ไลฟ์สไตล์

สกว.ย้อนรอยโบราณคดีเส้นทางสู่'ทวาย'

สกว.ย้อนรอยโบราณคดีเส้นทางสู่'ทวาย'

06 มี.ค. 2557

สกว.ร่วมกับเครือข่ายนักวิชาการนานาชาติ ศึกษาย้อนรอยโบราณคดีขยายผลเส้นทางสู่เมืองทวาย

             6มี.ค.2557 โครงการ “การศึกษาความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” โดย พันเอกรศ.ดร.สุรัตน์  เลิศล้ำ สังกัดสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ส่วนการศึกษา โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า หัวหน้าโครงการ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับเครือข่ายนักวิชาการระดับนานาชาติทางด้านโบราณคดี ได้แก่  Prof. Elizabeth Moore มหาวิทยาลัยลอนดอน Prof. Mamoru Shibayama มหาวิทยาลัยเกียวโต และรศ.สุรพล นาถะพินธุ มหาวิทยาลัยศิลปากรและเมธีวิจัยอาวุโส (สกว.) ได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายนักวิจัยกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษา และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนม่าร์ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ในการสำรวจทางโบราณคดี และการนำวิธีการด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและเทคโนโลยีสื่อระยะไกลมาช่วยในการระบุตำแหน่งและตรวจสอบหลักฐานทางโบราณคดีให้กับผู้ปฏิบัติการด้านโบราณคดี และนักศึกษาระดับอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัย 3 แห่งในเมืองทวาย ณ เมืองโบราณทาการ่า ตอนเหนือของเมืองทวาย โดยในพิธีเปิดการจัดกิจกรรมได้รับเกียรติจาก H.E. U Than Sweรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวัฒนธรรม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนม่าร์ เป็นประธานเปิดการประชุม มีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 60 คน เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา

             พันเอก รศ.ดร.สุรัตน์ กล่าวว่า กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขยายผลงานศึกษาข้อมูลวัฒนธรรมและสังคมสมัยโบราณในระเบียงวัฒนธรรมแนวทิศตะวันออก-ตะวันตกของไทยและประเทศเพื่อนบ้าน คือ พื้นที่ชายแดนไทย-พม่า ในเขตอำเภอไทรโยค อำเภอทองผาภูมิ  อำเภอสังขละ จังหวัดกาญจนบุรี และการสำรวจพื้นที่ตามเส้นทางจากเมืองกาญจนบุรีถึงเมืองทวายและในพื้นที่บริเวณโดยรอบอาณาเขตเมืองทวาย  สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนม่าร์ และสอบทานกับแผนที่โบราณสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น  ผลการศึกษา ณ ปัจจุบัน ได้ตรวจพบตำแหน่งสำคัญที่ระบุในแผนที่โบราณ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ตามแนวเส้นทางโบราณเปรียบเทียบกับแนวถนนปัจจุบันที่สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับการเดินทางผ่านเส้นทางนี้   โดยทีมวิจัยได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือในการทำการวิจัยร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม สหภาพเมียนม่าร์  SOAS, University of London, Kyoto University ในการจัดกิจกรรมร่วมสำรวจ แลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ การให้ความรู้แก่หน่วยงาน นักวิชาการ และเยาวชนของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนม่าร์  เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ ความเห็น มุมมอง เพื่อนำมาสู่องค์ความรู้ที่แท้จริง ทั้งจากภายในและภายนอก และผลักดันให้เกิดการจัดตั้ง Dawei  ResearchCenter  อันจะนำไปสู่ความเข้าใจในประเทศเพื่อนบ้านและการพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืนในอนาคต ซึ่งโครงการได้เริ่มกิจกรรมในลักษณะนี้มาแล้ว 1 ครั้ง ด้วยการจัดประชุมและบรรยายทางวิชาการ ณ วิทยาลัย Pyay Field School of Archaeology เมือง Pyayสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนม่าร์ เมื่อ 19-24 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา

