นักวิจัยสกว.ชี้วิกฤติสงครามแย่งชิงน้ำแล้ว
นักวิจัยสกว.ชี้วิกฤติสงครามแย่งชิงน้ำ เหตุเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก-ฝนมาช้า
6มี.ค.2557 รศ. ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงกรณีที่การประปานครหลวงประกาศเตือนประชาชนให้สำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงนี้เนื่องจากน้ำทะเลหนุน ว่าหากมีการปล่อยน้ำที่อัตรา 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีขึ้นไป ความเค็มของน้ำจะไม่เกินเกณฑ์ที่ใช้ผลิตน้ำประปา แต่เนื่องจากต้นฤดูที่ผ่านมามีการใช้น้ำเพื่อการเกษตรไปมากพอสมควร ซึ่งขณะนี้มีน้ำเหลืออยู่ประมาณ 5 พันล้านลูกบาศก์เมตร ตามเกณฑ์ถ้าแบ่งเป็นการไล่น้ำทะเล 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ใช้น้ำ 1 พันล้านลูกบาศก์เมตรฯ และเหลือไว้อีก 2 ล้านลูกบาศก์เมตรฯ สำหรับการเกษตร ก็จะไม่มีปัญหา แต่ที่กลัวกันว่าจะใช้น้ำเกินในภาคการเกษตรแล้วจะไปเบียดน้ำที่ไล่น้ำเค็ม ที่ผานมาได้หรี่เหลือ 70 ลูกบาศก์เมตรฯ พอน้ำเค็มเริ่มมากขึ้นจึงต้องปรับป็น 80 ลูกบาศก์เมตรฯ หมุนเวียนสลับโหมดน้ำขึ้นน้ำลงชั่วคราวให้ตรงกับช่วงที่น้ำทะเลหนุน ขณะที่ชาวนาก็ควรปลุกข้าวในระดับที่เหมาะสม โดยตั้งแต่จังหวัดพิษณุโลกลงมาถึงภาคกลางควรใช้พื้นที่เพาะปลูก 2 ล้านไร่ แต่ในความเป็นจริงปลูกกันถึง 4 ล้านไร่ เกินไปเท่าตัวอันเนื่องมาจากโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งต้นมีนาคมจะเริ่มเกี่ยวข้าวและปลูกใหม่ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ทำให้ต้องใช้น้ำมากจึงกลัวว่าน้ำจะไม่เพียงพอต่อการไล่น้ำเค็ม การประกาศเตือนของ กปน.จึงถือเป็นการป้องกันไว้ก่อนโดยเฉพาะในช่วงเมษายนที่เริ่มปลูกข้าวมากขึ้นก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้น้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคและเกษตรกรที่เพาะปลูกพืชอื่น ๆ
“ในช่วงนี้เราต้องใช้น้ำอย่างประหยัดโดยเฉพาะภาคการเกษตร หากยังปลูกข้าวในปริมาณเท่าเดิมก็เสี่ยงที่ราคาข้าวจะตก ไม่ถึง 15,000 บาทตามโครงการรับจำนำข้าวอย่างแน่นอน และจะทำให้เกิดภาวะวิกฤติสงครามแย่งชิงน้ำ เพราะปีนี้คาดว่าฝนสงกรานต์ที่จะตกในช่วงเดือนเมษายนจะมาช้า จึงต้องมาลุ้นกัน เพราะเกรงว่าข้าวจะตายถ้าน้ำฝนไม่พอแล้วก็ต้องหันไปพึ่งน้ำบาดาล” รศ. ดร.สุจริตระบุ
ทั้งนี้ในวันที่ 11 มีนาคม จะมีการประชุมจัดสรรน้ำรอบใหม่ที่กรมชลประทาน และ ส่วนในวันที่ 25 มีนาคมจะมีการจัดเวทีสาธารณะนโยบายน้ำ สกว. เรื่อง “การจัดการทรัพยากรที่มีผลกระทบกับทรัพยากรน้ำ และการจัดการทรัพยากรน้ำระดับพื้นที่ เพื่อการเชื่อมโยงกับระดับจังหวัด” เนื่องในสัปดาห์อนุรักษ์ทรัพยากรน้ำแห่งชาติและวันน้ำโลก ที่โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค เพื่อถ่ายทอดนโยบายด้านทรัพยากรและการเติบโตทางสังคมและเศรษฐกิจที่มีผลกระทบกับทรัพยากรน้ำ รวมถึงกรณีตัวอย่างจากงานวิจัยและกรณีศึกษาเพื่อเชื่อมโยงกับการจัดการในระดับต่าง ๆ ในลักษณะโครงข่ายการจัดการทรัพยากรน้ำจากพื้นที่สู่นโยบาย
ขณะเดียวกันที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกว. เป็นประธานการประชุมผู้ประสานงานวิจัย ฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ สกว. ในปี 2557 ซึ่ง สกว.ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรน้ำ ที่มี รศ. ดร.สุจริต เป็นหัวหน้าโครงการ โดยงานวิจัยที่จะดำเนินต่อไปหลังจากนี้คือ โครงการพัฒนาแบบจำลองการจัดการลุ่มน้ำน่าน (ระยะที่ 3) โครงการน้ำจังหวัด ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่อง และแนวคิดของประเด็นการวิจัยเชิงยุทธศาสตร์เรื่อง “การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ น้ำ ที่ดิน และการจัดการสิ่งแวดล้อม
