ไลฟ์สไตล์

'แพทย์'ประณามคนใช้ความรุนแรง!

'แพทย์'ประณามคนใช้ความรุนแรง!

24 ก.พ. 2557

เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ร่วมประณามคนใช้ความรุนแรง จี้รัฐบาลรับผิดชอบ หาคนทำผิดลงโทษ 26 ก.พ. เตรียมเคลื่อนไหวใหญ่

 

                       24 ก.พ. 57  เมื่อเวลา 11.15 น.  ที่โถงเกียรติยศ โรงพยาบาลศิริราช  เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ประกอบด้วย 7 สภาวิชาชีพ , 9 คณบดีคณะแพทยศาสตร์ , 13 คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ , 2 คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ , ประชาคมสาธารณสุข และ 14 ข้าราชการบำนาญ ร่วมกันลงนามในแถลงการณ์ต่อเหตุการณ์ความรุนแรง โดยมีผู้แทนจากองค์กรต่างๆ ร่วมแถลงข่าวซึ่งพร้อมกันใส่ชุดสีดำเพื่อไว้อาลัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

                       นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า นับตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย. 56 มีประขาชนชาวไทยที่เป็นผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต 20 ราย และมีผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจำนวนมาก ถือเป็นความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้ สิ่งที่น่าเศร้าใจและสังเวชใจคือ เหตุการณ์ความรุนแรงที่จ.ตราดและบริเวณแยกราชประสงค์ ซึ่งทั้ง 2 เหตุการณ์ไม่ควรเกิดในประเทศ เป็นเหตุการณ์ที่นำมาสู่ความเสียใจ ประชาชนทั้งประเทศรับไม่ได้ ที่เกิดความสูญเสียกับเด็ก โดยไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม แต่พ่อแม่พาไปใกล้เคียงพื้นที่ชุมนุมเท่านั้น เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขจึงร่วมกันประณามความรุนแรงและหาผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

                       "เราขอประณามความรุนแรงและรัฐบาลต้องรับผิดชอบ ซึ่งจากนี้ไปเครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขคงจะออกมาเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ เครือข่ายฯจะมีกิจกรรมในรูปแบบเครือข่ายบุคลากรทั้งในส่วนกลาง มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ ทั้งใน กทม.และโรงพยาบาลทุกแห่งในต่างจังหวัดรวมกว่า 800 แห่ง จะดำเนินการในช่วงเวลา 12.00 น."

                       ดร.กฤษดา แสวงดี อุปนายกสภาการพยาบาล กล่าวว่า จากที่เห็นคลิปทางโซเชียลมีเดียที่มีการอุ้มร่างเด็ก 2 คนโชกเลือดขึ้นรถพยาบาลจากเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์ แม้ไม่ใช่ลูกหลานของเรา แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต้องหลั่งน้ำตา เพราะหากเป็นลูกหลานของพวกเราจะทำเช่นไรกับการที่พ่อแม่ต้องมาสูญเสียลูกพร้อมกันถึง 2 คน ขณะนี้คนไทยต้องสูญเสียกับเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นจากการที่พาลูกไปช็อปปิ้งตามปกติในเมืองหลวงแต่กลับเกิดความรุนแรงขึ้น ในฐานะผู้หญิง บุคลากรทางการแพทย์ สถาบันทางการศึกษา ขอเรียกร้องทุกภาคส่วนให้ยุติความรุนแรง ก่อนที่จะสูญเสียอนาคตของประเทศชาติไปมากกว่านี้ และขอเรียกร้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ใช้หัวใจความเป็นแม่แก้ปัญหาในเรื่องนี้ และยุติความรุนแรง

                       ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ในฐานะตัวแทนคณะแพทยศาสตร์ 9 สถาบัน กล่าวว่า คณะแพทยศาสตร์มีพันธกิจร่วมกันผลิตแพทย์ให้เป็นคนดีในสังคม รู้จักรับผิดชอบชั่วดี และต้องกล้าแสดงความเห็นที่เหมาะที่ควร คณะแพทยศาสตร์ทั้ง 9 แห่ง คณาจารย์อยากสร้างแพทย์ที่ดีไปช่วยประเทศ และอยากเชิญชวนคนที่ไม่อยู่ในวิชาชีพแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งมีจิตวิญญาณคนไทยให้ออกมาแสดงความถูกต้อง หากนิ่งเฉย คนเสียหายไม่ใช่คนที่ไปร่วมชุมนุมเท่านั้น แต่รวมถึงลูกหลานของพวกเราด้วย จึงขอยืนยันที่จะผลิตแพทย์ที่ดีในสังคมและชี้ให้เห็นสิ่งผิดชอบชั่วดี และเลิกเกรงกลัวต่ออำนาจใดๆ

                       นพ.พิษณุ ขันติพงษ์ ผอ.รพ.น่าน ในฐานะตัวแทนเครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์ฯ กล่าวว่า เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอแสดงจุดยืนผ่านแถลงการณ์ 2 ข้อ คือ 1. ขอประณามผู้สั่งการ และผู้กระทำเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น รวมถึงทุกฝ่ายที่มีแนวคิดที่จะใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ และ 2. รัฐบาลรักษาการต้องจริงจังและจริงใจในการระงับเหตุความรุนแรงที่เกิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการหาผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว และดำเนินการควบคุม ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอีกต่อไป มิฉะนั้น รัฐบาลรักษาการจะต้องรับผิดชอบขั้นสูงสุด ส่วนตัวเห็นว่าต้องลาออก

                       วันเดียวกัน แหล่งข่าวกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกิจกรรมที่เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเตรียมเคลื่อนไหวในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ว่า เบื้องต้นโรงพยาบาลทั่วประเทศจะแสดงจุดยืนบริเวณหน้าโรงพยาบาล โดยจะชูป้ายไม่เอารัฐบาลโกงประชาชน ไม่เอาความรุนแรง ซึ่งโรงพยาบาลทุกแห่งจะพร้อมใจกันแสดงสัญลักษณในเวลา 12.00 น. เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความเที่ยงตรง ไม่คดโกง ทั้งนี้ พวกตนแสดงจุดยืนดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าเป็นกลุ่มเดียวกับกปปส. แต่พวกตนต้องการแสดงออกถึงความถูกต้องเท่านั้น

                       "ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ จะเสนอรายชื่อของบุคากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และบุคคล ประชาชนทั่วไป ที่เครือข่ายฯได้รวบรวมไว้ ตั้งเป้า 1 แสนรายชื่อ เพื่อเสนอต่อวุฒิสภายืนยันแสดงจุดยืนดังกล่าว ซึ่งขณะนี้รวบรวมรายชื่อได้กว่าห้าหมื่นรายชื่อแล้ว คาดว่าจะทะลุเป้าแน่นอน"