ไลฟ์สไตล์

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : งาน IORA ที่ Delhi

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : งาน IORA ที่ Delhi

09 มี.ค. 2557

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : งาน IORA ที่ Delhi : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

 
                         1-3 มีนาคม ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญพร้อมเพื่อนกวีอีกผู้หนึ่ง คือ ซะการีย์ยา อมตยา ให้ไปร่วมงาน “Indian Ocaen Rim Association Festival of Poety (TORA) ที่เดลี อินเดีย ร่วมกับกวีนานาชาติ ที่มีชายฝั่งติดมหาสมุทรอินเดีย ลองไล่เรียงดูเถิดครับว่ามาตั้งแต่ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ บังกลาเทศ ศรีลังกา เยเมน อิหร่าน โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เคนยา มาดากัสการ์ มอริเชียส เซเชลส์ แทนซาเนีย โมซัมบิก ยัน แอฟริกาใต้ โน่น จบที่แหลมกู๊ดโฮป รวมกับกวีเจ้าถิ่นจากหลายรัฐ รวมแล้วกว่า 40 ชีวิต ขับขานบทกวี, สำแดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์กันอย่างสุดฤทธิ์ สุดเดช สุดแต่ใครจะมีของ
 
                         กวีไทยสองคนก็ไม่น้อยหน้าเขาหรอกครับ กวีหนุ่มใหญ่กับกวีวัยทองสองคน สองอารมณ์ “ซะการ์ริยา” นั้น ห้าวหาญ เฉียบคม แม่นยำ และทรงพลัง เล่นเอาผู้ชมผู้ฟัง เงียบกริบเชียวครับ กวีอีกคนที่สะกดผู้ฟังอยู่หมัด คือกวีจากแอฟริกาใต้ ผู้เป็นทั้งกวี เป็นทั้งนักแสดง (แสดงละครทีวีด้วย)
 
                         งานนี้จัดโดย Sahitya Akademi (National Academy of Letterg) องค์กรวรรณกรรมที่ยิ่งใหญ่ของอินเดีย
 
                         ผมเองเคยไปอินเดียมาครั้งเดียว เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ไปพร้อมไมเคิล ไรท์, เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, อัศศิริ ธรรมโชติ และอาจารย์ภูธร ภูมะธน ครั้งนั้นเราท่องอินเดียใต้ เชนไน มาดุไร บังกะลอร์ ตะลุยทมิฬนาดู เคเลรา
 
                         เที่ยวนี้ที่เดลี เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องครับ ขับขานบทกวีกันเป็นหลัก (มีเสวนาบ้าง) เพราะกวีที่มาร่วมงานมีร่วมครึ่งร้อย
 
                         ผมสนใจกวีจากทวีปแอฟริกาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกวีจากโมซัมบิกที่มีงานแบบ “กวีภาพ” ประมาณจ่าง แซ่ตั้ง ของไทย
 
                         ทางเจ้าภาพต้องดูแลแขกจำนวนมากมาย แต่ก็ราบรื่นด้วยดี ผมได้พบเพื่อนกวีจากประเทศอาเซียนที่คุ้นหน้าคุ้นตา คุ้นเคยกัน เช่น กวีหญิงมาเลเซีย ที่เพิ่งเดินทางมารับรางวัล “สุนทรภู่” ที่กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้
 
                         นอกจากเวลางาน เรายังหาเวลาตะลอนชมกรุงเดลี แบบว่าไม่ให้เวลาสูญไปเปล่าๆ ตื่นแต่ตีสี่ ตีห้าย่ำเท้าจากโรงแรม ถนน Janpath ไปชม “Indian Gate” ประตูชัยอินเดีย ตอนเย็นยันค่ำ ไปเที่ยว “Red port” ป้อมแดง ชมมัสยิดสำคัญ บางวันช่วงค่ำ เดินตะลุยกันยันดึก นั่งรถตุ๊กๆ ซอกซอนตะลอนเดลีเป็นที่สะใจในความเป็นภารต ครบทุกอายตนะ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส อินเดียก็คืออินเดีย ระบบชนชั้นวรรณะ ยังคงดำรงอยู่อย่างไม่รู้จะจินตนาการไปทางไหนได้ ผู้คนเร่ร่อนอยู่ตามท้องถนนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นของความทุกข์ยาก
 
                         ผมเคยมีประสบการณ์เดินทางแบบนี้มาบ้าง เคยไปร่วมงานกวีอาเซียนและเกาหลี ที่โซล (และเมืองต่างๆ) เคยรอนแรมไปท่องเที่ยวและอ่านบทกวีถึงเยรูซาเล็ม ไทบีเรียส เทลอาวีฟ เคยเยือนประเทศเพื่อนบ้านบางกิจกรรม วรรณกรรม, ศิลปะ, ดนตรี
 
                         แต่งานนี้ที่เดลี อินเดีย ยังความประทับใจอย่างยิ่ง ทางเจ้าภาพได้เชิญไปเยี่ยมสถาบัน Sahitya Academy ถึงที่ทำการใหญ่ สถาปัตยการสวยงาม ขรึมขลังทว่าดูผ่อนคลาย ห้องสมุดที่ยิ่งใหญ่เต็มไปด้วยหนังสือล้ำค่า ที่น่าตื่นใจ คือห้องสมุดเต็มไปด้วยผู้คนมาใช้บริการ ห้องสมุดที่ทันสมัย แต่ให้ความรู้สึกทางมิติกาลเวลา มีประติมากรรม (บรอนซ์) ลอยตัว รูปท่านมหากวี รพินทรนาถ ฐากูร “ตะกอร์” อยู่กลางห้องด้านหน้าทางเข้า ผมถือโอกาส (วานเพื่อน) ถ่ายรูปคู่กับท่าน (ถ่ายคู่กับภาพถ่ายของท่านด้วย) บรรยากาศที่นั้นให้ความรู้สึกเอิบอาบซาบซึ้ง กึ่งขลัง ทำเอาจมภวังค์ไปเนิ่นนาน
 
                         เขียนรายงานการเดินทาง (เข้าร่วมเทศกาล IORA) ด้วยความประทับใจ ขอบคุณเจ้าภาพที่เชิญเรา ขอบคุณผู้ประสานงานที่สถานทูตอินเดียในประเทศไทยที่ช่วยอนุเคราะห์ ขอบคุณเพื่อนกวีเจ้าภาพที่ต้อนรับด้วยไมตรี ขอบคุณเพื่อนกวีนานาชาติที่ได้แลกเปลี่ยนพูดคุยสนทนา แถมมีของติดไม้ติดมือมาฝากเป็นที่ระลึก และขอบคุณซะการีย์ยา อมตยา เพื่อนร่วมเดินทางที่แสนดี คล่องแคล่ว เฉียบคม ขอบคุณตัวเองที่ขยัน สร้างสรรค์งาน จนงานได้รับตอบแทนด้วย โอกาสการเดินทางทั้งภายนอกและภายใน 
 
                         ขอบคุณอินเดีย...
 
                         ...นมัสการ
 
 
 
-----------------------
 
(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : งาน IORA ที่ Delhi : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)