ไลฟ์สไตล์

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : นักเขียนรุ่นเยาว์

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : นักเขียนรุ่นเยาว์

02 มี.ค. 2557

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : นักเขียนรุ่นเยาว์ : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

 
                      โรงเรียน “ ตากพิทยาคม ” จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านการเขียน ณ อุทยานแห่งชาติลานสาง เชิญนักเขียนไปเป็นวิทยากร
 
                      ผมกลับจากตาก วันรุ่งขึ้น โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ก็พานักเรียน 30 ชีวิตมาเยือนนักเขียนถึงบ้าน
 
                      ระหว่างเชิญนักเขียนไป กับ บุกถึงรังนักเขียน ได้อรรถรสต่างกัน
 
                      ที่อุทยานแห่งชาติลานสาง นักเรียนกว่าร้อยคนได้สัมผัสธรรมชาติ หามุมสงบเฉพาะตน คิด เขียนบทกวีคนละบท สองบท เล่นน้ำตกกัน ป่ายปีนหินผาตามประสา สนทนากัน เล่นหัวกัน ชวนคิด ชวนฝัน แลกเปลี่ยน แบ่งปัน ห่อข้าวไปกินกลางวัน วิทยากรอย่างผมพลอยสนุก มีความสุข วัยเยาว์หวนคืนกลับมา
 
                      “บางช่วงชีวิต คนเราก็เหมือนใบไม้บนผิวน้ำ ลอยไปตามสายธาร ผ่านแก่งหิน ไหลระเริงไปจนตกหน้าผา ถูกดูดลงไปอยู่ใต้ผิวน้ำ แล้วก็ลอยขึ้นใหม่ ไหลตามน้ำต่อไป ” (อภิชญา  มายศ ม.6/5)
 
                      “น้ำตกแสนงาม โขดหินเรียงราย หน้าผาสูงชัน ร่มเย็น สงบ” (วศิน  แก้วคำ ม.6)
 
                      “ในธรรมชาติ มีอะไรให้เราค้นหาอีกมากมาย ในความสงบ สบาย สดชื่น สูดลมหายใจได้เต็มปอด” (ศรัณย์ สุขสอน ม.6/6)
 
                      “เสียงของความสงบ เสียงน้ำใสไหลริน คลอเคล้าเสียงนก คือเสียงเพลงที่น่าอัศจรรย์ สัมผัสได้ด้วยใจ” (จุฑารัตน์  เอื้อสลุง ม.6/4)
 
                      “เสียงน้ำตกอึกทึกดังกึกก้อง เพื่อนยาพากันร้องเพลงขับขาน
 
                      สุขใจกันในอุทยาน เป็นวันวารที่น่าจดจำ” (กฤษณา  วัตนกุล ม.6/6)
 
                      “เด็กสาวสองคนเดินเล่นตามธารน้ำตก เธอและฉันเป็นเพื่อนกัน เธอถอดรองเท้าไว้บนเนินทราย นั่งจุ่มเท้าลงในน้ำ เธอหันมายิ้ม ฉันยิ้มตอบเธอไป” (สมัชญา  เอี่ยมแก้ว ม.6/4)
 
                      “สายน้ำวนชวนให้คนฉงนคิด ว่าชีวิตนี้ไม่แน่นอน ผันไปไม่หยุดนิ่ง สุขแท้จริงเป็นฉันใดหนอ” (วชิรวิชญ์  แก้วชัยรัตนโชติ ม.6/6)
 
                      “นอนอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ เสียงธารน้ำตกเสนาะหู ลมพัดผ่านเย็นสบาย ใบไม้ร่วงลงมาในลักแสงแดดอุ่น รู้สึกสบายเหลือเกิน” (จุฑามาศ  พุทธโศภิษฐ์ ม.6/4)
 
                      “โอ้อุทยานแห่งชาติลานสาง เสียงนกเสียงน้ำน่าฟัง
 
                      บรรยากาศน่านอนเสียจัง ลมพัดพรักพรำๆ ทำให้เคลิ้ม” (ศุภนิดา  แย้มทับ ม.6/4)
 
                      “บางคนตามหาความสุข ทั้งๆ ที่ความสุขอยู่ใกล้ตัว” (สิริวิมล  สุระพรม.6/4)
 
                      “สายลมพัดผ่านทิวไม้ สายน้ำหลั่งไหลเซาะโขดหิน
 
                      หญ้าเขียวปกคลุมแผ่นดิน ทุกชีวินเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน
 
                      ตามธรรมชาติของชีวิต ลิขิตขีดเขียนเส้นทางฝัน
 
                      เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทุกวาวัน ที่ชีวิตนั้นวาดหวังไว้” (เอกรินทร์  พุ่มลิด ม.6/4)
 
                      ผมคัดลอกถ้อยคำของเด็กหนุ่มสาวชาวตากพิทยาคมมาลงไว้ให้อ่านกัน เพื่อให้รับรู้ว่า “การเขียน” นั้นเป็นเรื่องง่ายๆ ทุกคนก็สามารถเขียนได้ พอจับปากกาเขียนทุกคนก็เริ่มคิด คิดว่าตนคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร... ตรงนี้แหละครับคือประโยชน์ของการเขียน คือ การเขียนทำให้คิด อ่าน
 
