ไลฟ์สไตล์

เครื่องสาวไหม 'หนองคาย 2-3'

เครื่องสาวไหม 'หนองคาย 2-3'

04 มี.ค. 2557

ทำมาหากิน : เครื่องสาวไหม 'หนองคาย 2-3' นวัตกรรมใหม่กรมหม่อนไหม

 
                    นับเป็นอีกก้าวของกรมหม่อนไหมที่ได้คิดค้นเครื่องผลิตเส้นไหมไทยรูปแบบหนองคาย 2 และ 3 ช่วยให้สาวไหมได้เร็วขึ้น เพิ่มจำนวนผลผลิตเส้นไหมได้มากขึ้น สามารถควบคุมความสม่ำเสมอของขนาดเส้นไหมได้ และเพิ่มความเหนียวของเส้นไหมได้มากขึ้นถึง 35 เปอร์เซ็นต์ ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้แล้ว 100 กลุ่ม พร้อมพัฒนาเป็นนวัตกรรมบ่งชี้ลักษณะเส้นไหมไทยในอนาคตที่จะมีการเปิดเสรีสินค้าเส้นไหม
 
                    อนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมหม่อนไหม เผยว่าการแก้ปัญหาของกลุ่มเกษตรกรหรือเครือข่ายผู้ผลิตหม่อนไหมที่มีโครงสร้างการผลิตแบบเดิมส่วนใหญ่เป็นรายย่อย ไม่สามารถตอบสนองการตลาดยุคโลกาภิวัตน์ในปัจจุบันได้ หากกระบวนการผลิตในชุมชนยังเป็นการผลิตแบบเดิมๆ อาศัยความชำนาญหรือภูมิปัญญาของตนเองหรือท้องถิ่นเป็นหลัก โดยใช้เครื่องมือง่ายๆ ที่ไม่สามารถควบคุมคุณภาพผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับเกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหม่อนไหมเป็นอาชีพเสริม ใช้เวลาทำงานอยู่กับบ้าน การส่งเสริมให้ทำงานระบบกลุ่มยังไม่ค่อยประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร การเร่งผลิตเพื่อสนองต่อตลาดจึงเป็นไปได้ยาก อีกทั้งกับโครงสร้างแรงงานในชุมชนเกษตรได้เปลี่ยนไปและถดถอยลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้จำนวนครัวเรือนผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมลดลงมาก
 
                    อธิบดีกรมหม่อนไหมกล่าวต่อว่า จากข้อมูลจะเห็นว่าปี 2535 ประเทศไทยมีเนื้อที่ในการปลูกหม่อน 445,103 ไร่ พอปี 2546 มีเนื้อที่ 161,430 ไร่ ซึ่งลดลงมากกว่า 50% และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน ดังนั้น การวิจัยพัฒนาเครื่องทุ่นแรงที่เหมาะสมกับเกษตรกรรายย่อยเพื่อนำมาใช้กับงานด้านหม่อนไหม จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ได้แก่ เครื่องอบรังไหม เครื่องสาวไหม เครื่องตีเกลียว และการปรับโครงสร้างผ้า รวมทั้งการปรับปรุงกระบวนการผลิตแบบการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนร่วมในห่วงโซ่การผลิต เพื่อพัฒนา อุปกรณ์ เทคโนโลยี และองค์ความรู้ที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของเกษตรกร แต่ให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ตรงความต้องการของตลาด และการใช้ประโยชน์ผลผลิตที่ได้จากกระบวนการผลิตทุกชนิด เช่น เส้นไหมลืบ เส้นไหมน้อย ดักแด้ ผลพลอยได้อื่นๆ เป็นต้น ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กรมหม่อนไหม 
 
                    ขณะที่ สุชาติ จุลพูล ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ หนองคาย กล่าวถึงนวัตกรรมใหม่เครื่องสาวไหมอเนกประสงค์ หนองคาย 2 และ 3 ซึ่งเป็นผลงานที่ตนและคณะได้ศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการสาวไหมที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเพื่อนำมาใช้ปรับปรุงการผลิต โดยสิ่งประดิษฐ์ตัวใหม่นี้ มีหลักการสำคัญคือเป็นเครื่องสาวไหมที่ใช้มอเตอร์ขนาดเล็กที่มีกลไกสามารถดึงเส้นไหมเข้าหลอดพร้อมกับปั่นเกลียวไปพร้อมกัน สามารถเพิ่มและลดความเร็วหรือจำนวนเกลียวได้ตามความชำนาญ สาวไหมได้ง่าย ให้ผลผลิตในการสาวไหมลืบเฉลี่ย 33.6 กรัม/ชั่วโมง เส้นไหมมีความเหนียวสูงขึ้น ประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าไหมลืบจากเครื่องสาวไหมพื้นบ้านรอกเดี่ยว เส้นไหมที่ได้จะนำไปฟอกย้อมได้ดีและเส้นไม่แตก 
 
                    ส่วนเครื่องสาวไหมไทย หนองคาย 3 เป็นเครื่องสาวไหมชนิด 4 หัวสาว ใช้สาวไหมน้อย มีหัวปั่นเกลียว ความเร็วหัวปั่น 5,500 รอบต่อนาทีและอัตราการสาวไหม 6.25 เมตรต่อนาที ทำเกลียว 880 รอบ/เมตร สม่ำเสมอตลอดการใช้งาน และวิธีการสาวแบบใหม่ สามารถควบคุมความสม่ำเสมอของขนาดเส้นไหมได้ โดยเครื่องสาวและวิธีสาวไหมดังกล่าว กรมหม่อนไหมได้แนะนำให้ภาคเกษตรกรใช้แล้ว 100 กลุ่มในปัจจุบันและจะเป็นนวัตกรรมบ่งชี้ลักษณะเส้นไหมไทยได้ในอนาคตที่มีการเปิดเสรีสินค้าเส้นไหมต่อไป หลังได้รับการจดสิทธิบัตรแล้ว 
 
                    ผู้สนใจเครื่องผลิตเส้นไหมไทยรูปแบบหนองคาย 2 และ 3 สอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ หนองคาย โทร.0-4241-4911 และ 08-1938-4460 ในวันและเวลาราชการ
 
 
 
--------------------------
 
(ทำมาหากิน : เครื่องสาวไหม 'หนองคาย 2-3' นวัตกรรมใหม่กรมหม่อนไหม)