ไลฟ์สไตล์

การออกแบบและตกแต่งสไตล์'บูทิคไม่บาน'

การออกแบบและตกแต่งสไตล์'บูทิคไม่บาน'

01 มี.ค. 2557

การออกแบบและตกแต่งสไตล์'บูทิคไม่บาน' : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว

 
 
 
          เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้นำเสนอแนวคิดในการออกแบบและตกแต่งของ “บ้านไม่บาน” ในสไตล์ “บูทิคไม่บาน” ก็เป็นที่ชอบอกชอบใจกันไปทั่วประเทศ ซึ่งผมเคยได้ให้ความรู้เกี่ยวกับคำว่า “บูทิค”  ที่รากศัพท์เดิมมาจากภาษา “ฝรั่งเศส” มีความหมายว่า “รูปแบบสิ่งของหรืออาคารสถานที่สวยๆ งามๆ แปลกตา” คนไทยมักใช้ทับศัพท์โดยเฉพาะเกี่ยวกับ “แฟชั่นดีไซน์” มักนิยมใช้คำว่า “บูทิค”  สำหรับร้านเสื้อ ผ้า หน้า ผม แต่ “บูทิค” ของผมมีนัยที่บอกถึงแนวทางในการออกแบบและตกแต่งที่มีความหลากหลายเต็มไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์โดยไม่ยึดติดอยู่ในกรอบหรือระเบียบหรือสไตล์ที่เคร่งครัดจนเกินไปนัก โดยผมมักเรียกสไตล์การออกแบบและตกแต่งแบบ “บูทิคไม่บาน” นี้ว่าเป็นสไตล์  “อกาลิโก” + “ไฮโซ” + “โลว์คอส” ที่จะทำให้อาคารบ้านเรือนของท่าน  “สวยทน  สายทาน สวยนาน”  ทั้งยัง “ประหยัด  ดูดี”  และ “มีชาติตระกูล”  ครับ
 
          แนวทางในการออกแบบและตกแต่งสไตล์ “บูทิคไม่บาน” ของผมจะเน้นเอาการนำเอา “ของดีมีอยู่”  อันเป็นผลผลิตจาก “วิถีการดำเนินชีวิต”  (การกินอยู่)   ซึ่งมักเรียกโดยรวมว่า “ศิลปวัฒนธรรม” โดยการนำเอา “ของดีมีอยู่”  อันเป็น “มรดกทางศิลปวัฒนธรรม” นี้แหละครับนำกลับมาปรุงใหม่ มารับใช้วิถี “การกินอยู่” แบบ “สมัยใหม่”   ในสังคมที่ถูกครอบโดยวิถีของ “ทุนนิยม”  และ “บริโภคนิยม” เต็มรูปในปัจจุบัน  รวมทั้งวิถีของ “ดิจิทัล” และ “ดอทคอม” โดยผ่านโครงข่ายทาง “อินเทอร์เน็ต” ทำให้ทุกอย่าง มาเร็ว ไปเร็ว  แบบจับต้นชนปลายกันไม่ถูก  หากก้าวพลาดพลั้งไปหรือใช้ชีวิตแบบไร้ “ราก”  ไร้ “จุดยืน” ก็อาจหลงไปกับแสงสีและ “วิถีสมัยใหม่” ได้ง่ายครับ  
 
          แนวคิดแบบ “บูทิคไม่บาน”ของผม นอกจากจะสวยสดงดงามเป็น “เอกลักษณ์” เฉพาะตัวในสไตล์ “อกาลิโก”+ “ไฮโซ” + “โลว์คอส” แล้ว ก็ยังเป็นการเตือนสติให้กับชาว “คนรักบ้าน” ให้ตระหนักว่าไม่ว่าโลกภายนอกจะก้าวล้ำนำสมัยสักเท่าไหร่  ไม่ว่าคนในสังคมยุคใหม่จะคลั่งไคล้ตามไล่ล่าเทคโนโลยีกันขนาดไหน  แต่จะต้องไม่ลืมว่า  “ชาติพันธ์” ที่เป็น “โคตรเหง้าเหล่ากอ” ของเราคือใคร  มีวิถีการกินอยู่อย่างไร  มี “ศิลปวัฒนธรรม” ที่ซับซ้อนทับถมกันมายาวนานเพียงไร คงจะไม่ถูกต้องนักครับว่าหากสังคมไทยมุ่งที่จะก้าวไปข้างหน้า 
 
          แต่กลับ ไม่หอบหิ้วเอา “ของดีมีอยู่” ไปด้วย  หลงใหลได้ปลื้มไปกับความ “ทันสมัย” หรือ “กลัวเชย” กันจนเกินเหตุ  สุดท้ายแล้วคงจะไม่เหลืออะไรไว้ให้เป็นมรดกตกทอดให้กับคนรุ่นลูกรุ่นหลาน  เพราะ “มีแต่ตัวเท่านั้นที่เป็นไทยแต่ใจกลับเป็นทาส” (ทางความคิด)  ก็คงหมดสิทธิ์ที่จะลืมตาอ้าปากเป็น “ผู้นำ” ได้ในสังคมโลกเพราะจะเป็น “ผู้ตาม” เรื่อยไป   หากเป็นเช่นนี้ต่อไปคงไม่มีอะไรจะไปอวดนานาอารยะประเทศ  ว่าเราเป็น “คนดี” อยู่อาศัยใน “บ้านดีเมืองดี” ครับ
 