                      ลองอ่านงานเขียนของเด็กอีกกลุ่มหนึ่ง จากโรงเรียนสตรีนครสวรรค์
 
                      “ชีวิตเป็นเช่นบทเพลง มีบรรเลงเร็วช้าได้
 
                      มีจบสิ้นอย่าได้ทะนงไป ตั้งใจเถิดอย่าพ่ายใจตัวเอง” (กฤษดา  บุญทอง ม.4/2)
 
                      “มองสายน้ำทอดยาวไป เหมือนชีวิตไม่มีที่สิ้นสุด ผ่านพบสิ่งต่างๆ ตลอดทาง” (วิชญาภรณ์  ครุฑจันทร์ ม.4/3)
 
                      “สายน้ำนั้นจบที่ทะเล ชีวิตของคนมีจุดจบที่ไหน” (ภัชชา  จรรยาวงศ์ ม.3/7)
 
                      “คนเราเกิดมา ในชีวิต ต้องมีเหตุการณ์ที่ทำให้เราต้องเลือกอยู่เสมอ” (จรวยพร  เที่ยงตรง ม.6/9)
 
                      “เมื่อเราทะเลาะกับใคร เราย่อมไม่เห็นข้อดีของอีกฝ่าย เช่นเดียวกัน เราไม่มีทางเห็นข้อเสียของตนเอง” (ประภัสสร  วงษ์ภา ม.4/2)
 
                      “เมื่ออยู่ท่ามกลางหมู่ต้นไม้ เราเห็นบางอย่างที่เหมือนกับคน คือการผลิใบใหม่ออกมา ค่อยโตขึ้นเป็นใบเขียวสดสวยงาม และไม่นานก็ค่อยๆ เหี่ยวเฉา จนร่วงลงสู่พื้น แล้วก็หายไปจากสายตาเรา” (ปรตา  จรบุรี ม.4/1)
 
                      “ดอกไม้สีขาวแสนงดงาม เปรียบเหมือนหญิงสาวบริสุทธิ์ แต่เมื่อเหี่ยวเฉา แมลงก็บินจากไป ไม่หวนกลับคืนมา” (สุกัญญา  หมีทอง ม.4/2)
 
                      “มีสิ่งต่างๆ มากมายที่น่าสนใจ เรียนรู้ รอให้ค้นพบ การศึกษาไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ในห้องเรียนเสมอไป เราสามารถค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิต ค้นพบตังเองว่ามีพรสวรรค์ทางใด จงใช้ชีวิตให้คุ้มค่าในวันนี้ เผื่อว่าวันพรุ่งนี้ไม่มีจริง” (ชลธิชา  แก้วนิ่ม ม.5/9)
 
                      “ไม่มีใครในความสงบ มีผู้คนเต็มไปหมดในความว่างเปล่า” (ปราณต์  ศรีสะอาด ม.5/2)
ระหว่างเชิญนักเขียนไปหาเด็กๆ กับ พาเด็กๆมาบุกรังนักเขียน รู้สึกว่าแบบหลังจะได้บรรยากาศเข้มขลังน่าดู ผมยังจำบรรยากาศวันที่เด็กๆ ไปบุกบ้านชาติ  กอบจิตติ ที่ปากช่อง วันที่เด็กๆ ไปเยือนทุ่งศักอาศรม ของ ศิวกานท์  ปทุมสูติ (ทั้งสองงานผมร่วมเป็นวิทยากร) เด็กๆ ได้ดื่มซับความรู้สึกพิเศษ จากสายลมรอบๆ ตัวนักเรียน
 
                      ความรู้สึกพิเศษที่ว่า ก็คือ ความรู้สึกที่มีต่อ บุคคล, สถานที่ที่พิเศษ ช่วยสร้างบรรยากาศเข้มขลังให้กิจกรรมเป็นอย่างยิ่ง เหมือนที่เด็กๆ ชาว “ตากพิทยาคม ได้สัมผัสอุทยานแห่งชาติลานสาง” เหมือนที่เด็กๆ ได้มายืนอยู่ ต่อหน้าจุดบรรจบของสองแคว ยม น่าน ที่ต.เกยไชย อ.ชุมแสง
 
                      “ต่างคนต่างมุมมองต่างค้นหา ต่างคนต่างตาต่างแลเห็น
 
                      ต่างคนต่างใจต่างที่เป็น ต่างก็เน้นที่ต่างเพราะต่างคน
 
                      สิ่งที่เห็นใช่สิ่งที่เป็นไป สิ่งที่ใช่หาใช่ทุกเหตุผล
 
                      สิ่งที่ถูกใช่ถูกตามความคิดตน สิ่งที่ค้นสิ่งที่หาคือความจริง”
 
                      (นายทวีศักดิ์  จรบุรี...หนุ่มน้อยคนพิเศษ)
 
 
 
 
---------------------------
 
(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : นักเขียนรุ่นเยาว์ : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)