
หัวใจไทย:สันติธรรม
หัวใจไทย:สันติธรรม
กล่าวได้ว่า สังคมโลกในยุคปัจจุบันเป็นสังคมที่มีความหลากหลาย และแตกต่างทั้งชาติพันธุ์ ความคิด ความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณี ศาสนา และภาษา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่าง แต่ไม่แตกแยก จากความมุ่งมั่นที่จะเห็นมนุษย์รักกัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันนั้น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) สำนักงานศาลยุติธรรม และสถาบันพระปกเกล้า จึงได้ลงนามการร่วมพัฒนาหลักสูตร “สันติศึกษา” ขึ้นมา
พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาสันติศึกษา มจร บอกว่า โครงการหลักสูตรปริญญาโท สาขาสันติศึกษา มหาจุฬาฯ รุ่นที่ 1 จึงได้นำนิสิตที่กำลังได้รับการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งสันติภาพ เดินทางไปแสวงหาสันติธรรม ประเทศอินเดีย ศึกษาเรื่อง ทางสายกลางคือทางแห่งความพ้นทุกข์ รักของพระพุทธองค์เป็นรักที่ไร้ขอบเขตและไร้เงื่อนไข ขันติธรรมนำสังคมให้พ้น จุดเริ่มต้นประทีปแห่งสันติภาพ ความขัดแย้งจบได้ด้วยการเจรจา
นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) นิสิตโครงการปริญญาโท สาขาวิชาสันติศึกษา กล่าวว่า "เมืองไทยตอนนี้ เราจะเห็นปัญหาของความขัดแย้ง ความรุนแรง การแบ่งฝ่าย เพราะฉะนั้นเรื่องของหลักสูตรของสันติศึกษาก็จะเป็นตัวที่จะมาตอบโจทย์แนวทางที่เราจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสังคม ไม่ว่าจะเป็นสังคมระดับโลก สังคมไทย ที่ทำงาน หรือแม้แต่ในครอบครัว เรียกว่านำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตปัจจุบันของเราได้"
พระมหาจรูญโรจน์ ทีปังกโร เจ้าอาวาสวัดบ้านห้วยน้ำขาว นิสิตโครงการปริญญาโท สาขาวิชาสันติศึกษา กล่าวว่า “สันติศึกษาทำให้คนอย่างน้อยในสังคมที่อยู่ใกล้ตัวเราได้รับไอเย็นจากตัวเรา เราจะเอาความเย็นที่พุทธศาสนา ที่พระพุทธเจ้าสอนเอาไว้ว่า เราต้องมีพรหมวิหาร 4 เป็นธรรมคู่โลก เป็นธรรมที่ทำให้คนอื่นรักเรา เรารักเขา อยู่ด้วยกันอย่างมีสันติ มีความสงบสุข เป็นสิ่งที่ดีต่อกัน เราจึงได้จากการเรียนสันติในครั้งนี้ครับ"
ขณะนี้โครงการหลักสูตรปริญญาโท สาขาสันติศึกษา มหาจุฬาฯ กำลังเปิดรับสมัครนิสิตรุ่นที่ 2 ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงวันที 30 มีนาคมนี้