          กระบวนการทางความคิด  ซึ่งเป็น “ราก” ของการออกแบบและตกแต่งภายในในสไตล์ “บูทิคไม่บาน” ของผมนั้น ผมมักจะเรียกว่าเป็นกระบวนการ “Revitalization”  หมายถึงการ  “การฟื้นคืนชีวิตใหม่” โดยมีรากฐานจากของเก่าที่มักจะถูกมองข้ามแล้ว  ถูกทิ้งร้างแล้ว นำทรัพยากรที่ “ไร้ค่า” หรือถูกทำให้ “ด้อยค่า” เหล่านี้มาฟื้นคืนชีวิตใหม่  ใน “บริบท”ใหม่ ๆ  ทั้งยังเป็นกระบวนการอนุรักษ์สืบสานและพัฒนา ซึ่งสำหรับตัวผมแล้วการออกแบบและตกแต่งในสไตล์ “บูทิคไม่บาน” นี้น่าจะเป็นอีกหนึ่ง “ทางเลือก” ซึ่งอาจจะเป็น “ทางรอด” ของสังคม “คนรักบ้าน” ในปัจจุบันที่กำลังถูกมอมเมา ด้วยระบบ “ทุนนิยม” ที่นำมาซึ่ง “บริโภคนิยม” และ “วัตถุนิยม”  อย่างเต็มรูปครับ
 
          ในสัปดาห์นี้ผมได้นำเสนอแนวทางในการออกแบบและตกแต่งโดยใช้วัสดุอุปกรณ์รอบตัวที่มีอยู่ ที่ถูกทิ้งและขาดการเอาใจใส่โดยนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น นาฬิกาเก่าๆ ไม้แกะสลักเก่าๆ  กรงนกเก่าๆ ตะเกียงลานเก่าๆ ตะเกียงเจ้าพายุเก่าๆ ฯลฯ ก็ล้วนแล้วแต่มีค่า แม้แต่ผ้าซิ่นไหมเก่าๆ ของยาย  ตู้ใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ที่เป็นของขวัญวันแต่งงานสมัยที่คุณปู่คุณย่ายังมีชีวิต รูปภาพเก่าๆ ถ้วยชามเก่าๆ ฯลฯ  ล้วนแล้วแต่มีคุณค่าทั้งสิ้น อาจจะเป็นเพราะเป็นสิ่งของเครื่องใช้ของคนที่เรารัก เป็นของ “คู่บ้าน” มานาน จนบางครั้งก็เผลอมองข้ามความสำคัญ   
 
          ในยุค “ข้าวยากหมากน้ำมันแพง”  อีกทั้งมี “ความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง” ดังเช่นในปัจจุบัน ทุกอย่างดูอัตคัดขัดสน ต้องระมัดระวังการใช้จ่าย สิ่งใดควรใช้ก็ใช้ สิ่งใดไม่ควรใช้ก็อย่าใช้  สิ่งไหนพอใช้ได้ก็ควรที่จะนำมาปรับประยุกต์  ดัดแปลง  ใช้ใหม่  และผลที่ได้ก็น่าทึ่งครับ  เกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่อยู่นอกกรอบ ซึ่งจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ที่ให้เกียรติกับ “ของดีมีอยู่” โดยตั้งใจแน่วแน่ว่า จะไม่มองข้ามคุณค่าอย่างที่เคยเป็นมา และมุ่งมั่นที่จะนำเอาสิ่งละอันพันละน้อยในอดีตเหล่านี้ปลุกให้ฟื้นคืนชีวิตใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง  
 
          หากบรรดาชาว “คนรักบ้าน” ร่วมมือร่วมใจทำได้เช่นนี้ อนาคตก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ เพราะต่อให้ใครจะมาหลอกหรือลวงอย่างไรก็หลงไปได้ยาก ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือ “แก่น” ของการออกแบบและตกแต่งในสไตล์ “บูทิคไม่บาน” ที่ “เบิกบาน” ในใจผม  และเชื่อว่ากำลังจะ “เบ่งบาน” ในใจของชาว “คนรักบ้าน” อีกหลายท่านที่ชื่นชอบในการตกแต่งแนวทางนี้ครับ สำหรับท่านที่สนใจรายละเอียดการออกแบบและตกแต่งภายในสไตล์ “บูทิคไม่บาน” ก็เข้าไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ “เว็บไซต์ยอดฮิต” ของชาว “คนรักบ้าน”  www.homeloverthai.com  แล้วพบกับสาระน่ารู้ได้ใหม่ในอีกสองสัปดาห์หน้าครับ
 
.......................................
(หมายเหตุ การออกแบบและตกแต่งสไตล์'บูทิคไม่บาน' : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว)