนาแก้ว ผู้ประสานงาน เล่าว่า พื้นที่ อ.ท่าศาลา ถูกคุกคามแบ่งได้เป็น 3 ยุค ปี 2552 เรือประมงพาณิชย์จากพื้นที่อื่นเข้ามาคราดหอยลาย ชาวบ้านที่เคยทำประมงพื้นบ้านต้องย้ายถิ่นฐานเพราะทำประมงไม่ได้ แต่ชุมชนต่อสู้จนสามารถออกเป็นข้อบัญญัติ อบต.ท่าศาลา เรื่อง การอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งที่ยั่งยืน, ปี 2554 โรงไฟฟ้าถ่านหิน ได้มีการลงนามสัญญาประชาคม ซึ่งไม่มีคนในพื้นที่ต้องการโรงไฟฟ้า, ปี 2556 การก่อสร้างท่อเรือของบริษัทน้ำมันต่างชาติ และก่อนหน้านั้น ปี 2549 เป็นพื้นที่ที่จะมีการสร้างนิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
"บังโฉด" สุพร โต๊ะเส็น นายกสมาคมประมงพื้นบ้าน อ.ท่าศาลา กล่าวว่า ทำอาชีพประมงมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ทะเลคือชีวิต แต่เมื่อราวปี 2540 คนในชุมชนที่ทำประมงมีปัญหาจากคนนอกพื้นที่เข้ามาคราดหอยลาย ทำให้ประมงพื้นบ้านได้รับผลกระทบ เพราะการคราดหอยลายแต่ละครั้งทำลายท้องทะเล ทำลายระบบนิเวศ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชาวบ้านจึงรวมกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น เพื่อช่วยกันพิทักษ์พื้นที่แหล่งอาหารทะเลแห่งนี้ไว้ให้ลูกหลานได้สืบทอดอาชีพประมง ยามที่ทะเลสงบ ชาวประมงก็จะมีอาหารทะเลมาหล่อเลี้ยงคนไทย ที่สำคัญ การทำประมงพื้นบ้านของชาวบ้านในพื้นที่ไม่ได้ทำลายสัตว์น้ำ ไม่ได้ทำลายระบบนิเวศ
พลังชาวบ้านในชุมชนที่เข้มแข็ง หากได้รับการเสริมทัพด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ที่มีอยู่ในพื้นที่ตามความเป็นจริง ย่อมเป็นสิ่งสำคัญในการต่อสู้กับโครงการต่างๆ ที่จะเข้ามาสู่บ้านได้อย่างเหนียวแน่น เฉกเช่น “ชุมชนท่าศาลา”
.......................
(หยุด!ท่าเรือน้ำมันท่าศาลา ชุมชนต่อสู้ด้วย'ซีเอชไอเอ' : โดย...พวงชมพู ประเสริฐ)



