
'ชินได้อะไรมาง่ายพอยากก็ท้อ'
28 ก.พ. 2557
'ชินได้อะไรมาง่ายพอยากก็ท้อ' 'ณัฐ อุดมพาณิชย์'วิพากษ์เด็กไทย : โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ
หลังเรียนจบ ม.6 นักเรียนทุกคนที่ต้องการเรียนต่อต้องสอบแข่งขันเพื่อให้ได้ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย และคณะที่ใฝ่ฝัน ซึ่งมีทั้งสอบตรงและแอดมิชชั่นส์ หลายคนต้องเรียนหนังสือ และกวดวิชาอย่างหนัก เพื่อให้สอบได้คณะ สาขา และสถาบันการศึกษาตามที่ต้องการ ซึ่งระบบการศึกษาไทยยุคนี้ทำให้เด็กเครียด วุ่นวาย โดยเฉพาะเมื่อสถาบันการศึกษาหลายแห่งเปิดสอบตรง ทำให้เด็กหลายคนต้องวิ่งรอกสอบ
"มีเด็กหลายคนอยากจะสอบวิศวะ ก็สามารถสอบตรงได้หลายแห่งเช่น จุฬาฯ ก็สอบที่หนึ่ง แล้วก็ไปสอบวิศวะเกษตร อีกที่หนึ่ง วิศวะอย่างเดียวกัน ก็แยกกันไปสอบหลายๆ ที่ อย่างนี้คนรวยก็จะได้เปรียบ เพราะการสอบย่อมมีค่าใช้จ่าย หรือบางคนเด็กก็ต้องสอบตามใจผู้ปกครองอยากให้เรียน เพราะมีผู้ปกครองบางคนคาดหวัง อยากให้ลูกเรียนหมอ แต่ตัวเด็กเองไม่อยากเป็นหมอ ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้เด็กเครียดได้ บางคนถึงกับต่อต้านก็มี เด็กบางคนเรียนเก่งเลยต้องคิดว่าตัวเองต้องเรียนหมอ ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เลยว่าอยากเป็นหมอหรือเปล่า นี่คือปัญหาของเด็กไทยในยุคนี้ ที่เจอมาโดยตลอด" ณัฐ อุดมพาณิชย์ ติวเตอร์ชื่อดัง เล่าถึงประสบการณ์ที่สอนหนังสือมานาน
เหตุผลที่ทำให้เด็กไทยเป็นแบบนั้น ณัฐบอกว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะระบบการคัดเลือกเรียนต่ออุดมศึกษาที่มีหลากหลาย ทำให้เด็กที่มีโอกาสมากพยายามเลือกในสิ่งที่ดี จนบางครั้งก็จะไปกีดกันเด็กอีกคนโดยไม่รู้ตัว หรือบางครั้งก็เลือกเรียนโดยคณะ สาขา ที่ความรู้ความสามารถของสมองเรียนได้ ทั้งๆ ที่ใจไม่ได้ชอบและมีความสุขเท่าใดนัก บางครั้งเรียนๆ ไปก็ต้องลาออกเพราะไม่ใช่ทาง หรือต้องมาสอบใหม่เพื่อให้ได้คณะ สาขา ที่ต้องการ โดยยอมเสียเวลาช้าไปอีก 1 ปี หรือบางครั้งเรียนจบไปแล้วก็ไม่ได้ประกอบอาชีพตามที่ร่ำเรียนมา
ณัฐเองเรียนจบวิศวกรรมศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่กลับมาทำอาชีพติวเตอร์ เพราะชอบสอนหนังสือตั้งแต่เด็ก เขาบอกว่า ทุกครั้งที่ได้สอนจะมีความสุข การเป็นติวเตอร์ของณัฐ จึงเริ่มต้นจากการสอนหนังสือให้น้องๆ ที่รู้จักกันเพียงไม่กี่คน ต่อมาก็มีการบอกกันปากต่อปาก จนกลายเป็นติวเตอร์ไปในที่สุด กระทั่งทุกวันนี้ การสอนหนังสือให้เด็กๆ ทำให้ได้รับรู้ว่า บางครั้งผู้ปกครองมีความคาดหวังในตัวเด็กสูง อยากให้ลูกสอบติด บางคนประเมินเด็กไว้สูงมาก และคิดว่าเด็กเรียนเก่ง และบางครั้งเด็กก็รู้สึกว่าตัวเองก็เรียนเก่ง และพยายามทำดีที่สุดแล้ว แต่พอมาสอนจริงๆ พบว่า ความรู้ที่มีในตัวเด็ก หรือการที่เด็กเรียนเก่ง บางครั้งมันไม่สามารถทำให้สอบติดได้ เช่น แพทย์ วิศวะ ซึ่งจำเป็นจะต้องรู้หนทางและต้องวางตัวให้ถูก ต้องเตรียมตัวอย่างไรถึงจะสอบติด