ขณะที่ประเด็นวิจัยสำคัญอื่น ๆ ประกอบด้วย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีงานวิจัยหลัก ได้แก่1) ชุดโครงการนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ โดย ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม และคณะ ที่มีเป้าหมายหลักในการลดการเกิดก๊าซเรือนกระจกและเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยมีเครื่องมือในการบริหารจัดการเพื่อรับมือความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ ทำแผนเตรียมความพร้อมรับผลกระทบระยะยาว 20 ปี ใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ศึกษาวิจัยพัฒนาประเด็นที่เกี่ยวข้อง และพัฒนากองทุนคาร์บอนเป็นแหล่งซื้อคาร์บอนเครดิตและคาร์บอนออฟเซ็ทในประเทศ ตลอดจนศึกษาความเป็นไปได้ในการตั้งตลาดคาร์บอนของกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2)
ชุดโครงการการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยคุณศุภกร ชินวรรโณ ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์ วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะ ซึ่งได้กำหนดกรอบการวิจัยด้านการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อความเสี่ยงในอนาคต โดยมีแผนงานในการพัฒนานักวิจัยหลากหลายสาขาวิชาผ่านโครงการวิจัยย่อย พัฒนาชุดโครงการย่อยในพื้นที่ระดับจังหวัด-ลุ่มน้ำ การสังเคราะห์องค์ความรู้และพัฒนาเนื้อหาการสื่อสารความเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและการปรับตัวในบริบทที่ถูกต้อง และจัดทำสื่อในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสื่อสารกับภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคนโยบาย 3) ศูนย์ประสานงานและพัฒนางานวิจัยด้านโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดย รศ. ดร.อำนาจ ชิดไธสงบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และคณะ ซึ่งได้สร้างความร่วมมือเชิงสถาบันร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากรและมหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อเสริมความเข้มแข็งทางวิชาการในเรื่องการพยากรณ์อากาศรายฤดูและการคาดการณ์ภูมิอากาศล่วงหน้า รวมถึงกิจกรรมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยเฉพาะการจัดทำข้อเสนอโครงการร่วมกับนักวิจัยอาเซียนและนำเสนอในงานประชุมคณะทำงานอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระหว่างวันที่ 27-28 มีนาคม 2557 ณ ประเทศกัมพูชา
นอกจากนี้ยังมีโครงการลดภัยพิบัตรจากแผ่นดินไหว โดย รศ. ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย สำนักวิชาวิศวกรรมโยธา สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียและคณะ ที่เน้นการศึกษาวิจัยและเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบายและป้องกันอันตรายจากการเกิดแผ่นดินไหว ตลอดจนชุดโครงการยุทธศาสตร์การจัดการผลประโยชน์แห่งชาติ โดย รศ. ดร.โสภารัตน์ จารุสมบัติ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะ ซึ่งจะศึกษาการใช้ประโยชน์ภายใต้กติสากล ทั้งกติกาที่เกี่ยวข้อง กติกาหลักด้านการประมง ทรัพยากรมีชีวิต ท่องเที่ยว และกติกาความร่วมมือในการจัดการทรัพยากรประมงร่วมกัน รวมถึงการจัดการเพื่อป้องกันผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล และการเพิ่มทางเลือกของชุมชนชายฝั่งที่ใช้ทรัพยากรมีชีวิตในประเด็นต่าง ๆ