             “เมืองทวาย เป็นเมืองที่มีความรุ่มรวยด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและโบราณคดี และงานศึกษาที่ผ่านมาบ่งชี้ว่ามีการเชื่อมโยงทางด้านการคมนาคมขนส่ง แหล่งที่ตั้งของชุมชนโบราณที่สำคัญในสมัยต่างๆ ในพื้นที่อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง : Greater Mekong Subregion (GMS) และคาบสมุทรมลายา สะท้อนถึงรากเหง้าการดำรงอยู่ร่วมกันของผู้คนบนพื้นที่สุวรรณภูมิ การศึกษาเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างนักวิจัยไทยและประเทศเพื่อนบ้านต่อหลักฐานทางโบราณคดีที่ยืนยันตัวตนและรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่มีร่วมกัน ตลอดจนการจัดกิจกรรมแบ่งปัน แลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการกับหน่วยงาน เยาวชนและชุมชนในประเทศเพื่อนบ้าน จะนำไปสู่การสร้างอัตลักษณ์ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในอาเซียน สำหรับทวายนั้นด้วยพื้นฐานทุนทางวัฒนธรรมที่มีทิศทางการพัฒนาที่เหมาะสมจึงน่าเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรม ซึ่งงานวิจัยที่ สกว. ให้การสนับสนุนนี้จะช่วยเป็นส่วนสำคัญในการสร้างองค์ความรู้และประสบการณ์ในแง่มุมต่างๆ เพื่อให้คนในท้องถิ่นรับรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น และนำมาต่อยอดในการจัดการท่องเที่ยวให้มีมิติที่กว้างขึ้นและยังประโยชน์ให้กับคนในท้องถิ่นได้มากขึ้น” ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย รองผู้อำนวยการ สกว. ด้านยุทธศาสตร์การวิจัยเชิงพื้นที่กล่าว

             ทั้งนี้ โครงการศึกษาความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย พันเอก รศ.ดร.สุรัตน์เป็นหัวหน้าโครงการระยะเวลาดำเนินงาน 2 ปี (1 กรกฎาคม 2556-30 มิถุนายน 2558)  เป็นโครงการต่อยอดจากโครงการศึกษาถนนโบราณจากเมืองพระนครถึงเมืองพิมายซึ่งเป็นโครงการระยะแรก ด้วยวิธีการศึกษาที่บูรณาการความรู้จากสหสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ โบราณคดี มานุษยวิทยา เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศร่วมกับเทคโนโลยีสื่อระยะไกล และเป็นการทำงานร่วมกันของนักวิชาการ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเฉพาะพื้นที่ ทั้งจากไทยและประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชา (โดยองค์การอัปสราที่เป็นผู้บริหารจัดการเมืองพระนคร -นครวัด นครธม) และในการดำเนินการระยะปัจจุบันมีบุคคลากรจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่นกระทรวงวัฒนธรรม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนม่าร์ Vietnamese Academy of Social Science (VAST) ประเทศเวียดนาม กระทรวงวัฒนธรรม สปป. ลาว และความร่วมมือทางวิชาการของมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ และนักวิชาการนานาชาติ อาทิ Prof. Elizabeth Moore มหาวิทยาลัยลอนดอน Prof. Mamoru Shibayamaมหาวิทยาลัยเกียวโต ทำให้เกิดทีมผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศที่สามารถขยายผลการทำงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านภายใต้โครงการปัจจุบัน ซึ่งวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีร่องรอยหลักฐานความเชื่อมโยงและความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมอย่างเด่นชัดจากการขยายเส้นทางคมนาคมตั้งแต่ในช่วงสมัยรัฐเริ่มแรกถึงพุทธศตวรรษที่ 22  จากหลักฐานวัตถุทางวัฒนธรรม อุตสาหกรรมโบราณซึ่งมีข้อมูลบ่งชี้ถึงการสืบทอดภูมิปัญญา เทคโนโลยีการผลิต มาถึงปัจจุบัน และนำผลของการวิจัยมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ผลการวิจัย  ขยายเครือข่ายการศึกษาวิจัยในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ด้านการให้การศึกษาแก่เยาวชนในระดับภูมิภาค ด้านการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