"ปัญหาของเด็กบางคนคือ ชอบดูถูกตัวเองไว้ก่อนว่า ทำไม่ได้ หรือบางครั้งก็โทษเป็นความผิดของระบบ ทำให้ไม่ขยันเท่าที่ควร หรือบางครั้งเด็กจะชินกับการที่ได้อะไรมาง่ายๆ พอเจอเรื่องที่ยาก หรือต้องวางแผนทำอะไรที่เป็นระบบ จะรู้สึกว่ายาก ท้อ และจะบอกว่า เขาได้พยายามทำดีที่สุดแล้ว แต่ความจริงยังไม่ใช่ หรือความจริงเขายังไม่ได้พยายามทำอะไรเลย แต่ปากจะบอกว่า นี่พยายามทำเต็มที่แล้วนะ ถ้าเจอลูกศิษย์แบบนี้ก็ต้องมาเคี่ยวเข็ญกัน และต้องอธิบายสิ่งที่เขาบอกว่าพยายามแล้ว แต่คนอื่นพยายามมากกว่า และคนที่พยายามมากกว่าคนนั้นแหละคือคนที่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย" ติวเตอร์ชื่อดัง ระบุ
อย่างไรก็ตาม ระบบการศึกษาของไทยทุกวันนี้ก็มีผลมีส่วนทำให้เด็กไทยเป็นแบบนั้น อย่างเช่น การประเมินผลที่มีการเก็บคะแนนระหว่างภาค 70 และสอบอีก 30 ทำให้เด็กได้คะแนนสะสมโดยไม่ลำบาก เมื่อรวมกับการสอบอีก 30 ทำให้คะแนนโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ได้เกรด เอ เมื่อมาเรียนในระดับมหาวิทยาลัยที่ระบบการประเมินที่แตกต่างออกไป และต้องใช้การสอบทั้งอัตนัยและปรนัย ทำให้นักศึกษาปี 1 หลายคนเกรดตก หรือบางคนก็ต้องรีไรท์ ก็มี
"นอกจากนี้ยังมีปัญหาอาจารย์ผู้สอนมุ่งเน้นทำ วิทยฐานะเพื่อเลื่อนขั้น ทำให้ไม่สนใจการเรียสอนเท่าที่ควร ไม่เข้มงวดกับการออกข้อสอบและสอบ หลายแห่งปล่อยเกรดให้นักเรียนได้เกรดสูงๆ เพื่อให้ภาพรวมนักเรียนดี ภาพรวมโรงเรียนดีขึ้น อาจารย์คนไหนออกข้อสอบยากเด็กตกเยอะก็จะถูกผู้ปกครองและผู้บริหารต่อว่า ทำให้นักเรียนจบที่จบออกไปเกรดดีกว่าคุณภาพที่เป็นจริงมากจนเกรดเฟ้อ และนักเรียนเหล่านั้นก็เข้าสู่อุดมศึกษา ถ้าเรียนจบออกไปเป็นบัณฑิตก็ไม่มีคุณภาพสู่สังคมอีก เป็นปัญหางูกินหาง ถ้าจะแก้ต้องแก้ที่ระบบการศึกษาทั้งหมด" ณัฐ กล่าว
นอกจากนี้เด็กรุ่นใหม่จะมีเคล็ดลับในการเลือกเรียนคณะ หรือสาขา เช่น เลือกคณะไหนที่เรียนแล้วไม่ตกงาน หรือเรียนคณะไหนแล้วรวยสุด ไม่เข้าใจด้วยว่า ทำไมเด็กเขากังวลมากเลยว่าเรียนจบมาแล้วจะต้องรวย ซึ่งเป็นค่านิยมแบบวัตถุนิยมของคนยุคนี้ ตามจริงควรเลือกในสิ่งที่ชอบก่อน เพื่อหาเลี้ยงชีพได้อย่างมีความสุข จากนั้นสร้างฐานะจากอาชีพ หาสิ่งจำเป็นปัจจัยพื้นฐานต่างๆ ก็ได้
"ยุคนี้มันมีเครื่องล่อตาล่อใจเยอะ มีทั้งเฟซบุ๊ก มีทั้งเกม อยากฝากถึงน้องๆ ที่กำลังจะเตรียมตัวสอบว่า ต้องคิดถึงอนาคตเป็นอันดับแรก ต้องมีเป้าหมายในชีวิตว่า อยากเป็นอะไร ที่สำคัญอย่าดูถูกตัวเองว่าไม่มีความรู้ เพราะความพยายามให้ถูกวิธีจะทำให้ประสบผลสำเร็จได้" ณัฐ กล่าวทิ้งท้าย
......................
('ชินได้อะไรมาง่ายพอยากก็ท้อ' 'ณัฐ อุดมพาณิชย์'วิพากษ์เด็กไทย : โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ )



